ตั๋วเงิน หรือเช็ค ดูจะเป็นกระดาษแผ่นเดียวที่มักจะสร้างความหฤหรรขวัญผวาให้กับผู้ทำรายการได้ตื่นเต้นกันได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อหลังจากอนุมัติรายการไปแล้ว เหมือนกับตั้งระเบิดเวลาไว้รอว่าเมื่อไหร่จะระเบิดกันเลยทีเดียวนะครับ แต่อันนี้เฉพาะสำหรับผู้ทำรายการที่รู้ตัวว่าไม่ได้ทำตามระเบียบนะ หรือพูดง่ายๆว่า เจตนาทำรายการให้เพราะต้องการบริการลูกค้า หรือกลัวยันต์7-11 นั่นแหระคับ อีกประเภทนึงก็คือผู้ทำรายการที่ใจถึงหรือวัดดวงกันเป็นประจำก็หมั่นทำบุญทำทานกันหน่อย
จำได้ว่าสมัยผมเรียน เรื่องเช็คนี่ ได้รับความสำคัญมาก ได้ศึกษากันตั้งแต่วิธีการเขียนเช็ค เทคนิคการเขียนตัวเงิน ตัวอักษร รวมไปถึงเทคนิคการเซ็นต์ชื่อเฉพาะในเช็ค การสลักหลัง ที่หนีไม่พ้นก็คือ เช็คที่ทำให้เป็นความผิดอาญา กับ ความผิดทางแพ่ง สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าในสมัยเป็นนักเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความกลัวก็เลยศึกษาเยอะหน่อย ไม่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คพวกนี้อยู่ดี เฮ้อ!!!
จริงๆระเบียบธนาคารเราก็กำหนดไว้ชัดเจนมากนะครับ ให้ปฏิบัติกับเช็คแต่ละประเภทที่ลูกค้านำมาขึ้นเงินว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้ศึกษาตั้งก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่ เลย เพราะเป็น Case แรกที่ได้ทำ ก็เลยทำให้ทราบระเบียบธนาคารว่าเจาะลึกลงไปกว่าที่กฎหมายกำหนดซะอีกเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เพียงแค่ทำตามก็ปลอดภัยแระ
สิ่งที่แปลกใจมากก็คือ ปกติเช็คที่มีปัญหาก็มักจะเป็นเช็คที่ไม่ได้ตี Account Payee กับเช็คที่ไม่ได้ขีดฆ่าหรือผู้ถือ เท่านั้น ถ้าเป็นเช็คที่ตี Account Payee ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับพี่น้อง ดูเงินในบัญชีเจ้าของเช็คมีพอก็ตัดเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อที่สั่งจ่ายหน้าเช็คก็จบ ขอย้ำนะครับว่า!!! ทำได้แค่กรณีเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น คือ ตัดเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับหน้าเช็คสั่งจ่าย อ้อ!!! อันนี้หมายถึงผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อเทียบกับการ์ดลายเซ็นต์แล้วนะ
ฉะนั้น ถ้าเกิดเช็คที่ตี Account Payee ดันทะลึ่งไปเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อที่เช็คสั่งจ่าย คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ทุจริตรึป่าว เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องแว่บเข้ามาในหัวของทีม Fraud ครับ กระบวนการวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิใจของผู้ทำรายการเลยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะทุกสิ่งอย่างจะเข้าไปสู่กระบวนการแสดงตนว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบอกได้เลยว่า หลักสันนิษฐานข้อแรก คือ น่าจะทุจริต เว้นแต่ผู้ทำรายการจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์
นี่ก็เป็นไกด์ไลน์หลักการสันนิษฐานของทีม Fruad นะครับ น้องๆให้ความสำคัญด้วยนะเพราะถ้าได้ลองอนุมัติรายการไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความผิดพลาดหรือเจตนาทำเพื่อบริการลูกค้า มันคุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้รับผลประโยชน์หรือป่าว ที่สำคัญ Fraud ต้องขยันพอที่จะมาช่วยรับฟังการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะครับ ม่ายง้านก็รอผลนาน ยิ่งทำให้หลอนกันระยะยาว
อ้อ!! กรณีเรื่องเช็ค เรื่องลายเซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้บริหารสาขาจะมีความชำนาญ น้องๆอย่าตัดสินใจโดยพลการนะครับ ยังไงให้ถามระดับหัวหน้าธนกิจ ผู้ช่วย หรือผู้จัดการก่อน แต่ถ้าผู้บริหารสาขาไม่แน่ใจก็ปรึกษาทีม Fraud ก่อนทำรายการก็ยินดีนะครับ