วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กระเป๋า(เหลือง)แบน แฟนทิ้ง


คนรักจากลา ตอนชะตาของพี่ตกต่ำ กลับบ้านตอนค่ำ เห็นเพียงห้องเปล่าใจหาย กระดาษแผ่นน้อย เขียนคำร่ำลาฝากไว้ อ่านแล้วทรุดลงร้องไห้ โธ่เป็นไปได้หรือนี่”

เพลงดังของเอกราช สุวรรณภูมิ อ่ะคับ ไม่รู้เคยได้ฟังกันบ้างรึป่าว พอดีเนื้อหามันโดนตา หัวข้อเรื่องเคส มันโดนใจกับชื่อเพลง เลยเกี่ยวมาตั้งหัวเรื่องกันซะหน่อย ครับ น้องสาขาคงเดากันได้ไม่ยากนะครับ ว่าเรื่องกระเป๋า นี่ มันมีอยู่เรื่องเดียวที่เกี่ยวกับสาขา กระเป๋าเหลืองนี่ล่ะครับ ที่ใช้บรรจุเงินสดย่อยไว้ทอนระหว่างวัน ยังไม่ได้สืบสาวราวเรื่องว่า ความเป็นมาในการใช้กระเป๋าเหลืองนี่ มีมานานยัง เท่าที่สอบถามจากบรรดากุนซือท้างหลาย ก็มีประโยชน์ไว้เพื่อ โต้กให้ไว เพราะเศษตังค์มานเยอะ ไม่ง้านกว่าจะได้เลิกงานกันก็ปาเข้าไปสองสามชั่วโมง หลังจากปิดสาขา เข้าใจว่าน่าจะเป็นสมัยนานมาแระ


แต่ในยุค 3G (ทันสมัยซะด้วย เพิ่งประมูลกันไป ตามหลังเพื่อนบ้านติดๆ ห่างกันแค่ ปีระบบ ICT เราพัฒนากันถึงขั้น ไม่ต้องคิดเลขกันในใจแระ เพราะแค่มีนิ้วอย่างน้อย นิ้ว ก็สามารถคิดคำนวณเลขหลักล้านได้ภายในพริบตา ปัญหาก็อยู่แค่ตอนนับตังค์ของจริงให้มันเท่ากับ ตัวเลขที่โชว์ในระบบนี่แหระ ยากจิงๆขอยืนยัน Shot กันได้ทุกวัน 5555 (มีน้องๆสาขายืนยันมานะ ป่าวคิดเองฉะนั้น การคำนวณตัวเลขการทำรายการ สามารถจิ้มได้เรย เทียบกับสลิปรายการที่ทำก็น่าจะตรวจสอบได้ง่าย ฉะนั้นเงินย่อยที่จะใส่กระเป๋าเหลือง ก็เข้าใจว่า ยุคสมัยนี้ คงจะหมายถึงประเภท แบงค์สิบ (อ่อ ไม่น่าจะมีแระยี่สิบ ห้าสิบ ร้อย อ่ะเต็มที่ก็ห้าร้อย แต่เท่าที่สุ่มเช็ค เจอแต่แบงค์พัน (แถวบ้าน กระพ๊ม ตั้งแต่แบงก์ห้าร้อย ก็ไม่เรียกเศษตังค์แร้วววว)



ถ้าภาษาตำรวจ เค้าจะเรียกการนำเงินสดย่อยมาแจกแจงรายละเอียดว่าสั้นๆ ว่า “จำหน่าย” สมมติว่า มีเศษเหรียญ สี่ร้อย แบงก์ยี่สิบ อีกสี่พันสอง แบงก์ห้าสิบอีกพันนึง รวมเป็น ห้าพันหก ก็จะจำหน่ายยอด ห้าพันหก ออกจากเงินสดสุดท้ายที่นำส่งแคชเชียร์ เพราะแคชเชียร์เหมือนคนคุมสต็อกสินค้าส่ง เล็กๆแกไม่ ใหญ่ๆให้แกเรย ถ้าให้พี่แคชเชียร์แกมานับเศษตังค์ล่ะก้อ กว่าจะโต้ก ก็คงจะผับเปิดพอดี แล้วทีนี้มันจะยาว กระเป๋าเหลือง ก็เลยถือกำเนิดขึ้นเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจริงๆก็เข้าใจว่า ก่อนส่งก็คงจะสลับกับ ATโต๊ะอื่น ตรวจสอบกันด้วย แต่ในทางปฏิบัติม่ายรู้อ่ะ รู้แต่ว่า รู้เรื่องกันตอนเช้าทุกทีว่าขาด แสดงว่าตอนเย็นไม่ได้สลับกันนับใช่ป่ะ นี่ถ้ามีคนเซ็นตรวจด้วยน่าจะดี(น้องสาขาบอก หาเรื่องให้เหนื่อยอีกแระ)



ทีนี้ถ้าตอนเย็นไม่มีการตรวจทานสลับกันนับเงินสดในกระเป๋าเหลืองกับ AT โต๊ะข้างๆ นั่นหมายความว่า ถ้าเงินไม่ครบ ก็จะไปรู้เรื่องอีกทีตอนเช้าที่ต้องสลับกระเป๋าเหลือง ให้ AT โต๊ะอื่น ใช้แทน ความถึงแตกใช่ป่ะ



ทีนี้ลองมาคิดกันเล่นๆนะครับ ถ้ามีจอมยุทธ สามารถใช้กระเป๋าเหลืองใบเดิมได้ทุกวันล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น ฝากผู้บริหารสาขาไปคิดให้หนาวกันเล่นๆนะครับ เพราะผมเคยถามไปเล่นๆ เมื่อนานมาแระ ได้รับการยืนยันว่า ท้างกระพ๊มม และ เดี๊ยนนนน ตรวจทุ๊กกกวัน ไม่มีทาง ที่เด็กจะใช้กระเป๋าเหลืองใบเดิมได้



จริงๆเคสนี้ ไม่ได้เกิดจากกระเป๋าเหลือง ครับ แต่เกิดจากการทำรายการเท็จที่ลูกค้าไม่ได้มาทำด้วยตนเอง แน่นอนครับ “เงินมี เงินพี่ต้องเอามา นี่พี่ไม่มา ก็แสดงว่าเงินไม่มี” ถ้าเงินไม่มีมาจริง แต่มีรายการฝากจริง มานจะโต๊กได้ยางงงายล่ะค๊าบพี่น้อง ก็ต้องShot สิค๊าบบบ แล้วทำยังไงไม่ให้มีคนรู้ว่ามัน Shot ล่ะ ก็จำหน่ายใส่กระเป๋าเหลือง สิค๊าบบบ แต่ยังไงก็ต้องถูกจับได้เพราะผู้บริหารสาขาแกตรวจกระเป๋าเหลืองทุกวัน ต้องเจอภายในเย็นน้านทันที ใช่ป่ะคับ ท่านผู้บริหารสาขา กระพ๊มเชื่อมือ แต่ทะมายจอมยุทธเราถึงกล้านี่สิ แปลกใจ จิง จิง งง จางเรย



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กระเป๋า(เหลือง)แบน แต่แจ้งยอดเต็ม ถึงแฟนจะทิ้ง ก็มาซบอก Fraud ไปเท่ว Hong Krong กันได้ ค๊าบบบบ

วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลืมล็อค ก้อ น๊อคสิค๊าบ พี่น้อง


คราวก่อนได้บอกเล่ากล่าวขานกันถึงเรื่องความประมาท ทำให้นึกถึงเรื่องที่เกิดก่อนหน้าไม่นานมานี้ ซึ่งก็จะถือเป็นเรื่องประมาทก็ด้าย แต่ก็ไม่วายทำให้นึกเรื่องความขื้ลืมของน้องๆ นั่นล่ะครับ เป็นเรื่องที่ถือปฏิบัติกันเป็นปกติ แต่ลืมแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะเกิดเรื่องได้แล้วครับ โดยเฉพาะในตอนที่ดวงกะลังตกพอดี๊พอดี

อาจจะเป็นข่าวคราวครึกโครมเมื่อกลางเดือนที่แล้วนะครับ กรณีที่ถูก รปภ.ลักเงินไป จริงๆก็ไม่มาก แค่ก้อนเดียว เพียงแต่มันเป็นก้อนแบงก์พันครับ ไม่ใช่ก้อนแบงค์ยี่สิบ แทนที่จะเป็นสองหมื่นมันก็เลยเป็นหนึ่งล้าน ก็เท่านั้นเอง

มาดูกันครับว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากเหตุมันเกิดอยู่ภายในสาขา ก่อนอื่นต้องมาดูกันว่าในสาขาเรามีบุคคลากรประกอบกำลังกันด้วยใครบ้าง อันดับแรก ก็ ผู้บริหารสาขา ผู้ช่วย หัวหน้า พนักงาน และที่ขาดไม่ได้ คือ แม่บ้าน และ พนักงานรักษาความปลอดภัย

สำหรับตัวพนักงานไม่ว่าตำแหน่งใด ก็จะอยู่ในความรับผิดชอบของธนาคารอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นลูกจ้างประจำครับ ประวัติต่างๆและการอบรมให้รู้ถึงการปฏิบัติงานและโทษที่จะได้รับจากความผิดพลาดและการเจตนากระทำทุจริต ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ส่วนแม่บ้านกับพนักงานรักษาความปลอดภัย จะเป็นบุคคลากรที่สรรหามาโดยกิจการในเครือธนาคาร แน่นอนครับ การอบรมถึงการปฏิบัติและวินัยพนักงานย่อมแตกต่างกับพนักงานสังกัดธนาคาร อีกทั้งคุณวุฒิและความรับผิดชอบย่อมแตกต่างกัน พนักงานธนาคารจะมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องตัวเงิน

ฉะนั้น พื้นที่ที่เป็นส่วนที่ต้องใช้ความปลอดภัยและรับผิดชอบเป็นอย่างสูง จึงต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานธนาคาร แม่บ้านและ รปภมิอาจเข้าพื้นที่ High Secure นี้ได้ เว้นแต่

1.แม่บ้าน เข้าไปทำความสะอาด แต่ก็ควรจะมีพนักงานธนาคารอยู่ด้วย ซึ่งเวลาที่แม่บ้านจะเข้าไปก็ควรจะเป็นก่อนเบิกถุงเหลืองและเงินสด อีกครั้งก็หลังจากเช็คโต๊กกันแล้ว ในระหว่างวันเวลาทำการมิควรอย่างยิ่ง
2.ในบางสาขาที่พื้นที่ค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะสาขาในห้าง ก็น่าเห็นใจครับ ช่วยกันดูแลแม่บ้านที่เข้าไปนั่งห้อง Back officeด้วยนะครับ ที่น่าห่วงใยที่สุดก็คือ บริเวณห้องที่มีตู้ Volt กับบริเวณครัวที่แม่บ้าน มักจะจัดเป็นที่วางอาหารให้ แล้วก็ถือเป็นที่นั่งทำการของแม่บ้านไปด้วย เป็นห่วงครับ ห่วงมากๆ
3.ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ.สาขา พื้นที่รักษาการณ์ของพี่แกก็เป็นบริเวณที่ Service Planer บริการลูกค้าในการเขียนสลิป กับ บริเวณประตูทางเข้าออกสาขาเป็นหลัก ครับ วัตถุประสงค์เพื่อสกัดคนร้าย หรือเป็นหูเป็นตาหากมีบุคคลต้องด้วยลักษณะบุรุษโทษ 10 ประการ อันอาจสงสัยได้ว่าเป็นโจร ก็จะได้เตือนพนักงานในสาขาได้ก่อน ฉะนั้น หากพี่แกไปช่วยเขียนสลิป ประหนึ่งเป็นเวร Service Planner หรือไปค้นหาเอกสาร เย็บสลิป นั่นหมายความว่า พื้นที่รักษาความปลอดภัยของพี่แกเริ่มเสี่ยงแระ

หน้าที่หลักๆ สำคัญๆ ก็เบื้องต้นประมาณนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดก็หาอ่านในระเบียบละกันนะครับ เพราะมันจะเยอะ

ที่นี้ย้อนมาดูพื้นที่จะเรียกได้ว่า เป็น High Secure หรือผมจะเรียกว่าRed Zone เลยก็ว่าได้ นั่นหมายความว่า เป็นพื้นที่ ต้องใช้ความระมัดระวัง ระดับสูงสุด ก็คือ พื้นที่ที่มีเงินสดของธนาคารระหว่างวันทำการอยู่ ได้แก่ พื้นที่ ปฏิบัติงานของพนักงาน High Counter Low Counter โต๊ะแคชเชียร์ และ ตู้ Volt (ส่วนหลังตู้ ATM ไม่ขอกล่าวนะครับโดยเฉพาะ

บริเวณด้านที่พนักงานนั่งปฏิบัติการ และเวลาทำการ น่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่า ห้าม แม่บ้าน และ รปภเข้าเด็ดขาด เพราะมันเกิดมาหลายเคส แล้วครับ ถึงจะมีกล้อง CCTV จับภาพได้ ก็มิอาจรับประกันว่าจะไม่กล้าทำผิดกัน

สำหรับเรื่องนี้ ที่เกิดขึ้นได้ เหตุมีอยู่นิดเดียวครับ เหตุเนื่องจาก น้องสวย (นามสมมติติ๊ต่างว่าทำหน้าที่แคชเชียร์ในวันดังกล่าว ซึ่งในลิ้นชักย่อมมีเงินสดมากกว่าลิ้นชักของ Atแน่นอนครับ ในวันดวงตก เอ๊ย!! วันเกิดเหตุ ปรากฎว่า น้องสวย เกิดปวดท้องไปเข้าห้องน้ำ แต่ด้วยความที่คิดว่า เห็นว่ามีเพื่อนพนักงานอยู่ใกล้ๆ หรือด้วยความรีบที่ปวดท้องก็มิทราบได้ แกรีบไปโดยที่ปิดลิ้นชักที่เก็บเงินสดไว้ โดยไม่ได้ล็อค (ถึงล็อคก็เอากุญแจคาไว้ อิอิอิ แล้วจาล็อคทำมายยย)



ปรากฎว่า นายสมชั่ว (นามสมมติอีกเช่นกันเป็นรปภ.ที่ถูกส่งมาประจำสาขานี้ได้เดือนกว่าๆก็ได้เฝ้าสังเกตมาตลอดว่า พนักงานคนไหนมักจะไม่ล็อค หรือล็อคก็เอากุญแจคาไว้ อีกทั้งบางทีหลังปิดทำการ ก็จะมีปาร์ตี้ส้มตำกันอย่างสม่ำเสมอระหว่างที่เช็คโต๊ก บังเอิ๊ญ วันนี้ ระหว่างปาร์ตี้ส้มตำกำลังเริ่ม เหลือเพียงน้องสวยฯ คนเดียวที่ยังเช็คโต๊กไม่เสร็จ แล้วเกิดปวดท้องไปเข้าห้องน้ำ จึงไม่เหลือคราย อยู่ในพื้นที่ Red Zone ระหว่างนั้น แม่บ้าน ก็กำลังสาละวนอยู่กับการเติมน้ำจิ้มไก่ย่าง และเสริฟ ตั๊กกะแตนทอด จึงไม่เหลือครายเรย นอกจากอีตาสมชั่วฯ มานจึงได้ถือโอกาสเข้าไปในพื้นที่ Red Zone ถือถุงดำทำทีไปช่วยขนขยะออกมา โดยไม่มีครายสงสัยในน้ำใจของนายสมชั่วฯ แสดงว่าแกมีน้ำใจช่วยบ่อย อ่ะคับ(ใจ เจง เจง ใจ....)



กว่าจะรู้อีกที ก็ตอนเช็คโต๊ก แล้วเงินมานขาดล่ะคับ ทีนี้ก็มันส์ล่ะครับ ท่านผู้ชม ท้าง AT ท้างแคชเชียร์ก็ร่วมสนุกกับทางรายการ ก่อนอื่นก็ Till กระจาย กลับไปกลับมา ยาวเป็นหางว่าวกันละครับ กว่าจะสงบศึกกันได้ ก็ต้องมานั่งไล่สลิป ไล่ Report ยี่ต๊อก กันกว่าจะถึงบางอ้อ!! ก็ต้องมีท่าจบ คือ CCTV ล่ะครับ ถึงได้รู้ว่า เป็น อีตาสมชั่วฯ นี่เอง ที่อาศัยจังหวะมาช่วยขนขยะในพื้นที่ Red Zone ไปทิ้ง แอบเปิดลิ้นชัก หยิบไปเงินก้อนนึง ทันใดนั้นเอง ทีมFraud ก็จามกันใหญ่ ลักษณะอาการคล้ายๆเหมือนงานจะเข้าล่ะครับ ทันทีที่ Incident เข้าระบบก็ถึงคิวทีม Fraud ได้ลงไปร่วมสนุกกับทางรายการ งานนี้เป็นทีม External Fraud ครับ เพราะ รปภสังกัด กิจการในเครือ ไม่ใช่สังกัดธนาคาร กระพ๊มเรยรอดตัวไป แต่ก็ในเวลาไม่นานครับ ทีมExternal ก็โชว์ผลงานเข้าตากรรมการ ประสานงานกับตำรวจสายสืบ จับกุมได้ในเวลาอันรวดเร็ว เล่นเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันหลายวันทีเดียว


ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ขอเป็นความลับในส่วนราษฎร โดยจรรยาบรรณ มิอาจเปิดเผยได้ เด็กอายุต่ำกว่า 25 ควรมีผู้ปกครองแนะนำ อิอิอิ



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทุกครั้งที่มีส้มตำปาร์ตี้ ต้องมี รปภและแม่บ้าน อยู่ด้วยนะค๊าบบบบ 555

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เผลอล่ะ เจอกาน


      
ในสมัยที่กระพ๊มยังละอ่อนอยู่ในวัยอุดมศึกษา การใช้ชีวิตวัยรุ่นหมดไปกับการเข้าเวรเข้ายาม เพราะอยู่ในช่วงของการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ต่อด้วยชีวิตนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ต้องฝึกฝนอย่างหนัก ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันฝึกอารายขนาดน้าน จบมาก็มานั่งพิมพ์ดีดอยู่โรงพัก 555



แต่สิ่งหนึ่งของการฝึกฝนที่เราต้องทำกันมาตลอดระยะเวลา ปีที่ดินแดนพระราม 4 (โรงเรียนเตรียมทหาร สมัยพ๊ม ตั้งอยู่ที่ข้างสวนลุม ปัจจุบันย้ายไปอยู่เขาชะโงก แระและอีก 4ปี ที่ถูกหล่อหลอมในดินแดนสามพราน ก็คือ การท่องอาขยาน เอ๊ย!! การท่องอุดมการณ์ และคติพจน์ของตำรวจ ก่อนจะทำกิจกรรมอารายซักอย่างก็ต้องมีท่อง ไม่ว่าจะตื่นนอน กินข้าว ฝึก แม้กระทั่งนอน ต้องท่องอารายซักอย่าง นี่โชคดีที่เข้าห้องน้ำไม่ต้องท่องนะ ไม่ง้านก็คงไม่ทันอ่ะ อิอิอิ



มีวลีสุดท้ายตอนหนึ่งของคติพจน์ของตำรวจ ที่พวกเราต้องท่องอยู่ทุกวัน วันละหลายๆครั้งก็คือ “รักษาความไม่ประมาท เสมอชีวิต” ซึ่งในสมัยเรียนพวกเรามักจะแปลงเป็น รักษาตู้เตียงให้สะอาดตลอดอาทิตย์ (ไม่ง้านอาทิตย์น้านโดนกักบริเวณ ไม่ได้กลับบ้านพล่ามเริ่มจะยาว ว่า การรักษาความไม่ประมาท มันเกี่ยวอะไรกับงานในหน้าที่ของพนักงานแบงก์น่ะหรือ เพราะในส่วนของตำรวจ หากประมาทเมื่อไหร่ อาจเสียชีวิตได้เพราะเราต้องอยู่ท่ามกลางอริราชศัตรู แต่พนักงานแบงก์ล่ะ ทำไมต้องรักษาความไม่ประมาทขนาดน้าน ก็เรื่องที่จะบอกกล่าวกันมันก็เป็นเพราะความประมาทนี่ล่ะครับ



เชื่อได้ว่า มีการสื่อความกันทุกเช้าทุกเย็นไม่เว้นแม้แต่ตอนไปปาร์ตี้หลังเลิกงาน ห้ามเปิดเครื่องทิ้งไว้นะน้องๆ ก่อนลุกจากเก้าอี้ ให้ Lock out จากระบบทุกครั้ง อย่าเปิดหน้าจอทิ้งไว้ อย่าให้ใครมานั่งเครื่องแทน แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า น้องๆจะจำกันแม่นได้เท่ากับเป้าหมายที่ต้องพุ่งชนรึป่าว นะ อิอิอิ


เรื่องก็มีอยู่ว่า น้องสวย(นามสมมติวันนี้โชคเข้าข้างเธอจับสลากได้เป็น AT ในทำเลทอง Low Counter แน่นอนครับ โอกาสในการปิดยอดขายต้องมีสูง ส่วนการทำรายการก็จะหนักไปทางรับเปิดบัญชี โอกาสในการนำเสนอ Product ก็มีไม่น้อยทีเดียว ช่วงระหว่างที่ทำรายการ ก็เป็นธรรมดาต้องมีแทรกโฆษณาคั่นรายการตลอด ปรากฎว่า ในวันเกิดเหตุ มีลูกค้ามาขอเปิดบัญชีใหม่แล้วทำบัตร ATM ซึ่งไม่แน่ใจว่า ระหว่างการทำรายการ กับโฆษณาคั่นอันไหนจะใช้เวลามากกว่ากัน อิอิ ปรากฎว่า ระหว่างทำรายการเปิดบัตร ATM อยู่ ลูกค้าเกิดสนใจProduct ขึ้นมา แน่นอนครับ เลือกไม่น่ายากเร้ย ว่าจะทำอะไรก่อน อิอิ น้องสวยก็ต้องรีบเดินไปหยิบโบรว์ชัวร์มานำเสนอ แต่เจ้ากรรมดันหาโบรว์ชัวร์ไม่เจอ เลยเสียเวลาค้น ด้วยเกรงว่า หากทำรายการเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนแล้ว ลูกค้ามักจะมีธุระด่วน และจะขอมาฟังต่อวันหลังทุ๊กที ไม่รู้เป็นไร จำเป็นต้องค้างรายการไว้ แล้วรีบไปหยิบโบรว์ชัวร์มาให้ดู เด๊วลูกค้าแกจะมีธุระก่อนซะ


ระหว่างนั้น คุณพระ!! เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น น..ขี้เหร่ (นามสมมติอีกเช่นกันซึ่งนั่งทำรายการอยู่เคาท์เตอร์ติดกัน ไม่รู้แกเกิดนึกอะไรขึ้นมา ประมาณว่า ลูกค้ารายนี้สูงอายุแระ คงไม่ใช้INTERNET BANKING หรอกกระมัง อาศัยช่วงจังหวะที่ น้องสวย ไปหยิบโบรว์ชัวร์ อยู่ น..ขี้เหร่ แกแอบดูข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารายนี้ (ไม่ขอเปิดเผยนะครับว่า ข้อมูลอะไรบ้าง เป็นความลับทางราษฎรเท่านั้นยังไม่พอ แกแอบไปคีย์อะไรก็ไม่รู้ใส่ในข้อมูลลูกค้าด้วย(ความลับอีก)



หลังจากนั้น น้องสวย ก็กลับมานำเสนอ Product ต่อ และแล้วก็สามารถปิดการขายได้สำเร็จ แล้วจึงทำรายการเปิดบัญชี และบัตร ATM ให้ลูกค้าเรียบร้อย โดยหารู้ไม่ว่า ระหว่างนั้นข้อมูลลูกค้าได้ถูก น..ขี้เหร่ฯ แอบคีย์อะไรไปก็ไม่รู้ แม้แต่sup ครับsup ทันทีที่ระฆังหมดยกดัง ติ้ง แกก็เดินมาอนุมัติให้ โดยไม่รู้ว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นระหว่างการทำรายการ การเปิดบัญชีจึงสมบูรณ์ ครับ

ตรงนี้เอง ครับ ที่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความประมาทระหว่างการทำรายการ หากน้องสวย ทำรายการตลอดต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นรายการสมบูรณ์แล้ว จึงไปหยิบโบรว์ชัวร์มานำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า น..ขี้เหร่ โต๊ะข้างๆก็คงไม่มีโอกาสได้มาแอบคีย์ข้อมูลลูกค้าแล้วแอบดูข้อมูลลูกค้าหรอกครั



สิ่งที่ น..ขี้เหร่ ทำต่อไปก็คือ เอาข้อมูลลูกค้าคนดังกล่าวไปเปิดInternet Banking แล้วกระทำทุจริตกับบัญชีลูกค้ารายนี้ ครับ เห็นหรือยังครับ เผลอ!!แค่แป๊บเดียว ก็เจอพวกเดียวกันเล่นงานเอาซะแร้ว งานนี้เป็นทีม Fraud Internet นะครับ เข้าจับกุมที่สาขาเรย โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าทุจริต



เรื่องก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เล่านะครับ กว่าจะสืบสวนได้ว่าใครเป็นคนผิด น้องสวย ก็เกือบซวยซะแล้ว เพราะเป็นคนทำรายการ นี่ถ้าทีม Fraud สืบไม่เจอ ว่าคนทุจริตที่แท้จริง คือใครแน่ คนที่แย่ท่าทางจะเป็นน้องสวย เห็นหรือยังครับ น้องๆ “รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต” มิฉะนั้นอาจกลายเป็นคนทุจริตโดยประมาทได้ นะคร๊าบบบบ



นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ประมาทนิดเดียว ก็เสียวด้ายยยยยย