เมื่อรักกันใหม่ๆ อะร๊ายอารายก็หวาน ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก เห็นพ้องกันไม่มีเห็นต่าง ยังก๊ะโปรโมชั่นมือถือ ประเภท ตัววางก่อน เค้าวางก่อนประมาณน้านเร้ย แต่พอหมดโปรโมชั่นนี่ดิ ไอ้ที่เห็นตามกันก็เริ่มจูนไม่ติด ก็เลยคิดอยากจะเปลี่ยนค่ายย้ายซิมกันให้วุ่น ซะง้าน
เรื่องของการบ้านการมุ้ง มันก็ควรจะยุ่งกันแต่ในมุ้งในบ้าน ดูแล้วก็ไม่น่าจามาเกี่ยวอารายกับแบงก์ได้เรยใช่ม๊ายค๊าบพี่น้อง แต่เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นน้านไม่ เมื่อคู่รักซิมเปิ้ลคิดอยากจะสร้างกิจการครอบครัวเพื่อความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต และแร้วท้างสองก็ได้เริ่มกิจการขึ้นมาแต่ยังขาดเงินลงทุนเพื่อจะเกิดสภาพคล่องในการบริหาร ก็เลยตกลงปลงใจมาใช้บริการ SME อีซี่โลน ของแบงก์ไหนก็ไม่รู้ เหอ เหอ เหอ
อะไรจะบังเอิญขนาดน้าน แบงก์ก็มีการจัดโครงการปล่อยกู้สินเชื่อสำหรับ ธุรกิจขนาดเล็กเล็ก(มี s สองตัวคับ เลยต้องมี 2 เล็ก) ที่กำลังหาเป้าหมายไว้สำหรับพุ่งชน คู่รักซิมเปิ้ล จึงได้เสนอขอสินเชื่อกับโครงการนี้ ซึ่งก็ได้ผ่านขวากหนามแห่งการประเมินสภาพกิจการ และมูลค่าหลักทรัพย์มาเป็นที่เรียบร้อย At the end (แปลว่าท้ายที่สุดหรือ ตอนจบ ชอบมากเรยครับ เป็นวลีที่มักจาได้ยินในโต๊ะประชุมบ่อยๆตอนใกล้ๆจะเลิกประชุม เรยประทับใจมาใช้ซะหน่อย) แบงก์อนุมัติให้กู้ แร้วก็มาถึงขั้นตอนการไปจดจำนองครับ แล้วด้วยความบังเอิญอีกแล้วคับ ฝ่ายเมียมาแจ้งแบงก์ว่าสามีพอดี้พอดีต้องเดินทางไปต่างประเทศ ศรีพันละเมียก็เลยต้องมาขอเอกสารแบบฟอร์มให้ความยินยอมคู่สมรสจากแบงก์ไปให้ฝาละมีเซ็นต์ให้ความยินยอมก่อนไปต่างประเทศ มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถจดจำนองเพื่อรับเงินตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ แระเช่นเคยแบงก์มีรึจะขัด เซเว่นอีเลฟเว่นเราเป็นเลิศอยู่แร้ว ไม่จำเป็นก็จะไม่เสียซักแต้ม ให้print แบบฟอร์มเปล่าไปเรยคับ แร้วคุณพันละเมียก็กลับมาแบงก์อีกครั้งพร้อมปรากฎลายเซ็นต์ฝาละมีในช่องผู้ให้ความยินยอม แถมตัวเองมาเซ็นต์ในช่องพยานต่อหน้าพนักงานสินเชื่อเพื่อความน่าเชื่อถืออีกต่างหาก ตามด้วยพนักงานสาขาที่เป็นเจ้าของพื้นที่เซ็นต์เป็นพยานอีกคน แล้วก็ได้เอกสารที่ครบถ้วนไปจดจำนอง อ้อ!! ลืมบอกไปว่า ฝาละมีคุณเธอด๊านเป็นบักสีดา เอ๊ย ฝรั่ง ซึ่งไม่จำเป็นแล้วทางเราก็ไม่ค่อยจะเสวนาด้วย เพราะเมื่อยมือกว่าจะสื่อกันเข้าใจ
หลังจากนั้น คู่รักซิมเปิ้ลนี้ก็ได้วงเงินสินเชื่อไปใช้แล้วก็ผ่อนชำระเรื่อยมา โดยฝ่ายสามีบักสีดานี้จะเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีศรีภรรยา แล้วก็ตัด ATS ผ่อนชำระเป็นงวดๆไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 1 ปีเห็นจะได้ ผ่อนไปแล้ว 12 งวด จนกระทั่งถึงงวดล่าสุดตัด ATS ม่ายผ่าน เรื่องก็เรยมาถึงฝ่ายติดตามหนี้ ก็ต้องไปติดตามหาตัวลูกหนี้ศรีพันละเมียว่าเหตุไฉนทำไมไม่ผ่อน แต่ยังไม่ทันที่จะออกไปหา ฝ่ายสามีบักสีดาก็ได้มาหาแบงก์ถึงที่เรย คุยกันจนเมื่อยมือพอจะจับความได้ว่า ศรีพันละเมียได้แอบเปลี่ยนค่ายย้ายซิมไปมีกิ๊ก สามีจับได้ก็ให้อภัยขอให้กลับตัวกลับใจมารักกันเหมือนเดิมแล้วเลิกกับกิ๊กซะ แต่ฝ่ายเมียยืนยันเสียงแข็งไม่กลับ แถมยังไปเปิดกิจการใหม่กับกิ๊กอีก ฝ่ายสามีก็ไม่ได้เป็นคนช่างคิดช่างแค้นกับเมีย ก็ได้แต่หันมาอาฆาตกับแบงก์แทนคับ โดยแจ้งข่าวดีให้แบงก์ทราบว่า หนังสือยินยอมในฐานะคู่สมรสน้าน ไอม่ายด้ายเซ็นต์ อึ้งกิมกี่สิคับฝ่ายสินเชื่อ แอร์ในสาขาก็เย็นเจี๊ยบแต่สินเชื่อเราเหงื่อท่วมเรย เปิดดูหนังสือยินยอมอีกครั้ง พิจารณาดีๆ เออเฮ้ย ไม่ค่อยเหมือนกับลายเซ็นต์ฝรั่งจิงๆด้วย และแร้วก็นั่งจิ้มแป้นคอมทำ อินสิเด๊ด เอ๊ย Incident
ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจเมียฝรั่งคับ ให้ฝรั่งมาเซ็นต์เอกสารต่อหน้าทุกครั้งนะค๊าบ คนที่อึ้งกิมกี่ต่อไปก็คือ พนักงานที่เซ็นต์เป็นพยานน่านแหระค๊าบ สินเชื่อยื่นอะไรมาให้เซ็นต์ก็ไว้ใจเซ็นต์ให้หมด แล้วก็มารอลุ้นตอนมีเรื่อง คิดได้ทีหลังว่าไม่น่าเร้ยยยย คิดได้ก็ช้าไปทุกที แมะ!!เพื่อนยื่นอะไรให้เซ็นต์ก็เซ็นต์แบบไม่ถาม ทีสามีตัวเองให้เซ็นต์เอกสารล่ะ แม่ตรวจถี่ยิบ ซักซะละเอียดเร้ยยยย คิดแร้วมานน่าน้อยใจใช่ม๊ายค๊าบ คุณสามี
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก
ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก
ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
Account Payee เข้าผิดบัญชีมีลุ้นยันเกษียร
ตั๋วเงิน หรือเช็ค ดูจะเป็นกระดาษแผ่นเดียวที่มักจะสร้างความหฤหรรขวัญผวาให้กับผู้ทำรายการได้ตื่นเต้นกันได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อหลังจากอนุมัติรายการไปแล้ว เหมือนกับตั้งระเบิดเวลาไว้รอว่าเมื่อไหร่จะระเบิดกันเลยทีเดียวนะครับ แต่อันนี้เฉพาะสำหรับผู้ทำรายการที่รู้ตัวว่าไม่ได้ทำตามระเบียบนะ หรือพูดง่ายๆว่า เจตนาทำรายการให้เพราะต้องการบริการลูกค้า หรือกลัวยันต์7-11 นั่นแหระคับ อีกประเภทนึงก็คือผู้ทำรายการที่ใจถึงหรือวัดดวงกันเป็นประจำก็หมั่นทำบุญทำทานกันหน่อย
จำได้ว่าสมัยผมเรียน เรื่องเช็คนี่ ได้รับความสำคัญมาก ได้ศึกษากันตั้งแต่วิธีการเขียนเช็ค เทคนิคการเขียนตัวเงิน ตัวอักษร รวมไปถึงเทคนิคการเซ็นต์ชื่อเฉพาะในเช็ค การสลักหลัง ที่หนีไม่พ้นก็คือ เช็คที่ทำให้เป็นความผิดอาญา กับ ความผิดทางแพ่ง สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าในสมัยเป็นนักเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความกลัวก็เลยศึกษาเยอะหน่อย ไม่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คพวกนี้อยู่ดี เฮ้อ!!!
จริงๆระเบียบธนาคารเราก็กำหนดไว้ชัดเจนมากนะครับ ให้ปฏิบัติกับเช็คแต่ละประเภทที่ลูกค้านำมาขึ้นเงินว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้ศึกษาตั้งก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่ เลย เพราะเป็น Case แรกที่ได้ทำ ก็เลยทำให้ทราบระเบียบธนาคารว่าเจาะลึกลงไปกว่าที่กฎหมายกำหนดซะอีกเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เพียงแค่ทำตามก็ปลอดภัยแระ
สิ่งที่แปลกใจมากก็คือ ปกติเช็คที่มีปัญหาก็มักจะเป็นเช็คที่ไม่ได้ตี Account Payee กับเช็คที่ไม่ได้ขีดฆ่าหรือผู้ถือ เท่านั้น ถ้าเป็นเช็คที่ตี Account Payee ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับพี่น้อง ดูเงินในบัญชีเจ้าของเช็คมีพอก็ตัดเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อที่สั่งจ่ายหน้าเช็คก็จบ ขอย้ำนะครับว่า!!! ทำได้แค่กรณีเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น คือ ตัดเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับหน้าเช็คสั่งจ่าย อ้อ!!! อันนี้หมายถึงผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อเทียบกับการ์ดลายเซ็นต์แล้วนะ
ฉะนั้น ถ้าเกิดเช็คที่ตี Account Payee ดันทะลึ่งไปเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อที่เช็คสั่งจ่าย คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ทุจริตรึป่าว เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องแว่บเข้ามาในหัวของทีม Fraud ครับ กระบวนการวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิใจของผู้ทำรายการเลยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะทุกสิ่งอย่างจะเข้าไปสู่กระบวนการแสดงตนว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบอกได้เลยว่า หลักสันนิษฐานข้อแรก คือ น่าจะทุจริต เว้นแต่ผู้ทำรายการจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์
นี่ก็เป็นไกด์ไลน์หลักการสันนิษฐานของทีม Fruad นะครับ น้องๆให้ความสำคัญด้วยนะเพราะถ้าได้ลองอนุมัติรายการไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความผิดพลาดหรือเจตนาทำเพื่อบริการลูกค้า มันคุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้รับผลประโยชน์หรือป่าว ที่สำคัญ Fraud ต้องขยันพอที่จะมาช่วยรับฟังการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะครับ ม่ายง้านก็รอผลนาน ยิ่งทำให้หลอนกันระยะยาว
อ้อ!! กรณีเรื่องเช็ค เรื่องลายเซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้บริหารสาขาจะมีความชำนาญ น้องๆอย่าตัดสินใจโดยพลการนะครับ ยังไงให้ถามระดับหัวหน้าธนกิจ ผู้ช่วย หรือผู้จัดการก่อน แต่ถ้าผู้บริหารสาขาไม่แน่ใจก็ปรึกษาทีม Fraud ก่อนทำรายการก็ยินดีนะครับ
จำได้ว่าสมัยผมเรียน เรื่องเช็คนี่ ได้รับความสำคัญมาก ได้ศึกษากันตั้งแต่วิธีการเขียนเช็ค เทคนิคการเขียนตัวเงิน ตัวอักษร รวมไปถึงเทคนิคการเซ็นต์ชื่อเฉพาะในเช็ค การสลักหลัง ที่หนีไม่พ้นก็คือ เช็คที่ทำให้เป็นความผิดอาญา กับ ความผิดทางแพ่ง สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าในสมัยเป็นนักเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความกลัวก็เลยศึกษาเยอะหน่อย ไม่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คพวกนี้อยู่ดี เฮ้อ!!!
จริงๆระเบียบธนาคารเราก็กำหนดไว้ชัดเจนมากนะครับ ให้ปฏิบัติกับเช็คแต่ละประเภทที่ลูกค้านำมาขึ้นเงินว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้ศึกษาตั้งก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่ เลย เพราะเป็น Case แรกที่ได้ทำ ก็เลยทำให้ทราบระเบียบธนาคารว่าเจาะลึกลงไปกว่าที่กฎหมายกำหนดซะอีกเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เพียงแค่ทำตามก็ปลอดภัยแระ
สิ่งที่แปลกใจมากก็คือ ปกติเช็คที่มีปัญหาก็มักจะเป็นเช็คที่ไม่ได้ตี Account Payee กับเช็คที่ไม่ได้ขีดฆ่าหรือผู้ถือ เท่านั้น ถ้าเป็นเช็คที่ตี Account Payee ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับพี่น้อง ดูเงินในบัญชีเจ้าของเช็คมีพอก็ตัดเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อที่สั่งจ่ายหน้าเช็คก็จบ ขอย้ำนะครับว่า!!! ทำได้แค่กรณีเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น คือ ตัดเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับหน้าเช็คสั่งจ่าย อ้อ!!! อันนี้หมายถึงผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อเทียบกับการ์ดลายเซ็นต์แล้วนะ
ฉะนั้น ถ้าเกิดเช็คที่ตี Account Payee ดันทะลึ่งไปเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อที่เช็คสั่งจ่าย คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ทุจริตรึป่าว เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องแว่บเข้ามาในหัวของทีม Fraud ครับ กระบวนการวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิใจของผู้ทำรายการเลยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะทุกสิ่งอย่างจะเข้าไปสู่กระบวนการแสดงตนว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบอกได้เลยว่า หลักสันนิษฐานข้อแรก คือ น่าจะทุจริต เว้นแต่ผู้ทำรายการจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์
นี่ก็เป็นไกด์ไลน์หลักการสันนิษฐานของทีม Fruad นะครับ น้องๆให้ความสำคัญด้วยนะเพราะถ้าได้ลองอนุมัติรายการไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความผิดพลาดหรือเจตนาทำเพื่อบริการลูกค้า มันคุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้รับผลประโยชน์หรือป่าว ที่สำคัญ Fraud ต้องขยันพอที่จะมาช่วยรับฟังการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะครับ ม่ายง้านก็รอผลนาน ยิ่งทำให้หลอนกันระยะยาว
อ้อ!! กรณีเรื่องเช็ค เรื่องลายเซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้บริหารสาขาจะมีความชำนาญ น้องๆอย่าตัดสินใจโดยพลการนะครับ ยังไงให้ถามระดับหัวหน้าธนกิจ ผู้ช่วย หรือผู้จัดการก่อน แต่ถ้าผู้บริหารสาขาไม่แน่ใจก็ปรึกษาทีม Fraud ก่อนทำรายการก็ยินดีนะครับ
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
พลาดน้อยนิด อย่าเอาชีวิตไปแลกน๊าน้อง
ช่วงนี้ลาพักร้อนค๊าบพี่น้อง รักษาสิทธิ เนื่องจากจะถูกตัดสิทธิวันลาที่ยกมาจากปีก่อน แต่ก็ตั้งแต่ลาก็ยังไปทำงานตร้อดดดด ไม่รู้จาไปไหนด้วย อีกอย่างโทรศัพท์เรียกใช้บริการก็มาเป็นระยะๆ ก็เลยต้องออกไปทำงานอยู่ดีค๊าบ
เรื่องของเรื่องก็คือ มีทางสาขาโทรศัพท์มาปรึกษา เรื่อง น้องที่สาขาคีย์รายการฝากเงินเข้าผิดบัญชี ติดต่อลูกค้าบัญชีที่โอนผิดแล้วทีแรกไม่ยอมคืนจากนั้นก็ไม่รับสายอีก โชคดีที่ลูกค้ายังไม่ได้ถอนเงินออก เลยแนะนำให้ใส่ MSN 18(ใส่มาสสาจ)เฉพาะจำนวนเงินที่โอนผิดไป แล้วทำ Incident 1 เข้าระบบ เด๊วทีม Fraud จัดการให้เอง แต่ปรากฎว่าลูกค้าบัญชีจริงที่รอรับโอนก็โทรมากดดันสาขาว่าต้องรีบใช้เงิน แมะ!! นึกเห็นใจน้องที่คีย์ผิดจริงๆ บาปซ้ำกรรมซัด และแล้วสาขาก็ขอความเห็นตัดเงินกลับมาคืนเลย ก็ประมาณว่า EC รายการ ซึ่งข้ามวันแล้ว อันนี้ทำไม่ได้นะครับ ขอย้ำอีกครั้ง เพราะอาจทำให้ถูกร้องเรียนได้ครับ แนะนำให้ติดต่อลูกค้าให้ทำรายการถอนเงินแล้วโอนมาคืนครับ จึงจะถูกต้อง ซึ่งในส่วนนี้ทีม Fraud ให้ความช่วยเหลือได้ครับในการติดตามลูกค้า
แต่อยู่ๆลูกค้าที่โอนผิดบัญชีก็ติดต่อมา แล้วบอกจะเซ็นต์ใบถอนให้ ให้มาพบที่ทำงานซึ่งเป็นอู่รถ ด้วยความดีใจพนักงานเราก็รีบไปพบลูกค้า คงลืมไปว่าตัวเองเป็นผู้หญิงม๊างงง อารามว่าดีใจจะได้ตัดเงินคืนบัญชีลูกค้า หารู้ไม่ว่าอาจเกิดภัยแก่ตนเองได้ โชคดีที่เราในฐานะ ผู้มีประสบการณ์นึกเอะใจโทรไปถาม จึงได้เบรคไว้ทัน แล้วส่งน้องทีมFruad เข้าไปสมทบ สถานที่นัดพบจึงได้เปลี่ยนไปเป็น นัดกันใหม่ที่สาขาใกล้บ้านลูกค้าคนน้าน เฮ้อ!!! โล่งอกไป นี่ถ้าไม่แน่ใจว่ามีหน้าตาเป็นอาวุธก็อย่าได้เสี่ยงเด็ดขาดนะน้อง พลาดแค่โอนผิด ห่วงชีวิตด้วยนา เด๊วมานจาไม่คุ้มมม
อ้อ!!! ที่ต้องมาเล่าให้ฟังกัน เพราะนี่ไม่ใช่สาขาแรกที่น้องๆต้องไปตะรอนตามเงินคืน เคยมีบางสาขาลูกค้าแลกดอลล่าร์ปลอม ซึ่งเป็นวินมอไซค์มีบ้านพักอยู่ที่ไซท์คนงานก่อสร้าง น้องที่ทำรายการไปตามหาเจ้าตัวคนแลก ในไซท์คนงาน ช่างกล้าหาญชาญชัยซะจริ๊งงงงงง ห่วงแต่เรื่องที่พลาด ไม่ห่วงชีวิตตัวเองเร้ยยยย
ทั้งสองกรณีดังกล่าวข้างต้น ถ้าต้องไปตามลูกค้าแบบเสี่ยงๆ นะครับ แจ้งทีม Fraud ได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ ห่วงชีวิตดีกว่าครับ แค่งานในสาขาก็หนักแล้ว งานติดตามลูกค้าก็เป็นหน้างานของทีม Fruad ครับ แต่ถ้าจะให้ดี อย่าพลาดกานบ่อยน๊า น้องๆ เหอ เหอ เหอ
เรื่องของเรื่องก็คือ มีทางสาขาโทรศัพท์มาปรึกษา เรื่อง น้องที่สาขาคีย์รายการฝากเงินเข้าผิดบัญชี ติดต่อลูกค้าบัญชีที่โอนผิดแล้วทีแรกไม่ยอมคืนจากนั้นก็ไม่รับสายอีก โชคดีที่ลูกค้ายังไม่ได้ถอนเงินออก เลยแนะนำให้ใส่ MSN 18(ใส่มาสสาจ)เฉพาะจำนวนเงินที่โอนผิดไป แล้วทำ Incident 1 เข้าระบบ เด๊วทีม Fraud จัดการให้เอง แต่ปรากฎว่าลูกค้าบัญชีจริงที่รอรับโอนก็โทรมากดดันสาขาว่าต้องรีบใช้เงิน แมะ!! นึกเห็นใจน้องที่คีย์ผิดจริงๆ บาปซ้ำกรรมซัด และแล้วสาขาก็ขอความเห็นตัดเงินกลับมาคืนเลย ก็ประมาณว่า EC รายการ ซึ่งข้ามวันแล้ว อันนี้ทำไม่ได้นะครับ ขอย้ำอีกครั้ง เพราะอาจทำให้ถูกร้องเรียนได้ครับ แนะนำให้ติดต่อลูกค้าให้ทำรายการถอนเงินแล้วโอนมาคืนครับ จึงจะถูกต้อง ซึ่งในส่วนนี้ทีม Fraud ให้ความช่วยเหลือได้ครับในการติดตามลูกค้า
แต่อยู่ๆลูกค้าที่โอนผิดบัญชีก็ติดต่อมา แล้วบอกจะเซ็นต์ใบถอนให้ ให้มาพบที่ทำงานซึ่งเป็นอู่รถ ด้วยความดีใจพนักงานเราก็รีบไปพบลูกค้า คงลืมไปว่าตัวเองเป็นผู้หญิงม๊างงง อารามว่าดีใจจะได้ตัดเงินคืนบัญชีลูกค้า หารู้ไม่ว่าอาจเกิดภัยแก่ตนเองได้ โชคดีที่เราในฐานะ ผู้มีประสบการณ์นึกเอะใจโทรไปถาม จึงได้เบรคไว้ทัน แล้วส่งน้องทีมFruad เข้าไปสมทบ สถานที่นัดพบจึงได้เปลี่ยนไปเป็น นัดกันใหม่ที่สาขาใกล้บ้านลูกค้าคนน้าน เฮ้อ!!! โล่งอกไป นี่ถ้าไม่แน่ใจว่ามีหน้าตาเป็นอาวุธก็อย่าได้เสี่ยงเด็ดขาดนะน้อง พลาดแค่โอนผิด ห่วงชีวิตด้วยนา เด๊วมานจาไม่คุ้มมม
อ้อ!!! ที่ต้องมาเล่าให้ฟังกัน เพราะนี่ไม่ใช่สาขาแรกที่น้องๆต้องไปตะรอนตามเงินคืน เคยมีบางสาขาลูกค้าแลกดอลล่าร์ปลอม ซึ่งเป็นวินมอไซค์มีบ้านพักอยู่ที่ไซท์คนงานก่อสร้าง น้องที่ทำรายการไปตามหาเจ้าตัวคนแลก ในไซท์คนงาน ช่างกล้าหาญชาญชัยซะจริ๊งงงงงง ห่วงแต่เรื่องที่พลาด ไม่ห่วงชีวิตตัวเองเร้ยยยย
ทั้งสองกรณีดังกล่าวข้างต้น ถ้าต้องไปตามลูกค้าแบบเสี่ยงๆ นะครับ แจ้งทีม Fraud ได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ ห่วงชีวิตดีกว่าครับ แค่งานในสาขาก็หนักแล้ว งานติดตามลูกค้าก็เป็นหน้างานของทีม Fruad ครับ แต่ถ้าจะให้ดี อย่าพลาดกานบ่อยน๊า น้องๆ เหอ เหอ เหอ
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554
บัญชีโคลนนิ่ง ตัวจริง ตัวแทน และตัวเธอผู้ทำรายการ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทีมงาน HR Soundbites อย่างเป็นทางก่อนเรยนะครับ ที่เข้ามาสัมภาษณ์และเป็นกระบอกเสียงให้กับทางทีมงาน Internal Fruad ช่วงนี้เข้าสาขารู้สึกได้รับมิตรไมตรีมากขึ้นเยอะเรย (เมื่อก่อนแค่รู้ว่า Fraud จะไป ก็เซ็งกานท้างสาขาแระ อิอิอิ) อ้อ!! น้องๆที่ ment มาให้กำลังใจก็ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงด้วยค๊าบ หายเหนื่อยเรยค๊าบ
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ Incident1 เยอะมากเรยค๊าบ ยังดีที่มี Incident4 ปะปนมาพอเป็นกำลังใจกันบ้าง แต่ส่วนมากในช่วงนี้จะเป็นเรื่องการโอนเงินไปยังบัญชีที่มีการค้าขายสินค้ากันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งผู้ซื้อก็ม่ายรู้จะเชื่อใจอารายกันขนาดโอนเงินไปให้ท้างๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน หน้าร้านค้าจริงๆก็ไม่มี มีแต่เบอร์บัญชีที่ให้โอนทางอินเตอร์เน็ต ปรากฎว่าบัญชีของผู้ทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตจริงๆก็มีไม่น้อย แต่พวกมิจฉาชีพก็มักจะแอบแฝงตัวมาหลอกให้โอนเงินมาแล้วไม่ส่งสินค้าให้ก็ไม่น้อย ทีนี้ก็เลยมาเกิดคำถามกันว่า ทำไมถึงได้เชื่อใจขนาดโอนเงินไปให้ก่อนแล้วรอรับสินค้าทีหลัง คำตอบของลูกค้าน่าประทับใจมากครับ
“ก็เราเชื่อใจธนาคารค่ะ ว่าตรวจสอบดีแล้วก่อนเปิดบัญชีให้ลูกค้า”
อึ้งกิมกี่ เรยค๊าบท่านผู้ชม เจอคำตอบนี้ จากที่คิดอยู่ในใจว่า ลูกค้าเชื่อคนง่ายเกินไป กลายเป็นคดีพลิกเรย เหมือนถูกลูกค้าตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยคำพูดว่า เค้าเชื่อใจเรา!!! แม่จ้าวเราต้องมาสำรวจตัวเองกันขนานใหญ่เลยว่า เรากำลังจะทำให้คนที่ไว้ใจเราเค้าเสียใจรึป่าวเนี่ย เชื่อว่าเรื่องนี้ก็สื่อความกันทุกวัน แต่ก็เข้าใจน้องๆว่าด้วยปัจจัยเสริมอะไรหลายๆอย่าง ที่ทำให้เราเชื่อใจลูกค้าที่มาเปิดบัญชีเช่นกัน วันนี้เลยมีทริคอีกเล็กน้อย มาเสริมเพิ่มไหวพริบกันอีก เรื่องเดิมน่าจะเคยเขียนไว้บ้างแล้วนะครับ
หากลูกค้าเคยมีบัญชีที่สาขาอื่นอยู่แล้ว อย่าได้โคลนนิ่งข้อมูลมาใส่ทันที ให้สอบถามเบอร์โทรศัพท์เดิมที่เคยใช้ในข้อมูลบัญชีเก่าว่าเคยใช้เบอร์อะไร หรือ สอบถามว่าเคยเปิดบัญชีไว้ที่สาขาไหน และอย่าใช้คำถามว่า “ที่อยู่และเบอร์โทรเก่ามีเปลี่ยนแปลงมั๊ยคะ” ถ้าเป็นไปได้ ให้ลูกค้ากรอกเอกสารใหม่ด้วยลายมือตัวเองทุกครั้งที่เปิดบัญชี
ควรเรียกการ์ดตัวอย่างลายเซ็นต์จากสาขาที่เคยเปิดมาเปรียบเทียบด้วย และอีกอย่างคือ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ถ้าลูกค้าจำไม่ได้ นั่นหมายถึง อาจจะเป็นตัวปลอม แจ้งลูกค้าเลยว่า “ถ้าจะให้ฝ่ายตรวจสอบมาพบก่อนเปิดบัญชีสะดวกมั๊ยคะ” ทริคนี้ก็เป็นวิธีทดสอบความมั่นใจลูกค้าได้อีกทาง ถ้าลูกค้าไม่มีพิรุธ แต่เราเกิดไม่แน่ใจ ก็เปิดบัญชีไปก่อนเพื่อเป็นการป้องกันลูกค้า Comment เด๊วจะเสียแต้ม เซเว่นอีเลฟเว่น แล้วรีบแจ้งทีม Fraud ได้เลยครับ เด๊วเพ่จาตรวจสอบให้เองค๊าบ หรือมีวิธีการเพื่อความปลอดภัย แจ้งผู้บริหารสาขา ใส่ MSN 18 ไว้ก็ไม่น่าเสียหายถ้าเรามั่นใจว่าลูกค้ามีพิรุธ (หากใส่ MSN 18 แล้ว ให้ทำ Incident 1 หรือแจ้งทีม Fraud ทันทีนะครับ)
อ้อ!!! เกือบลืม หากลูกค้าประสงค์ที่จะเปิดบัญชีแบบมีกรมธรรม์คุ้มครองด้วย ก้อไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวจริงนะครับ เพราะกลยุทธนี้ รู้สึกจะมัดใจน้องๆสาขาอย่างได้ผลเลยอ่ะ ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยน๊า
แถมเรื่องแปลกแต่จริงมาเล่าสู่กันสำหรับเรื่องนี้ เกิดขึ้นที่สาขาใดมิอาจบอกได้ เรื่องก็คือ เจ้าของบัตรประชาชนทำบัตรหล่นหาย วันดีคืนดีก็มีคนเก็บบัตรได้มาขอเปิดบัญชีออมทรัพย์พร้อมบัตรATM แล้วก็ใช้บัญชีนั้นเรื่อยมาเกือบสองปี วันดีขึ้นดี เจ้าของบัตรตัวจริงมาเปิดบัญชี ปรากฎว่าไม่สามารถเปิดได้ เพราะข้อมูลไม่ตรงกันกับบัญชีที่เดิมที่เคยเปิดไว้ สรุปคือ ไอ้ตัวปลอมมาเปิดบัญชีได้ ส่วนตัวจริงเปิดไม่ได้ ฮามั๊ยค๊าบบบ ตัวเธอผู้ทำรายการ 55555
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ Incident1 เยอะมากเรยค๊าบ ยังดีที่มี Incident4 ปะปนมาพอเป็นกำลังใจกันบ้าง แต่ส่วนมากในช่วงนี้จะเป็นเรื่องการโอนเงินไปยังบัญชีที่มีการค้าขายสินค้ากันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งผู้ซื้อก็ม่ายรู้จะเชื่อใจอารายกันขนาดโอนเงินไปให้ท้างๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน หน้าร้านค้าจริงๆก็ไม่มี มีแต่เบอร์บัญชีที่ให้โอนทางอินเตอร์เน็ต ปรากฎว่าบัญชีของผู้ทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตจริงๆก็มีไม่น้อย แต่พวกมิจฉาชีพก็มักจะแอบแฝงตัวมาหลอกให้โอนเงินมาแล้วไม่ส่งสินค้าให้ก็ไม่น้อย ทีนี้ก็เลยมาเกิดคำถามกันว่า ทำไมถึงได้เชื่อใจขนาดโอนเงินไปให้ก่อนแล้วรอรับสินค้าทีหลัง คำตอบของลูกค้าน่าประทับใจมากครับ
“ก็เราเชื่อใจธนาคารค่ะ ว่าตรวจสอบดีแล้วก่อนเปิดบัญชีให้ลูกค้า”
อึ้งกิมกี่ เรยค๊าบท่านผู้ชม เจอคำตอบนี้ จากที่คิดอยู่ในใจว่า ลูกค้าเชื่อคนง่ายเกินไป กลายเป็นคดีพลิกเรย เหมือนถูกลูกค้าตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยคำพูดว่า เค้าเชื่อใจเรา!!! แม่จ้าวเราต้องมาสำรวจตัวเองกันขนานใหญ่เลยว่า เรากำลังจะทำให้คนที่ไว้ใจเราเค้าเสียใจรึป่าวเนี่ย เชื่อว่าเรื่องนี้ก็สื่อความกันทุกวัน แต่ก็เข้าใจน้องๆว่าด้วยปัจจัยเสริมอะไรหลายๆอย่าง ที่ทำให้เราเชื่อใจลูกค้าที่มาเปิดบัญชีเช่นกัน วันนี้เลยมีทริคอีกเล็กน้อย มาเสริมเพิ่มไหวพริบกันอีก เรื่องเดิมน่าจะเคยเขียนไว้บ้างแล้วนะครับ
หากลูกค้าเคยมีบัญชีที่สาขาอื่นอยู่แล้ว อย่าได้โคลนนิ่งข้อมูลมาใส่ทันที ให้สอบถามเบอร์โทรศัพท์เดิมที่เคยใช้ในข้อมูลบัญชีเก่าว่าเคยใช้เบอร์อะไร หรือ สอบถามว่าเคยเปิดบัญชีไว้ที่สาขาไหน และอย่าใช้คำถามว่า “ที่อยู่และเบอร์โทรเก่ามีเปลี่ยนแปลงมั๊ยคะ” ถ้าเป็นไปได้ ให้ลูกค้ากรอกเอกสารใหม่ด้วยลายมือตัวเองทุกครั้งที่เปิดบัญชี
ควรเรียกการ์ดตัวอย่างลายเซ็นต์จากสาขาที่เคยเปิดมาเปรียบเทียบด้วย และอีกอย่างคือ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ถ้าลูกค้าจำไม่ได้ นั่นหมายถึง อาจจะเป็นตัวปลอม แจ้งลูกค้าเลยว่า “ถ้าจะให้ฝ่ายตรวจสอบมาพบก่อนเปิดบัญชีสะดวกมั๊ยคะ” ทริคนี้ก็เป็นวิธีทดสอบความมั่นใจลูกค้าได้อีกทาง ถ้าลูกค้าไม่มีพิรุธ แต่เราเกิดไม่แน่ใจ ก็เปิดบัญชีไปก่อนเพื่อเป็นการป้องกันลูกค้า Comment เด๊วจะเสียแต้ม เซเว่นอีเลฟเว่น แล้วรีบแจ้งทีม Fraud ได้เลยครับ เด๊วเพ่จาตรวจสอบให้เองค๊าบ หรือมีวิธีการเพื่อความปลอดภัย แจ้งผู้บริหารสาขา ใส่ MSN 18 ไว้ก็ไม่น่าเสียหายถ้าเรามั่นใจว่าลูกค้ามีพิรุธ (หากใส่ MSN 18 แล้ว ให้ทำ Incident 1 หรือแจ้งทีม Fraud ทันทีนะครับ)
อ้อ!!! เกือบลืม หากลูกค้าประสงค์ที่จะเปิดบัญชีแบบมีกรมธรรม์คุ้มครองด้วย ก้อไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวจริงนะครับ เพราะกลยุทธนี้ รู้สึกจะมัดใจน้องๆสาขาอย่างได้ผลเลยอ่ะ ให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยน๊า
แถมเรื่องแปลกแต่จริงมาเล่าสู่กันสำหรับเรื่องนี้ เกิดขึ้นที่สาขาใดมิอาจบอกได้ เรื่องก็คือ เจ้าของบัตรประชาชนทำบัตรหล่นหาย วันดีคืนดีก็มีคนเก็บบัตรได้มาขอเปิดบัญชีออมทรัพย์พร้อมบัตรATM แล้วก็ใช้บัญชีนั้นเรื่อยมาเกือบสองปี วันดีขึ้นดี เจ้าของบัตรตัวจริงมาเปิดบัญชี ปรากฎว่าไม่สามารถเปิดได้ เพราะข้อมูลไม่ตรงกันกับบัญชีที่เดิมที่เคยเปิดไว้ สรุปคือ ไอ้ตัวปลอมมาเปิดบัญชีได้ ส่วนตัวจริงเปิดไม่ได้ ฮามั๊ยค๊าบบบ ตัวเธอผู้ทำรายการ 55555
วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ปกป้อง อ่ะไม่ผิด แต่ปกปิดเนี่ย ไม่รอดดดด ค๊าบบบ
บางครั้งที่มีเวลาว่าง(ซึ่งแทบจาไม่มีเรย) เคยมานั่งคิดว่างาน Fraud บางทีจะว่าเครียดก็เครียดนะ แต่ในบางมุมเรื่องฮาก้อไม่น้อย ไม่ใช่จากไหนหรอกครับ ก็จากน้องๆนี่ล่ะครับ เวลาโดนเรื่องก็เครียดกันซ้า ข้าวปลากินไม่ลง พอบอกว่าเด๊วFraud เลี้ยงข้าวเอง พวกซัดไม่เลี้ยงเรย คนละสองสามจานขนมอีกต่างหาก งงเรย สงสัยจะเครียดลงกระเพาแฮะ!!!
หลายๆครั้งที่ได้พบว่า เวลาเกิดเหตุแล้ว Fraud ต้องไปสอบปากคำน้องๆ จะมีผู้บริหารสาขามาคอยให้กำลังใจน้องๆเค้า อันนี้รู้สึกชื่นชมในความห่วงใยที่ผู้บังคับบัญชามีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา บางทีออกแนวปกป้อง น้องเค้าไม่ผิด น้องเค้าไม่ผิด ทั้งๆที่ตัวผู้บริหารเองก็เพิ่งย้ายมา ชื่อน้องเค้ายังจำไม่ได้ บ้านช่องก้อไม่เคยรู้ว่าอยู่ไหน แต่ที่ออกตัวไว้ก่อน คือ “น้องช้านไม่ผิดนะ” บางทีได้ยินก็ขำเหมือนกันนะ เพราะเรื่องลึกๆที่เราไปสืบมาก้อรู้อยู่แล้วว่าน้องเค้าผิดเต็มๆ แต่ด้วยสปิริตผู้บริหาร ปกป้องลูกน้องไว้ก่อน ขอชื่นชมละกันนะครับ แต่ความจริงก็คือความจริงครับ มันหนีFraud ไม่พ้นหรอกครับ ถ้าจะเปรียบไปแล้ว เรื่องจริงก็เหมือนน้ำตาล ส่วนFraud ก็เหมือนมด ไม่ต้องห่วงนะครับ น้ำตาลอยู่ไหน มดหาเจอชัวร์ ค๊าบบบ
เมื่อเร็วๆนี้ ได้พบเรื่องที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ปกติเจอแต่ ผู้บริหารสาขาปกป้องเด็ก แต่กลับเจอเรื่อง ตัวเองเป็นสั่งแท้ๆ แต่กลับให้เด็กรับผิดคนเดียว เพื่อปกปิดความผิดตัวเองที่เป็นคนสั่ง รู้สึกไม่ประทับใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมาครับ เพราะที่สัมผัสมาตั้งแต่แรกเข้า บ้านเราอบอุ่นมาก ไม่ค่อยเรียกชื่อจริงจะถามแต่ชื่อเล่นกัน เพื่อความเป็นกันเองในครอบครัว พอมาเจอเรื่องนี้ก็ทำให้นึกเห็นใจน้องๆที่สาขามาก หลายครั้งหลายหนที่ต้องทำอะไรเพราะคำสั่ง ซึ่งบางทีตัวเองก็เข้ามาใหม่ รู้ว่าที่ทำก็น่าจะผิดระเบียบแต่ก็ต้องทำเพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา น่าเห็นใจครับ ถ้าไม่ทำตามก็อาจจะได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้ จริงๆเรื่องนี้มีทางออกนะครับ ได้ถามผู้รู้หลายท่านที่พอมีประสบการณ์มาแล้ว ก็คือ ให้น้องๆโทรแจ้ง 3xxx ให้บันทึกไว้ก่อนก็ได้ ว่าได้รับคำสั่งให้ทำแต่รู้ว่ามันผิดระเบียบ แล้วตอน Fraudไปสอบก็ให้แจ้งด้วยว่าเคยแจ้งให้3xxx บันทึกไว้แล้ว อย่างน้อยก็ช่วยยืนยันถึงเจตนาเราได้นะ
น้องๆก้อคงสงสัยกันต่อใช่มั๊ยครับ ว่า แล้วทำไมช้านต้องรับผิดคนเดียวเนี่ย ท้างๆที่ทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจ ในแง่กฎหมาย แล้ว การทำผิดตามที่สั่ง แล้วแจ้ง 3xxx ก็ไม่ได้ทำให้น้องๆรอดตัวไม่ต้องรับผิด 100% หรอกครับ แต่ข้อดีก็คือ ทำให้คนสั่งการมารับโทษร่วมกันได้ครับ สั่งให้คนอื่นทำก็ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการทำเองครับ
อ้อ แล้วที่น้องๆต้องทำตามคำสั่งทั้งๆที่รู้ว่าทำผิดระเบียบ เนี่ย พอจะเทียบเคียงกฎหมายว่าด้วยกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับ(ในสาขาเดียวกัน) หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ อันนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้นะครับว่า ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้จริงๆไม่ง้านก็ไม่รอดอยู่ดีคับ
ปล นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยังไงยังไง ทำก็ตามที่ ใจสั่งมา ดีกว่า นายสั่งมา ค๊าบบบบบ ทำบุญทำทานเยอะๆ จะได้เจอเจ้านายดีๆนะน้องงง (เหมือนพี่งัย อิอิอิ)
หลายๆครั้งที่ได้พบว่า เวลาเกิดเหตุแล้ว Fraud ต้องไปสอบปากคำน้องๆ จะมีผู้บริหารสาขามาคอยให้กำลังใจน้องๆเค้า อันนี้รู้สึกชื่นชมในความห่วงใยที่ผู้บังคับบัญชามีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา บางทีออกแนวปกป้อง น้องเค้าไม่ผิด น้องเค้าไม่ผิด ทั้งๆที่ตัวผู้บริหารเองก็เพิ่งย้ายมา ชื่อน้องเค้ายังจำไม่ได้ บ้านช่องก้อไม่เคยรู้ว่าอยู่ไหน แต่ที่ออกตัวไว้ก่อน คือ “น้องช้านไม่ผิดนะ” บางทีได้ยินก็ขำเหมือนกันนะ เพราะเรื่องลึกๆที่เราไปสืบมาก้อรู้อยู่แล้วว่าน้องเค้าผิดเต็มๆ แต่ด้วยสปิริตผู้บริหาร ปกป้องลูกน้องไว้ก่อน ขอชื่นชมละกันนะครับ แต่ความจริงก็คือความจริงครับ มันหนีFraud ไม่พ้นหรอกครับ ถ้าจะเปรียบไปแล้ว เรื่องจริงก็เหมือนน้ำตาล ส่วนFraud ก็เหมือนมด ไม่ต้องห่วงนะครับ น้ำตาลอยู่ไหน มดหาเจอชัวร์ ค๊าบบบ
เมื่อเร็วๆนี้ ได้พบเรื่องที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ปกติเจอแต่ ผู้บริหารสาขาปกป้องเด็ก แต่กลับเจอเรื่อง ตัวเองเป็นสั่งแท้ๆ แต่กลับให้เด็กรับผิดคนเดียว เพื่อปกปิดความผิดตัวเองที่เป็นคนสั่ง รู้สึกไม่ประทับใจเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมาครับ เพราะที่สัมผัสมาตั้งแต่แรกเข้า บ้านเราอบอุ่นมาก ไม่ค่อยเรียกชื่อจริงจะถามแต่ชื่อเล่นกัน เพื่อความเป็นกันเองในครอบครัว พอมาเจอเรื่องนี้ก็ทำให้นึกเห็นใจน้องๆที่สาขามาก หลายครั้งหลายหนที่ต้องทำอะไรเพราะคำสั่ง ซึ่งบางทีตัวเองก็เข้ามาใหม่ รู้ว่าที่ทำก็น่าจะผิดระเบียบแต่ก็ต้องทำเพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา น่าเห็นใจครับ ถ้าไม่ทำตามก็อาจจะได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานได้ จริงๆเรื่องนี้มีทางออกนะครับ ได้ถามผู้รู้หลายท่านที่พอมีประสบการณ์มาแล้ว ก็คือ ให้น้องๆโทรแจ้ง 3xxx ให้บันทึกไว้ก่อนก็ได้ ว่าได้รับคำสั่งให้ทำแต่รู้ว่ามันผิดระเบียบ แล้วตอน Fraudไปสอบก็ให้แจ้งด้วยว่าเคยแจ้งให้3xxx บันทึกไว้แล้ว อย่างน้อยก็ช่วยยืนยันถึงเจตนาเราได้นะ
น้องๆก้อคงสงสัยกันต่อใช่มั๊ยครับ ว่า แล้วทำไมช้านต้องรับผิดคนเดียวเนี่ย ท้างๆที่ทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจ ในแง่กฎหมาย แล้ว การทำผิดตามที่สั่ง แล้วแจ้ง 3xxx ก็ไม่ได้ทำให้น้องๆรอดตัวไม่ต้องรับผิด 100% หรอกครับ แต่ข้อดีก็คือ ทำให้คนสั่งการมารับโทษร่วมกันได้ครับ สั่งให้คนอื่นทำก็ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการทำเองครับ
อ้อ แล้วที่น้องๆต้องทำตามคำสั่งทั้งๆที่รู้ว่าทำผิดระเบียบ เนี่ย พอจะเทียบเคียงกฎหมายว่าด้วยกระทำผิดด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ในที่บังคับ(ในสาขาเดียวกัน) หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ อันนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้นะครับว่า ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้จริงๆไม่ง้านก็ไม่รอดอยู่ดีคับ
ปล นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยังไงยังไง ทำก็ตามที่ ใจสั่งมา ดีกว่า นายสั่งมา ค๊าบบบบบ ทำบุญทำทานเยอะๆ จะได้เจอเจ้านายดีๆนะน้องงง (เหมือนพี่งัย อิอิอิ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)