วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แป๊บเดียวก็เสียวได้

จริงๆเรื่องเงินสดในลิ้นชัก จำได้ว่าเคยเขียนในบล็อกก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ว่า untouchable เด็ดขาด หมายถึง ถ้าไม่มีลูกค้ามาทำรายการฝากถอน หรือไม่ก็ต้องเป็นกิจกรรมของธนาคารเท่านั้น นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้จะหยิบจากลิ้นชักไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น แล้วเงินในลิ้นชักก็ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของพนักงาน ถือเป็นเพียงที่พักเงินสดในลิ้นชักที่เคาท์เตอร์เพื่อทำรายการรับฝากในสาขา พนักงานมีอำนาจแค่ทำตามคำสั่งการฝากถอนของลูกค้า เมื่อสิ้นวันก็ต้องหยิบมาส่งคืนแคชเชียร์ หรือหากระหว่างมีเงินสดดำรงในลิ้นชักมากกว่าที่กำหนดก็ต้องนำส่งแคชเชียร์ ทันที นอกเหนือจากนี้ คุกล้วนๆคับ


เรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่องก็เกิดขึ้นแบบไม่น่าเกิดจริงๆเลยคับ น้องๆคงคิดว่าเอาไปไม่กี่นาทีเด๊วเอามาคืนคงไม่เป็นไรม๊าง ก็เลยทำให้งานเข้าพี่จนได้คับ แมทช์นี้เลยได้เยือนสาขาในเรื่องเดิมๆครับ เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะต้องการจะขอสินเชื่อจากแบงก์อื่น แต่ Statement ของตัวเองไม่ค่อยได้เดินเท่าไหร่ เกรงว่าหากยื่นไปอาจได้น้อย ก็เลยหาวิธีที่จะทำให้ Statement ตัวเองเดินได้สวยงาม ปัญหาก็อยู่ตรงที่จะเอาเงินสดที่ไหนมาฝากเข้าถอนออก เพราะจริงๆไม่มีตังค์อ่ะ อย่ากระนั้นเรย เราก็ AT มืออาชีพอยู่แร้ว จับเงินทุกวัน แค่ยืมไปแป๊บเดียวไม่ถึงห้านาทีเด๊วเอากลับมาใส่ลิ้นชักเหมือนเดิม คงไม่มีใครเห็นหรอกม๊างงงงง !! ช่างคิดได้เน้อะ ไอเดียดีแต่วิธีมันผิดไปหน่อยครับ ควรจะใช้เงินตัวเองและไปเดินบัญชีที่สาขาอื่น ไม่ควรเป็นสาขาที่ตัวเองอยู่ เพราะจะทำให้เพื่อนๆที่ทำรายการให้ได้รับเคราะห์กรรมของเราไปด้วยนา เด๊วจาหาว่าไม่บอก


ถึงจะหยิบเงินจากลิ้นชักไปให้เพื่อนในสาขาทำรายการฝากเข้าบัญชีตัวเอง แล้วเดินไปกด ATM ถอนมาคืนลิ้นชัก น้องๆอาจจะคิดว่าไม่ได้ทำให้ธนาคารเสียหาย แต่ความจริงแล้ว ทำแค่นี้มันก็ครบองค์ประกอบความผิดของ ลักทรัพย์ แล้วครับ ที่สำคัญน้องๆเป็นลูกจ้างของธนาคาร ก็ทำให้ถูกเพิ่มโทษเป็นข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง จากจำคุก 3 ปี ก็เลยเป็น 5 ปี อันนี้เป็น Step พื้นฐานที่ต้องโดนแน่ๆ ถ้าเป็นเวลากลางคืนด้วยคือ พวกสาขา Inmall ที่ทำรายการได้ถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน ก็ยิ่งโดนเพิ่มข้อหาเป็นเวลากลางคืนไปอีก กลายเป็นลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน โทษจำคุกก็เพิ่มเป็น 7 ปี งานนี้สนุกเรยครับ ได้กินข้าวแดงกันยาว ติดคุกตอนเป็นสาวพ้นโทษก็แก่กันพอดี นี่ล่ะครับ เรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นไรม๊างที่น้องๆคิดกันแบบง่ายๆ สามารถทำลายอนาคตได้ยาวนานทีเดียวเรยนะ


ปล. ถึงจะไม่มีความเสียหายแต่ Fraud ก็ยืนยันนะครับว่าต้องพาน้องไปเที่ยว Hong Kong เช่นเดิม และที่สำคัญ จัดเต็ม คับ ขอย้ำ จัดเต็มเต็ม ไม่มีลดข้อหาคับ อ้อ!! ถ้าขยายผลเจอเพิ่มก็แถมให้อีกคับไม่ต้องห่วง อิอิอิ

เพราะโชคร้าย หรือ กรรมเก่า



มีน้องๆขอให้จัดเรื่องเกี่ยวกับสินเชื่อนำเสนอบ้าง ก้อ ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีของน้องที่ขอมา หรือว่าเป็นความโชคร้ายของน้องที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้นะครับ มีเรื่องเกี่ยวกับสินเชื่อเข้ามาพอดียังก๊ะรู้เรยว่า มีคนร้องขอ






  หลายท่านคงงงว่าดูหัวข้อเรื่องไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับสินเชื่อใช่มั๊ยครับ พอดีเหลือเกินน้องที่ทำเรื่องนี้ทำหน้าที่สินเชื่อค๊าบ แต่ที่ตั้งหัวข้อเรื่องนี้ ก็เพราะจริงๆน้องเค้าทำมาตั้งแต่สองสามปีก่อนโน้น แน่ะ!!! แล้วที่สำคัญ ก็ไม่ได้เป็นต้นเรื่องของการสืบสวน หากแต่เป็นการขยายผลจากการที่ผมได้เข้าไปจัดการกับบางสาขาเกี่ยวกับเรื่องเช็ค ซึ่งได้เคยเล่าให้ฟังกันไว้ในหัวข้อ เช็ค A/C Payee เข้าผิดบัญชี มีลุ้นยันเกษียร นั่นล่ะครับ ก็เลยเป็นที่มาของการขยายผลและมาพบว่าน้องสินเชื่อคนนี้ได้เข้าผิดบัญชีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่บัญชีใครที่ไหนครับ เป็นบัญชีของคนใกล้ชิดตัวเอง

สิ่งที่น่าเห็นใจก็คือ คำสั่งล่าสุดนี้เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเพราะผลงานโดดเด่น และเป็นคนทำงานเก่ง แต่ช่วงเวลาเมื่อสองสามปีก่อนอาจจะตัดสินใจผิดไปหน่อย เลยใช้หน้าที่ในการทำสินเชื่อเป็นช่องโอกาส พล่ามต่อเด๊วจะงงกันไปใหญ่ เข้าเนื้อเรื่องเลยละกันนะครับ

เรื่องก็มีอยู่ว่า เวลาลูกค้ามาขอสินเชื่อที่สาขา ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเก้าเก้า เราจะเสนอขายประกันพ่วงไปด้วย จะกลยุทธอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่ฟังดูดีก็คือ ทำให้การพิจารณาสินเชื่อมีโอกาสสูง น่าน!!! เจอประจำเลยตอนไปขอสินเชื่อ บางทีนะ คุยเรื่องประกันเยอะกว่าเรื่องสินเชื่อที่ไปขอซะอีก 555 อ้อ!! ที่สำคัญออฟชั่นที่มักจะได้ก็คือ ค่าเบี้ยไม่ต้องจ่ายครับเพราะเด๊วขอรวมไปยอดจัดสินเชื่อ แมะ!! ล่อใจกันซะขนาดนี้ ไม่ซื้อได้งัย คือ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เกี่ยงหรอกครับ ขอให้สินเชื่อผ่านละกัน แต่ปัญหาที่เกิดต่อน่ะสิครับ คือ ลูกค้ามักจะเปลี่ยนใจขอยกเลิกเงื่อนไขทำประกันหลังจากสินเชื่ออนุมัติ หรือไม่ ก็มีเหตุให้ทางเราไม่รับประกัน จึงเป็นที่มาของการทำเช็คคืนครับ เนื่องจากค่าเบี้ยประกันได้รวมไปกับวงเงินที่ขอสินเชื่อไปแล้ว


แน่นอนครับ เช็คที่ออกจากบริษัทประกันก็ต้องเป็นเช็ค A/C Payee อีกเช่นเคย แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางลูกค้า เราก็มักจะนำเช็คไปคืนเข้าบัญชีสินเชื่อของลูกค้าเพื่อตัดยอดหนี้วงเงินสินเชื่อ ซึ่งถ้าเหตุการณ์ปกติ ลูกค้าก็มักจะได้ประโยชน์ล้วนๆจากการที่น้องๆอำนวยความสะดวกให้ โดยเป็นผู้คีย์เช็คจากบริษัทประกันนำเข้าบัญชีลูกค้าให้ โดยที่ลูกค้าไม่ทราบด้วยซ้ำไป ซึ่งจุดนี้ทำให้น้องๆที่ใจไม่แข็ง และอาจกำลังเดือดร้อนพอดี เผลอตัวเผลอใจนำไปเข้าบัญชีตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้ แต่ที่น่าแปลกก็คือ หากเข้าบัญชีตัวเองก็จะต้องให้เพื่อนทำรายการให้ แล้วเพื่อนก็ไว้ใจเพื่อนเสียเหลือเกิน ทำรายการให้โดยไม่สงสัยเร้ยยยย เพื่อนขอมาก็จัดให้ตลอด พอเป็นเรื่องขึ้นมาล่ะคับ น้องๆที่ทำรายการให้ก็เข้าข่ายโชคร้ายแระ แต่สุดท้าย ยังไงก็แล้วแต่ครับ ไม่ว่าความผิดจะถูกปกปิดไว้นานเพียงใด ซักวัน น้ำลด ตอก็ต้องผุด ในวันที่ทำผิดอาจไม่มีใครรู้หรือไม่มีใครจับได้ นั่นอาจเป็นเพราะบุญเรายังเยอะอยู่ครับ พอบุญหมดก็เหมือนน้ำลด ตอมันก็โผล่มาแบบไม่รู้ตัว มารู้อีกที ทีมFraud ก้อมาหาที่สาขาแระ ว๊า!!!แย่จัง


ปล ที่น่าโชคร้ายกว่าก็คือ เพื่อนๆที่ทำรายการให้เพื่อน อุตส่าห์เชื่อใจมาทำกันได้ คราวหน้าถ้าเพื่อนให้ทำรายการให้ก็กระซิบผู้บริหารสาขาหน่อยก็ดีน๊า อย่างนี้เค้าเรียก กรรมเก่า มาโผล่ตอนบุญหมด ก็ ทำบุญเยอะๆ ปล่อยนก ปล่อยกา ปล่อยเต่า แต่ไม่ต้องปล่อยแก่ นะ เด๊วจาบาปหนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สองคนในร่างเดียว

วันนี้เปิดบล็อกมาต๊กกะจายอย่างแรง เมื่อเห็นจำนวนผู้ชมเข้ามาอ่านบล็อกเยอะมากเกินคาด รู้สึกมีกำลังใจเขียนมากมายเรยคับ เพียงแวะมาอ่าน แค่ผ่านๆก็ดีใจแร้วค๊าบบ

เช่นเคยครับ ปัญหาเดิมๆ แต่หลากหลายลีลาเหลือเกิน ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็พอๆกับคดีตำรวจไล่จับคนเล่นพนันนั่นแหระ คับ ต่างกันก็ตรงที่ลีลาการหลบหนีตำรวจ ยังไงยังง้านเลยล่ะ
จะว่าไปแร้วก็ไม่ใช่แต่เฉพาะทีม Fraud เท่านั้น ที่สรรหานวตกรรมการสืบสวนเชิงรุกมาใช้นะครับ วิวัฒนาการของลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้า (อ้าว เขียนเองยังงงเอง) คือ ตอนมาใช้บริการเราก็เป็นลูกค้า แต่พอเวลาผ่านไป ลูกค้าคนเดิมกลับไม่ใช่ลูกค้าซะแร้ว กลายเป็นลูกความซะง้าน 555 ก็เรื่องหลักๆของทุกสาขานั่นแหระคับ มีทุกวัน พันสาขา เป็นประตูบานแรกของลูกค้าเราเลยครับ เปิดบัญชีใหม่ นั่นเอง แระแร้วภารกิจอันสำคัญนี้ พี่ๆก็มักจะมอบให้เป็นการรับน้องใหม่ไฟแรงของสาขา ที่มุ่งมั่นขยันกับการเปิดบัญชีเป็นที่สุด เป็นผู้รับสิทธินี้ไปดำเนินการ ส่วนเหตุผลนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อิอิอิ

น้องๆ ทราบมั๊ยครับว่า นวัตกรรมใหม่ของลูกค้าเราที่สร้างความงุนงงให้กับทีม Fraud เป็นอย่างมากคือ ณ บัด Now ได้เกิดปรากฎการณ์ มนุษย์ 2 คน มีเลข ID Card 13 หลัก เลขเดียวกันมาแล้ว แล้วที่น่าต๊กกาจายมากกว่าน้านคือ บัตรประชาชนทั้ง 2 ใบ ออกโดยหน่วยงานรัฐซะด้วย พูดง่ายๆก็คือ นายแน่มาก ช่างกล้าเอามนุษย์ที่ไหนไม่รู้มาสวม ID คนในทะเบียนราษฎร์ เมื่อลูกค้ายื่นบัตรประชาชนมาขอเปิดบัญชี แค่เห็นบัตรมีสมาร์ทการ์ดเท่านั้น ล่ะ แม่เสียบเข้าแท่นอ่านทันที เดชะบุญที่ข้อมูลเก่าเคยเปิดบัญชีมาแล้วที่สาขาอื่น การเปิดบัญชีครั้งนี้ก็ยิ่งสะดวกโยธินเป็นไหนๆ เพียงแค่ชั่วอึดใจ บัญชีใหม่ก็เกิดขึ้นได้ทันทีอีก 1 บัญชี ประมาณว่า น้องชงมาปุ๊บ พี่ตบซุปปั๊บ ทั้งเอทีเอ็ม ท้าง SMS อันเลิศ สบายใจ เก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนอีกซะหน่อย แหร่ม เร้ยยยย ประมาณว่า ช้านรอสิ่งนี้มานานแล้ว เยส เยส เยส

ทีนี้พอมัน Alert สิครับ ความก็เลยแตก เพราะมันดันไป Alert ที่มือถือของเจ้าของบัญชีแรกที่ข้อมูลวิ่งเข้ามาตอนน้องเสียบการ์ด อ่ะคับ เพียงแค่ชั่วอึดใจ ลูกค้าบัญชีแรกก็มาถึงสาขา เจ้าของสาขาแรกก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ก็เจ้าแรกม่ายด้ายสมัคร SMS Alert นี่หว่า มันดังได้ยางงาย ครายถอนบัญชี ช้าน แต่พอเช็คเงินในบัญชีก็ยังอยู่ครบนิ เรียกข้อมูลดู ถึงได้รู้มีการเปิดใหม่เป็นบัญชีที่สอง ประมาณว่า สองคนในเลขเดียว งานก็เลยมาเข้า Fraud เรยคับ ต้องมาพิสูจน์กันว่า ครายตัวจริง ครายตัวโคลนนิ่ง

ปัญหานี้สามารถแก้ได้เบื้องต้นง่าย คับ ถ้าตอนเปิดบัญชี น้องๆควรจะเอ๊ะใจนิสนุง ว่า ลูกค้ามีบัญชีอยู่แล้ว จะมาเปิดใหม่อีกทำไม โดยเฉพาะเปิดบัญชีประเภทเดียวกัน ส่วนลีลาในการถามลูกค้าก็ไปสรรหาออกแบบคำถามตามใจชอบนะครับ เด๊วจะกระทบ เซเว่น อีเลฟเล่น ซะ

อีกข้อที่ควรระวังก็คือ หมายเลขโทรศัพท์เดิมจากข้อมูลเก่า น้องๆไม่ควรถามนำครับ ว่ายังใช้เบอร์เดิมใช่มั๊ย แต่ควรถามว่า เบอร์เก่าหมายเลขอะไรคะ เป็นไปได้ยากมากที่จะจำเบอร์เก่าตัวเองไม่ได้ แล้วถ้าลูกค้าบอกเบอร์ใหม่ซึ่งไม่ตรง ก็น่าจะใช้วิธีเหมือนที่มีหนุ่มๆมาขอเบอร์นั่นล่ะครับ ลองยิงเข้าไปเลย ว่ามันดังรึป่าว ถ้าดังก็ค่อยติ๊ก SMS Alert นอกเหนือจากนี้ ก็ไปวัดดวงกันเอาเองละกันนะค๊าบบบบบ

อ้อ แล้วถ้าชื่อตามหน้าบัตรประชาชนไม่ตรงกับข้อมูลเก่าที่เรียกจากบัญชีเดิม ก็อย่าใจดีกันถึงขนาดเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ขอเอกสารการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลนะค๊าบ ถึงจะติดซุป แต่ก็เชื่อได้ว่า พี่ซุปตาเค้ามั่นใจน้องกันซะจริ๊ง น้องยิง พี่ตบ จบข่าวคับพี่น้องงงงง

ปล. อย่าลืมทำบุญทำทาน ทำสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา โดยเฉพาะปลาหมอน๊า จะได้ม่ายต้องเจอหมอความ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะค๊าบบบน้องใหม่ท้างหลายยยย


วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พลาดเพราะปลอกแท้ๆ

ฮั่นแน่!!! เห็นหัวเรื่องรีบคลิ๊กอย่างไวเร้ยยยย รู้นะว่าคิดอะไรอยู่อ่ะ อย่าเพิ่งคิดไปถึงไหนต่อไหนนะค๊าบ ไอ้ปลอกที่ว่าเนี้ยะ ไม่ใช่ปลอกอะไรที่หนาย มานก็คือ ปลอกแหนบรัดธนบัตรนั่นเองครับ มันมีประโยชน์อะไรหรือ ก็มีไว้บอกว่าได้ผ่านการนับอย่างละเอียดถี่ถ้วนมาแล้ว่าครบหนึ่งร้อยฉบับ ; เพราะมันจะมีช่องว่างให้พนักงานที่นับเซ็นต์ชื่อไว้ด้วยล่ะ และมนุษย์ผู้เซ็นต์นี่แหระจะต้องเป็นผู้กรรมหากภายหลังมีการนำไปรัดเข้าเป็นปึกแล้วธนบัตรไม่ครบ ไม่ต้องตกใจนะครับว่าจะมีเฉพาะแบงก์เราแบงก์เดียวที่มีปลอกแบบนี้ มันมีกันทุกแบงก์นั่นแหระคับ แล้วที่สำคัญ ก่อนที่มันจะเข้าไปอยู่ในตู้Volt ของแบงก์เรา มันจะต้องเป็นปลอกของแบงก์เราเท่านั้นนะครับ พล่ามยังก๊ะเด็กสาขาจะไม่รู้ 555 รู้หมดแหระ แต่ทำไมถึงพลาดได้เนี้ยะ!!!!







เจ้าปลอกนี่ มันมีฤทธิ์เดชไม่ธรรมดานะครับน้องๆ ผมยังนึกชื่นชมคนคิดปลอกนี้ขึ้นมาตั้งแต่สมัยยังไม่ทำงานแบงก์ เพราะเคยนำธนบัตรจากแบงก์นึงไปฝากอีกแบงก์นึง ทั้งๆที่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าก้าว หรือจะเรียกให้ง่ายกว่าน้านก็คือ แบงก์อ่ะอยู่ติดกันชนิดที่ใช้เสาประตูร่วมกันทีเดียวเลยล่ะ เราแค่หิ้วธนบัตรจากแบงก์นึงใส่ถุงกระดาษแพ็คอย่างดีแล้วเดินไปอีกแบงก์นึง ต่อคิวฝากเงินประมาณคิวสองคิว ชนิดที่ว่าตดไว้ยังไม่หายเหม็นเรย ก็ได้เข้าไปทำรายการฝากแร้ว เชื่อมั๊ยครับท่านผู้ชม น้องแบงก์ที่เราไปฝากใหม่ เค้าแกะปลอกก่อนเรยแล้วนับใหม่ ไอ้เราก็นึกว่าเห็นเราเอาธนบัตรมาจากแบงก์คู่แข่ง น้องเค้าคงโกรธแค้นไม่อยากเห็นปลอกแบงก์อื่น (ชักออกแนวจิตนิดๆนะเนี่ยๆ) เลยถอดออกนับใหม่ เมื่อครบหนึ่งร้อยฉบับก็แอบยิ้มอย่างสะใจที่มุมปากเล็กน้อย แล้วก็หยิบปลอกของแบงก์ตัวเองมารัดเป็นแหนบแถมเซ็นต์ชื่อกำกับอย่างสะใจว่าครบ ไม่โดนต้ม เออ เอาเข้าไป คิดได้นะเรา






  น้องๆพอจะเข้าใจแล้วใช่มั๊ยครับ ว่าผู้ที่คิดปลอกมหัศจรรย์นี้ขึ้นมา เค้าต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลมาก เล็งเห็นแล้วว่าจะหาเรื่องให้น้องๆที่สาขาต้องนับทวนธนบัตรให้ครบร้อยฉบับได้ยังไง เพราะส่วนใหญ่น้องๆพนักงานแบงก์สมัยก่อนจะเชื่อใจลูกค้ามาก ไม่ค่อยนับ หรือไม่ก็มีวิสัยทัศน์ที่ผิดๆ คือ ไม่กล้านับเงินต่อหน้าลูกค้า เด๊วลูกค้าจะหาว่าไม่ไว้ใจ






จากการสอบถามผู้ประสงค์ออกความเห็นแต่ไม่ประสงค์จะออกนามเพราะกลัวโดนประนามในภายหลัง ได้ให้ข้อมูลมาว่า ผู้คิดปลอกนี้ได้คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ไม่รู้อารมณ์ไหนแกก็มาสะดุดหยุดตรงช่วง การรณรงค์ใส่ปลอกนี่ล่ะครับ ฟังดูชื่อคุ้นๆ ทะแม่งๆอยู่นา แกก็เลยนำมาเสนอผู้มีอำนาจให้มีการรณรงค์ใส่ปลอกให้กับธนบัตรด้วยครับ แล้วก็ยังกำหนดให้คนนับต้องเซ็นต์ด้วย เวลาธนบัตรไม่ครบจะได้ตามตัวถูก ต่อมาภายหลังการใส่ปลอกมันฟังดูไม่ค่อยจะโสภาเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับพนักงานสาวๆ แบงก์ก็เลยออกความเห็นในการเรียกคำเลี่ยงจากปลอกรัดแหนบเป็นเหลือคำว่า รัดแหนบ หรือ แหนบ เท่านั้น ครับ เรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดกันในบรรยากาศแห่งการร่ำสุรานะ ผู้รู้จริงโปรดมาชี้แนะด้วยนะครับ ก่อนที่น้องๆเค้าจะเอาไปเล่าต่อๆกันไป 555







พล่ามมาซะยาว เรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดก็มาจากไอ้เจ้าปลอก หรือ แหนบ นี่ล่ะครับ เค้ามีไว้ให้ประจำสาขาแต่ละสาขา เพื่อให้พนักงานเรานับครับ พอดีลูกค้ารายใหญ่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับน้องๆที่สาขา จะได้ไม่ต้องเสียเวลานับใหม่กันนาน พี่แกเลยขอปลอกของสาขาไปให้เสมียนฝ่ายการเงินที่ร้านแก นับครบแล้วรัดแหนบของแบงก์เราเรียบร้อย จากการสืบสวนในเชิงลึก ทราบว่า เฮียแกเล่นไปขอของทุกแบงก์เลยครับ เพราะแกต้องเอาเงินไปเข้าหลายแบงก์ ก็เลยใช้ปลอกรัดแหนบแยกแบงก์ไว้ให้เด็กเรย เวลาไปเข้าจะได้ไม่ผิดแบงก์ แต่ขอประทานโทษครับ!!! เฮียแกไม่ทันได้คิดว่า แกทำเช่นนี้ ทำให้น้องๆเราเอาแบบสบายเข้าว่า ในเมื่อเฮียใส่ปลอกมา หนูก็จัดเต็ม เซ็นต์ไปโดยไม่ต้องนับทวนต่อหน้าคนฝาก และแล้วมันก็เป็นที่มาของเงินขาดครับ เพราะเฮียแกดึงไปเข้าแบงก์อื่นแหนบนึง โดยลืมบอกเด็กที่จะเอามาฝากเข้าแบงก์เรา เด็กที่ร้านก็ไม่ได้นับก่อนจะเอาใส่ถุงกระดาษมาฝาก รวบเข้าถุงนำส่งสาขาของแบงก์เราเลย น้องๆที่สาขาเราก็ดีจนน่าใจหาย เห็นเหยื่อ เอ๊ย!! ลูกค้าคนกันเองมาท้างทีก็ต้องตีหนิดหนมเมาท์ซะหน่อยเผื่อฟลุ้คได้อีกแอ๊บ  ก็เลยไม่ได้นับทวนเพราะมัวแต่เมาท์ เห็นใส่ปลอกรัดแหนบของแบงก์เราเรียบร้อย แม่ก็เซ็นต์ตามแหนบเรย โชคดีนะครับที่ภาพกล้องวงจรยังไม่ลบและสามารถเก็บภาพให้เห็นจำนวนแหนบได้ เลยทำให้หาเจอว่าเงินที่ลูกค้านำมาฝากนั้น ไม่ครบตามสลิปที่เขียนมา ไม่ง้านละก้อ ต่อให้ทีม Fraud เทพขนาดไหน ก็คงหายากล่ะค๊าบ พี่น้อง งานนี้กว่าจะหาเจอก็เรียกกันได้ว่า ถึงกับต้องบนบานศาลหลังสาขากันเรยทีเดียว เล่นเอาซะ Fraud ไข้จับเลยค๊าบงานนี้ ยอมรับจริงๆว่า ถึงกับต้องลงทุนมุดโต๊ะหากันเลยนึกว่าเงินหล่นตามพื้น เฮ้อ!!!







ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ปลอกใครปลอกมันค๊าบ อย่าเอาไปใส่แทนกันเด็ดขาด เด๊วติดเชื้อ เอ๊ย!! จะพลาดถ้าไม่ได้นับทวนต่อหน้ากัน ค๊าบบบบบ