เมื่อรักกันใหม่ๆ อะร๊ายอารายก็หวาน ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก เห็นพ้องกันไม่มีเห็นต่าง ยังก๊ะโปรโมชั่นมือถือ ประเภท ตัววางก่อน เค้าวางก่อนประมาณน้านเร้ย แต่พอหมดโปรโมชั่นนี่ดิ ไอ้ที่เห็นตามกันก็เริ่มจูนไม่ติด ก็เลยคิดอยากจะเปลี่ยนค่ายย้ายซิมกันให้วุ่น ซะง้าน
เรื่องของการบ้านการมุ้ง มันก็ควรจะยุ่งกันแต่ในมุ้งในบ้าน ดูแล้วก็ไม่น่าจามาเกี่ยวอารายกับแบงก์ได้เรยใช่ม๊ายค๊าบพี่น้อง แต่เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นน้านไม่ เมื่อคู่รักซิมเปิ้ลคิดอยากจะสร้างกิจการครอบครัวเพื่อความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต และแร้วท้างสองก็ได้เริ่มกิจการขึ้นมาแต่ยังขาดเงินลงทุนเพื่อจะเกิดสภาพคล่องในการบริหาร ก็เลยตกลงปลงใจมาใช้บริการ SME อีซี่โลน ของแบงก์ไหนก็ไม่รู้ เหอ เหอ เหอ
อะไรจะบังเอิญขนาดน้าน แบงก์ก็มีการจัดโครงการปล่อยกู้สินเชื่อสำหรับ ธุรกิจขนาดเล็กเล็ก(มี s สองตัวคับ เลยต้องมี 2 เล็ก) ที่กำลังหาเป้าหมายไว้สำหรับพุ่งชน คู่รักซิมเปิ้ล จึงได้เสนอขอสินเชื่อกับโครงการนี้ ซึ่งก็ได้ผ่านขวากหนามแห่งการประเมินสภาพกิจการ และมูลค่าหลักทรัพย์มาเป็นที่เรียบร้อย At the end (แปลว่าท้ายที่สุดหรือ ตอนจบ ชอบมากเรยครับ เป็นวลีที่มักจาได้ยินในโต๊ะประชุมบ่อยๆตอนใกล้ๆจะเลิกประชุม เรยประทับใจมาใช้ซะหน่อย) แบงก์อนุมัติให้กู้ แร้วก็มาถึงขั้นตอนการไปจดจำนองครับ แล้วด้วยความบังเอิญอีกแล้วคับ ฝ่ายเมียมาแจ้งแบงก์ว่าสามีพอดี้พอดีต้องเดินทางไปต่างประเทศ ศรีพันละเมียก็เลยต้องมาขอเอกสารแบบฟอร์มให้ความยินยอมคู่สมรสจากแบงก์ไปให้ฝาละมีเซ็นต์ให้ความยินยอมก่อนไปต่างประเทศ มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถจดจำนองเพื่อรับเงินตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ แระเช่นเคยแบงก์มีรึจะขัด เซเว่นอีเลฟเว่นเราเป็นเลิศอยู่แร้ว ไม่จำเป็นก็จะไม่เสียซักแต้ม ให้print แบบฟอร์มเปล่าไปเรยคับ แร้วคุณพันละเมียก็กลับมาแบงก์อีกครั้งพร้อมปรากฎลายเซ็นต์ฝาละมีในช่องผู้ให้ความยินยอม แถมตัวเองมาเซ็นต์ในช่องพยานต่อหน้าพนักงานสินเชื่อเพื่อความน่าเชื่อถืออีกต่างหาก ตามด้วยพนักงานสาขาที่เป็นเจ้าของพื้นที่เซ็นต์เป็นพยานอีกคน แล้วก็ได้เอกสารที่ครบถ้วนไปจดจำนอง อ้อ!! ลืมบอกไปว่า ฝาละมีคุณเธอด๊านเป็นบักสีดา เอ๊ย ฝรั่ง ซึ่งไม่จำเป็นแล้วทางเราก็ไม่ค่อยจะเสวนาด้วย เพราะเมื่อยมือกว่าจะสื่อกันเข้าใจ
หลังจากนั้น คู่รักซิมเปิ้ลนี้ก็ได้วงเงินสินเชื่อไปใช้แล้วก็ผ่อนชำระเรื่อยมา โดยฝ่ายสามีบักสีดานี้จะเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีศรีภรรยา แล้วก็ตัด ATS ผ่อนชำระเป็นงวดๆไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 1 ปีเห็นจะได้ ผ่อนไปแล้ว 12 งวด จนกระทั่งถึงงวดล่าสุดตัด ATS ม่ายผ่าน เรื่องก็เรยมาถึงฝ่ายติดตามหนี้ ก็ต้องไปติดตามหาตัวลูกหนี้ศรีพันละเมียว่าเหตุไฉนทำไมไม่ผ่อน แต่ยังไม่ทันที่จะออกไปหา ฝ่ายสามีบักสีดาก็ได้มาหาแบงก์ถึงที่เรย คุยกันจนเมื่อยมือพอจะจับความได้ว่า ศรีพันละเมียได้แอบเปลี่ยนค่ายย้ายซิมไปมีกิ๊ก สามีจับได้ก็ให้อภัยขอให้กลับตัวกลับใจมารักกันเหมือนเดิมแล้วเลิกกับกิ๊กซะ แต่ฝ่ายเมียยืนยันเสียงแข็งไม่กลับ แถมยังไปเปิดกิจการใหม่กับกิ๊กอีก ฝ่ายสามีก็ไม่ได้เป็นคนช่างคิดช่างแค้นกับเมีย ก็ได้แต่หันมาอาฆาตกับแบงก์แทนคับ โดยแจ้งข่าวดีให้แบงก์ทราบว่า หนังสือยินยอมในฐานะคู่สมรสน้าน ไอม่ายด้ายเซ็นต์ อึ้งกิมกี่สิคับฝ่ายสินเชื่อ แอร์ในสาขาก็เย็นเจี๊ยบแต่สินเชื่อเราเหงื่อท่วมเรย เปิดดูหนังสือยินยอมอีกครั้ง พิจารณาดีๆ เออเฮ้ย ไม่ค่อยเหมือนกับลายเซ็นต์ฝรั่งจิงๆด้วย และแร้วก็นั่งจิ้มแป้นคอมทำ อินสิเด๊ด เอ๊ย Incident
ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจเมียฝรั่งคับ ให้ฝรั่งมาเซ็นต์เอกสารต่อหน้าทุกครั้งนะค๊าบ คนที่อึ้งกิมกี่ต่อไปก็คือ พนักงานที่เซ็นต์เป็นพยานน่านแหระค๊าบ สินเชื่อยื่นอะไรมาให้เซ็นต์ก็ไว้ใจเซ็นต์ให้หมด แล้วก็มารอลุ้นตอนมีเรื่อง คิดได้ทีหลังว่าไม่น่าเร้ยยยย คิดได้ก็ช้าไปทุกที แมะ!!เพื่อนยื่นอะไรให้เซ็นต์ก็เซ็นต์แบบไม่ถาม ทีสามีตัวเองให้เซ็นต์เอกสารล่ะ แม่ตรวจถี่ยิบ ซักซะละเอียดเร้ยยยย คิดแร้วมานน่าน้อยใจใช่ม๊ายค๊าบ คุณสามี
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัว แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ผัวเมีย ยังง๊าย ยางงาย ก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
เมื่อบล็อกที่แล้วได้แจ้งข่าวให้น้องๆทราบกันนะครับว่า เด๊วนี้ Fraud ได้นำวิธีการสืบสวนเชิงรุก คือ Detector มาช่วยตรวจดูเฝ้าระวังการทุจริตนะครับ ก็ปรากฎว่า ได้ผลเกินคาดครับ สามารถตรวจจับความผิดปกติของรายการที่น้องๆพลั้งเผลอทำกันได้เยอะนะครับ ซึ่งหลายๆสาขาก็ได้เข้าไปเยือนที่สาขาในทันทีที่ตรวจพบและแนะนำกันบ้างแล้ว นะครับ
ส่วนน้องๆบางท่านที่อาจจะไม่ได้มีเจตนาแต่ต้องเข้าใจนะครับว่า กิจการธนาคารต้องอาศัยความเชื่อถือของลูกค้าเป็นอย่างสูง สิ่งที่จะปล่อยผ่านไม่ได้เลยก็คือ การเซ็นต์แทน นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆหรือไม่ก็ตาม อาจจะไม่ถึงกับทุจริต แต่ก็เป็นการไม่ควรอย่างยิ่ง ถึงแม้จะเป็นคนใกล้ชิด ญาติสนิทมิตรสหาย หรือแม้กระทั่งเป็นสามีภรรยา ไม่ว่ามีใบอนุญาตขับขี่กัน(ทะเบียนสมรสนั่นแหระค๊าบ) หรือขับขี่กันโดยไม่มีใบอนุญาตก็ตามนะครับ ถึงกฎหมายจะให้เสมือนเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ตาม สำหรับธุรกิจธนาคารเราไม่อนุญาตให้ทำนะครับ พักนี้เจอบ่อย เลยต้องเตือนกันไว้ อย่าให้เสียสถานภาพพนักงานโดยไม่จำเป็นเรยนะครับ
เรื่องที่จะบอกเล่ากันก็มีอยู่ว่า จากการที่ได้เฝ้าระวังตรวจสอบด้วยวิธีการต่างๆ(ขอปิดเป็นความลับนะค๊าบ) ก็ทำให้พบโดยบังเอิญ พนักงานของเราได้จดทะเบียนสมรสกับบุคคลภายนอก บังเอิญสามีหรือภรรยาบุคคลภายนอกนั้น ได้มีบัญชีกับธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยการยึดอำนาจครอบครองการบริหารเงินของครอบครัวหรือไม่ก็ตาม ทำให้พนักงานเข้ากระชับพื้นที่สามีรวมไปถึงบัญชีเงินฝาก บัญชีกองทุน ด้วยความเข้าใจว่าสามีภรรยาถือเสมือนบุคคลคนเดียวกันก็เลยกระทำการรวบอำนาจเบิกถอนเอง จะโดยคำสั่งหรือคำอ้อนวอนของอีกฝ่ายหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดระเบียบธนาคารนะครับ หากอีกฝ่ายไม่พอใจในภายหลัง อาจถึงกับทำให้นับว่าเป็นการทุจริตได้เลยทีเดียว ฉะนั้น ขอย้ำครับ อย่าเสี่ยงเด็ดขาด อยู่บ้านอาจเป็นคนคนเดียวกันครับ แต่ถ้าแยกกันเมื่อไหร่ รับรองได้ไม่ใช่คนคนเดียวกันแน่นอนค๊าบบ พี่น้อง
ปล ได้รับการยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ว่า อยู่กับเราก็เป็นคนของเราครับ พอคลาดสายตาเราไม่รู้เป็นคนของครายยยยยย เหอ เหอ เหอ
ส่วนน้องๆบางท่านที่อาจจะไม่ได้มีเจตนาแต่ต้องเข้าใจนะครับว่า กิจการธนาคารต้องอาศัยความเชื่อถือของลูกค้าเป็นอย่างสูง สิ่งที่จะปล่อยผ่านไม่ได้เลยก็คือ การเซ็นต์แทน นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆหรือไม่ก็ตาม อาจจะไม่ถึงกับทุจริต แต่ก็เป็นการไม่ควรอย่างยิ่ง ถึงแม้จะเป็นคนใกล้ชิด ญาติสนิทมิตรสหาย หรือแม้กระทั่งเป็นสามีภรรยา ไม่ว่ามีใบอนุญาตขับขี่กัน(ทะเบียนสมรสนั่นแหระค๊าบ) หรือขับขี่กันโดยไม่มีใบอนุญาตก็ตามนะครับ ถึงกฎหมายจะให้เสมือนเป็นบุคคลคนเดียวกันก็ตาม สำหรับธุรกิจธนาคารเราไม่อนุญาตให้ทำนะครับ พักนี้เจอบ่อย เลยต้องเตือนกันไว้ อย่าให้เสียสถานภาพพนักงานโดยไม่จำเป็นเรยนะครับ
เรื่องที่จะบอกเล่ากันก็มีอยู่ว่า จากการที่ได้เฝ้าระวังตรวจสอบด้วยวิธีการต่างๆ(ขอปิดเป็นความลับนะค๊าบ) ก็ทำให้พบโดยบังเอิญ พนักงานของเราได้จดทะเบียนสมรสกับบุคคลภายนอก บังเอิญสามีหรือภรรยาบุคคลภายนอกนั้น ได้มีบัญชีกับธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยการยึดอำนาจครอบครองการบริหารเงินของครอบครัวหรือไม่ก็ตาม ทำให้พนักงานเข้ากระชับพื้นที่สามีรวมไปถึงบัญชีเงินฝาก บัญชีกองทุน ด้วยความเข้าใจว่าสามีภรรยาถือเสมือนบุคคลคนเดียวกันก็เลยกระทำการรวบอำนาจเบิกถอนเอง จะโดยคำสั่งหรือคำอ้อนวอนของอีกฝ่ายหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นการปฏิบัติที่ผิดระเบียบธนาคารนะครับ หากอีกฝ่ายไม่พอใจในภายหลัง อาจถึงกับทำให้นับว่าเป็นการทุจริตได้เลยทีเดียว ฉะนั้น ขอย้ำครับ อย่าเสี่ยงเด็ดขาด อยู่บ้านอาจเป็นคนคนเดียวกันครับ แต่ถ้าแยกกันเมื่อไหร่ รับรองได้ไม่ใช่คนคนเดียวกันแน่นอนค๊าบบ พี่น้อง
ปล ได้รับการยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ว่า อยู่กับเราก็เป็นคนของเราครับ พอคลาดสายตาเราไม่รู้เป็นคนของครายยยยยย เหอ เหอ เหอ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)