ฮั่นแน่!!! เห็นหัวเรื่องรีบคลิ๊กอย่างไวเร้ยยยย รู้นะว่าคิดอะไรอยู่อ่ะ อย่าเพิ่งคิดไปถึงไหนต่อไหนนะค๊าบ ไอ้ปลอกที่ว่าเนี้ยะ ไม่ใช่ปลอกอะไรที่หนาย มานก็คือ ปลอกแหนบรัดธนบัตรนั่นเองครับ มันมีประโยชน์อะไรหรือ ก็มีไว้บอกว่าได้ผ่านการนับอย่างละเอียดถี่ถ้วนมาแล้ว่าครบหนึ่งร้อยฉบับ ; เพราะมันจะมีช่องว่างให้พนักงานที่นับเซ็นต์ชื่อไว้ด้วยล่ะ และมนุษย์ผู้เซ็นต์นี่แหระจะต้องเป็นผู้กรรมหากภายหลังมีการนำไปรัดเข้าเป็นปึกแล้วธนบัตรไม่ครบ ไม่ต้องตกใจนะครับว่าจะมีเฉพาะแบงก์เราแบงก์เดียวที่มีปลอกแบบนี้ มันมีกันทุกแบงก์นั่นแหระคับ แล้วที่สำคัญ ก่อนที่มันจะเข้าไปอยู่ในตู้Volt ของแบงก์เรา มันจะต้องเป็นปลอกของแบงก์เราเท่านั้นนะครับ พล่ามยังก๊ะเด็กสาขาจะไม่รู้ 555 รู้หมดแหระ แต่ทำไมถึงพลาดได้เนี้ยะ!!!!
เจ้าปลอกนี่ มันมีฤทธิ์เดชไม่ธรรมดานะครับน้องๆ ผมยังนึกชื่นชมคนคิดปลอกนี้ขึ้นมาตั้งแต่สมัยยังไม่ทำงานแบงก์ เพราะเคยนำธนบัตรจากแบงก์นึงไปฝากอีกแบงก์นึง ทั้งๆที่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าก้าว หรือจะเรียกให้ง่ายกว่าน้านก็คือ แบงก์อ่ะอยู่ติดกันชนิดที่ใช้เสาประตูร่วมกันทีเดียวเลยล่ะ เราแค่หิ้วธนบัตรจากแบงก์นึงใส่ถุงกระดาษแพ็คอย่างดีแล้วเดินไปอีกแบงก์นึง ต่อคิวฝากเงินประมาณคิวสองคิว ชนิดที่ว่าตดไว้ยังไม่หายเหม็นเรย ก็ได้เข้าไปทำรายการฝากแร้ว เชื่อมั๊ยครับท่านผู้ชม น้องแบงก์ที่เราไปฝากใหม่ เค้าแกะปลอกก่อนเรยแล้วนับใหม่ ไอ้เราก็นึกว่าเห็นเราเอาธนบัตรมาจากแบงก์คู่แข่ง น้องเค้าคงโกรธแค้นไม่อยากเห็นปลอกแบงก์อื่น (ชักออกแนวจิตนิดๆนะเนี่ยๆ) เลยถอดออกนับใหม่ เมื่อครบหนึ่งร้อยฉบับก็แอบยิ้มอย่างสะใจที่มุมปากเล็กน้อย แล้วก็หยิบปลอกของแบงก์ตัวเองมารัดเป็นแหนบแถมเซ็นต์ชื่อกำกับอย่างสะใจว่าครบ ไม่โดนต้ม เออ เอาเข้าไป คิดได้นะเรา
น้องๆพอจะเข้าใจแล้วใช่มั๊ยครับ ว่าผู้ที่คิดปลอกมหัศจรรย์นี้ขึ้นมา เค้าต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลมาก เล็งเห็นแล้วว่าจะหาเรื่องให้น้องๆที่สาขาต้องนับทวนธนบัตรให้ครบร้อยฉบับได้ยังไง เพราะส่วนใหญ่น้องๆพนักงานแบงก์สมัยก่อนจะเชื่อใจลูกค้ามาก ไม่ค่อยนับ หรือไม่ก็มีวิสัยทัศน์ที่ผิดๆ คือ ไม่กล้านับเงินต่อหน้าลูกค้า เด๊วลูกค้าจะหาว่าไม่ไว้ใจ
จากการสอบถามผู้ประสงค์ออกความเห็นแต่ไม่ประสงค์จะออกนามเพราะกลัวโดนประนามในภายหลัง ได้ให้ข้อมูลมาว่า ผู้คิดปลอกนี้ได้คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ไม่รู้อารมณ์ไหนแกก็มาสะดุดหยุดตรงช่วง การรณรงค์ใส่ปลอกนี่ล่ะครับ ฟังดูชื่อคุ้นๆ ทะแม่งๆอยู่นา แกก็เลยนำมาเสนอผู้มีอำนาจให้มีการรณรงค์ใส่ปลอกให้กับธนบัตรด้วยครับ แล้วก็ยังกำหนดให้คนนับต้องเซ็นต์ด้วย เวลาธนบัตรไม่ครบจะได้ตามตัวถูก ต่อมาภายหลังการใส่ปลอกมันฟังดูไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับพนักงานสาวๆ แบงก์ก็เลยออกความเห็นในการเรียกคำเลี่ยงจากปลอกรัดแหนบเป็นเหลือคำว่า รัดแหนบ หรือ แหนบ เท่านั้น ครับ เรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดกันในบรรยากาศแห่งการร่ำสุรานะ ผู้รู้จริงโปรดมาชี้แนะด้วยนะครับ ก่อนที่น้องๆเค้าจะเอาไปเล่าต่อๆกันไป 555
พล่ามมาซะยาว เรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดก็มาจากไอ้เจ้าปลอก หรือ แหนบ นี่ล่ะครับ เค้ามีไว้ให้ประจำสาขาแต่ละสาขา เพื่อให้พนักงานเรานับครับ พอดีลูกค้ารายใหญ่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับน้องๆที่สาขา จะได้ไม่ต้องเสียเวลานับใหม่กันนาน พี่แกเลยขอปลอกของสาขาไปให้เสมียนฝ่ายการเงินที่ร้านแก นับครบแล้วรัดแหนบของแบงก์เราเรียบร้อย จากการสืบสวนในเชิงลึก ทราบว่า เฮียแกเล่นไปขอของทุกแบงก์เลยครับ เพราะแกต้องเอาเงินไปเข้าหลายแบงก์ ก็เลยใช้ปลอกรัดแหนบแยกแบงก์ไว้ให้เด็กเรย เวลาไปเข้าจะได้ไม่ผิดแบงก์ แต่ขอประทานโทษครับ!!! เฮียแกไม่ทันได้คิดว่า แกทำเช่นนี้ ทำให้น้องๆเราเอาแบบสบายเข้าว่า ในเมื่อเฮียใส่ปลอกมา หนูก็จัดเต็ม เซ็นต์ไปโดยไม่ต้องนับทวนต่อหน้าคนฝาก และแล้วมันก็เป็นที่มาของเงินขาดครับ เพราะเฮียแกดึงไปเข้าแบงก์อื่นแหนบนึง โดยลืมบอกเด็กที่จะเอามาฝากเข้าแบงก์เรา เด็กที่ร้านก็ไม่ได้นับก่อนจะเอาใส่ถุงกระดาษมาฝาก รวบเข้าถุงนำส่งสาขาของแบงก์เราเลย น้องๆที่สาขาเราก็ดีจนน่าใจหาย เห็นเหยื่อ เอ๊ย!! ลูกค้าคนกันเองมาท้างทีก็ต้องตีหนิดหนมเมาท์ซะหน่อยเผื่อฟลุ้คได้อีกแอ๊บ ก็เลยไม่ได้นับทวนเพราะมัวแต่เมาท์ เห็นใส่ปลอกรัดแหนบของแบงก์เราเรียบร้อย แม่ก็เซ็นต์ตามแหนบเรย โชคดีนะครับที่ภาพกล้องวงจรยังไม่ลบและสามารถเก็บภาพให้เห็นจำนวนแหนบได้ เลยทำให้หาเจอว่าเงินที่ลูกค้านำมาฝากนั้น ไม่ครบตามสลิปที่เขียนมา ไม่ง้านละก้อ ต่อให้ทีม Fraud เทพขนาดไหน ก็คงหายากล่ะค๊าบ พี่น้อง งานนี้กว่าจะหาเจอก็เรียกกันได้ว่า ถึงกับต้องบนบานศาลหลังสาขากันเรยทีเดียว เล่นเอาซะ Fraud ไข้จับเลยค๊าบงานนี้ ยอมรับจริงๆว่า ถึงกับต้องลงทุนมุดโต๊ะหากันเลยนึกว่าเงินหล่นตามพื้น เฮ้อ!!!
ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ปลอกใครปลอกมันค๊าบ อย่าเอาไปใส่แทนกันเด็ดขาด เด๊วติดเชื้อ เอ๊ย!! จะพลาดถ้าไม่ได้นับทวนต่อหน้ากัน ค๊าบบบบบ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินขาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินขาด แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก
ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก
ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน
สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ
ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)