“คนรักจากลา ตอนชะตาของพี่ตกต่ำ กลับบ้านตอนค่ำ เห็นเพียงห้องเปล่าใจหาย กระดาษแผ่นน้อย เขียนคำร่ำลาฝากไว้ อ่านแล้วทรุดลงร้องไห้ โธ่เป็นไปได้หรือนี่”
เพลงดังของเอกราช สุวรรณภูมิ อ่ะคับ ไม่รู้เคยได้ฟังกันบ้างรึป่าว พอดีเนื้อหามันโดนตา หัวข้อเรื่องเคส มันโดนใจกับชื่อเพลง เลยเกี่ยวมาตั้งหัวเรื่องกันซะหน่อย ครับ น้องสาขาคงเดากันได้ไม่ยากนะครับ ว่าเรื่องกระเป๋า นี่ มันมีอยู่เรื่องเดียวที่เกี่ยวกับสาขา กระเป๋าเหลืองนี่ล่ะครับ ที่ใช้บรรจุเงินสดย่อยไว้ทอนระหว่างวัน ยังไม่ได้สืบสาวราวเรื่องว่า ความเป็นมาในการใช้กระเป๋าเหลืองนี่ มีมานานยัง เท่าที่สอบถามจากบรรดากุนซือท้างหลาย ก็มีประโยชน์ไว้เพื่อ โต้กให้ไว เพราะเศษตังค์มานเยอะ ไม่ง้านกว่าจะได้เลิกงานกันก็ปาเข้าไปสองสามชั่วโมง หลังจากปิดสาขา เข้าใจว่าน่าจะเป็นสมัยนานมาแระ
แต่ในยุ ค 3G (ทันสมัยซะด้วย เพิ่งประมูลกันไป ตามหลังเพื่อนบ้านติดๆ ห่างกันแค่ 4 ปี) ระบบ ICT เราพัฒนากันถึงขั้น ไม่ต้องคิดเลขกันในใจแระ เพราะแค่มีนิ้วอย่างน้อย 1 นิ้ว ก็สามารถคิดคำนวณเลขหลักล้านได้ภายในพริบตา ปัญหาก็อยู่แค่ตอนนับตังค์ของจริงให้มันเท่ากับ ตัวเลขที่โชว์ในระบบนี่แหระ ยากจิงๆขอยืนยัน Shot กันได้ทุกวัน 5555 (มีน้องๆสาขายืนยันมานะ ป่าวคิดเอง) ฉะนั้น การคำนวณตัวเลขการทำรายการ สามารถจิ้มได้เรย เทียบกับสลิปรายการที่ทำก็น่าจะตรวจสอบได้ง่าย ฉะนั้นเงินย่อยที่จะใส่กระเป๋าเหลือง ก็เข้าใจว่า ยุคสมัยนี้ คงจะหมายถึงประเภท แบงค์สิบ (อ่อ ไม่น่าจะมีแระ) ยี่สิบ ห้าสิบ ร้อย อ่ะเต็มที่ก็ห้าร้อย แต่เท่าที่สุ่มเช็ค เจอแต่แบงค์พัน (แถวบ้าน กระพ๊ม ตั้งแต่แบงก์ห้าร้อย ก็ไม่เรียกเศษตังค์แร้วววว)
ถ้าภาษาตำรวจ เค้าจะเรียกการนำเงินสดย่อยมาแจกแจงรายละเอียดว่าสั้นๆ ว่า “จำหน่าย” สมมติว่า มีเศษเหรียญ สี่ร้อย แบงก์ยี่สิบ อีกสี่พันสอง แบงก์ห้าสิบอีกพันนึง รวมเป็น ห้าพันหก ก็จะจำหน่ายยอด ห้าพันหก ออกจากเงินสดสุดท้ายที่นำส่งแคชเชียร์ เพราะแคชเชียร์เหมือนคนคุมสต็อกสินค้าส่ง เล็กๆแกไม่ ใหญ่ๆให้แกเรย ถ้าให้พี่แคชเชียร์แกมานับเศษตังค์ล่ะก้อ กว่าจะโต้ก ก็คงจะผับเปิดพอดี แล้วทีนี้มันจะยาว กระเป๋าเหลือง ก็เลยถือกำเนิดขึ้นเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งจริงๆก็เข้าใจว่า ก่อนส่งก็คงจะสลับกับ ATโต๊ะอื่น ตรวจสอบกันด้วย แต่ในทางปฏิบัติม่ายรู้อ่ะ รู้แต่ว่า รู้เรื่องกันตอนเช้าทุกทีว่าขาด แสดงว่าตอนเย็นไม่ได้สลับกันนับใช่ป่ะ นี่ถ้ามีคนเซ็นตรวจด้วยน่าจะดี(น้องสาขาบอก หาเรื่องให้เหนื่อยอีกแระ)
ทีนี้ถ้าตอนเย็นไม่มีการตรวจทานสลับกันนับ เงินสดในกระเป๋าเหลืองกับ AT โต๊ะข้างๆ นั่นหมายความว่า ถ้าเงินไม่ครบ ก็จะไปรู้เรื่องอีกทีตอนเช้าที่ต้องสลับกระเป๋าเหลือง ให้ AT โต๊ะอื่น ใช้แทน ความถึงแตกใช่ป่ะ
ทีนี้ลองมาคิดกันเล่นๆนะคร ับ ถ้ามีจอมยุทธ สามารถใช้กระเป๋าเหลืองใบเดิมได้ทุกวันล่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้น ฝากผู้บริหารสาขาไปคิดให้หนาวกันเล่นๆนะครับ เพราะผมเคยถามไปเล่นๆ เมื่อนานมาแระ ได้รับการยืนยันว่า ท้างกระพ๊มม และ เดี๊ยนนนน ตรวจทุ๊กกกวัน ไม่มีทาง ที่เด็กจะใช้กระเป๋าเหลืองใบเดิมได้
จริงๆเคสนี้ ไม่ได้เกิดจากกระเป๋าเหลือง ครับ แต่เกิดจากการทำรายการเท็จที่ลูกค้าไม่ได้มาทำด้วยตนเอง แน่นอนครับ “เงินมี เงินพี่ต้องเอามา นี่พี่ไม่มา ก็แสดงว่าเงินไม่มี” ถ้าเงินไม่มีมาจริง แต่มีรายการฝากจริง มานจะโต๊กได้ยางงงายล่ะค๊าบพี่น้อง ก็ต้องShot สิค๊าบบบ แล้วทำยังไงไม่ให้มีคนรู้ว่ามัน Shot ล่ะ ก็จำหน่ายใส่กระเป๋าเหลือง สิค๊าบบบ แต่ยังไงก็ต้องถูกจับได้เพราะผู้บริหารสาขาแกตรวจกระเป๋าเหลืองทุกวัน ต้องเจอภายในเย็นน้านทันที ใช่ป่ะคับ ท่านผู้บริหารสาขา กระพ๊มเชื่อมือ แต่ทะมายจอมยุทธเราถึงกล้านี่สิ แปลกใจ จิง จิง งง จางเรย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กระเป๋า(เหลือง)แบน แต่แจ้งยอดเต็ม ถึงแฟนจะทิ้ง ก็มาซบอก Fraud ไปเท่ว Hong Krong กันได้ ค๊าบบบบ