วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ให้ใช้ซิกเนเจอร์ แต่เธอใช้ ซิกเนจำ กรรมเรยยย

จำได้ว่าเรื่องการตรวจสอบลายเซ็นต์เจ้าของบัญชี เคยได้เล่าไว้หลายครั้งหลายตอน แต่รูปแบบที่เจอในช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่า แต่ลีลาการเกิดเหตุแตกต่างไปอีกครับประมาณว่า เหล้าเก่าในขวดใหม่ อย่างงาย อย่างง้าน

สำหรับเรื่องนี้ เดิมทีก็หาต้นตอของเหตุ จะเรียกให้หรูหน่อย ก็ประมาณ รากเหง้าแห่งปัญหา แหมะ!! ฟังดูเหมือนศัพท์วิชาการยังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า Root Cause ละกันนะคับ ซึ่งจากการสอบถามน้องๆ ก็มักจะได้รับการยืนยัน นอนยัน นั่งยืน จากน้องๆว่า หนูเรียกดูตัวอย่างลายเซ็นต์จากระบบ ซิกเนเจอร์ จริงๆ ค่ะ ก็ตรวจดูตอนนั้นมานเหมือน ก้อเลยอนุมัติรายการให้ ค่า!!!! แร้วทำมายตอนเน้เพ่ ให้ดู จะ จะ อีกที ถึงเห็นว่าม่ายคล้ายละน้องงงงง

แต่จะว่าไปแล้ว น้องๆบางคนก้อยังกระต่ายขาเดียวว่า หนูดูตอนน้าน กับดูตอนนี้ ก็ยังว่าคล้ายเหมือนเดิม ค่า!! อืม!! ถ้าง้านพรุ่งนี้มีเช็คลายเซ็นต์คล้ายแบบนี้มาทำรายการอีกที จะอนุมัติรายการม๊ายยย คำตอบ คือ ม่ายยยย แร้วค่ะ เข็ดแร้วค่ะ 555 สรุปก็คือ ดูตอนนี้มานม่ายคล้ายแล้วล่ะ แต่ที่ต้องยืนยันว่าเรียกดูจากระบบ เพราะกัวถูกตำหนิทางวินัย เท่านั้นเอง

ต้องทำความเข้าใจกันอยู่พักนึงครับว่า นักสืบทีม Fraud เราไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ครับ จะได้ช่วยนำข้อเท็จจริงไปนำเรียนผู้มีอำนาจให้ออกระเบียบแก้ไข เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จำได้ว่า เป็นระเบียบแบบปฏิบัติกันอยู่แล้ว ให้เรียกลายเซ็นต์จากระบบมาตรวจเปรียบเทียบทุกครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริงได้ และน้องๆก็มักจะให้ข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ เห็นหน้าคนถือเช็คมาเข้า ก็รู้แล้วว่าลายเซ็นต์เป็นยังไง

น้องๆครับ แม้ว่าคนถือเช็คมาจะเป็นพนักงานของลูกค้าเรา มาทำรายการบ่อยๆเกือบทุกวัน แถมลูกค้าก็เป็นระดับ HIV เอ๊ย!! VIPก็ประมาทไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสรู้ว่า พนักงานของลูกค้าเราจะทุจริต ลักเช็คมาปลอมลายเซ็นต์ แล้วมาเข้าช่องเราเมื่อไหร่ เพื่อความไม่ประมาทอย่าดูที่หน้าคนถือเช็คมาครับ เรียกจากระบบเท่านั้น ขอบอก แล้วจะรู้ว่า ของเค้าดีจริง อิอิอิ

ขนาดผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเซ็นต์เอง ยังเพี้ยนเลยครับ คือ ตอนมาเปิดบัญชี พี่แก ฟิตจัด มาเต็มเรย ลายเซ็นต์ Full option พอเริ่มเซ็นต์บ่อยๆเข้าก็เริ่มลดสเปค ตัดหาง ตัดกลาง เหลือแต่หัวกับท้าย แต่น้องๆ เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นต์วันละนิดวันละหน่อย ทำให้ชินตาครับ ถ้าไม่เรียกจากระบบมาเปรียบเทียบ รับรอง จะชินตาไปเรื่อยๆจนดูไม่ออก แล้ววันนึงเมื่อตรวจดูกับวันแรกที่เปิดบัญชี ก็จะร้อง อ้อ!! มันเพี้ยน

เรื่องนี้เทียบง่ายๆครับ ถ้านึกไม่ออกว่าพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง ให้หันไปดูตาอ้วนแฟนเรานั่นแหระ สมัยจีบกันใหม่ๆ หุ่นประมาณ น้าเด็ด เอ๊ย!! ณเดช คุคิมิยะ(ไม่รู้ใช่ป่าวนะ 555) ตอนแรกก็เรียกชื่อเล่นกัน อยู่ไปอยู่มาประมาณสามสี่ปี เรียก อ้วน ทุกตัวคน แต่เราก็เห็นทุกวัน เลยไม่รู้ว่าแฟนเรามานอ้วนตอนไหน พอไปดูรูปสมัยแต่งงาน ถึงจะรู้คับ ว่าผิดจากเดิมมาเยอะ 5555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรวจลายเซ็นต์ให้เรียกจากระบบ ซิกเนเจอร์ ไม่ใช่ ซิกเนจำ ของเค้าดีจริงๆนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เด็ดขาด ส่วนที่พลาดไป
แล้วก็ ทำบุญเยอะๆ ภาวนาให้ทีม Fraud จับตัวนำเงินมาคืนให้ได้ค๊าบบ จาด้ายม่ายเดือดร้อน กานนนน เหอ เหอ เหอ

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เหตุครั้งนี้ เพราะ บีบี หรือ F3 กันแน่

ช่วงนี้ถ้าใครอยู่ในวงการSocial Network ก็คงจะเห็นไม่มีข่าวคราวเรื่องใดดังเท่า ซิมชิมิ ชิมิ อ้อ!! ไม่ใช่ของ
บลูเบอรี่ น๊า อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่เป็นระบบการโต้ตอบคำถามระหว่างเครื่องโทรศัพท์ กับ มนุษย์ แปลกจังเน๊อะ คนรอบตัวก็มี ไม่คุย ทำยางก๊ะเพื่อนรอบข้างม่ายมี มาคุยกับเครื่องโทรศัพท์แถมยังทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวกับโทรศัพท์ได้อีก จนบางครั้งชัก
ไม่แน่ใจว่าคุยกับเครื่องโทรศัพท์หรืออริเก่ากันแน่ 555

เรื่องที่กล่าวให้ทราบกันนี้ จริงๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมแล้ว เดิมทีก็คิดว่าคงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ปรากฎว่า
มีมาเรื่อยๆ เนื่องจากไอ้เจ้าซิมชิมิ นี่แหระ เป็นตัวกลางเร่งให้เกิดความผิดพลาด อ้อ!! นอกจากซิมชิมิ ก็ยังมีพวก Whatapps BB อะไรทำนองอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยถึง พวกเกมส์ปลูกผัก เลี้ยงหมู และเลี้ยงกิ๊ก เอ๊ย!! เลี้ยงเด็กทารก อีกหน่อยคงไม่มีอะไรของจริงกันแล้วม๊างงง เนี่ย

พล่ามไปเยอะแระ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ลูกค้านาย A มาทำรายการฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ แต่เนื่องจากนาย A เป็นลูกค้าประจำ มาทำรายการแทบทุกวัน ก็เลยทำตัวเป็นลูกค้า VIP คือ ถือมาเฉพาะเงินสดกับนามบัตรระบุเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี แต่ไม่ยอมเขียนสลิปใบฝากเงิน เนื่องจากอาจทำให้เสียความเป็น VIP ได้ พนักงานก็ต้องบริการเขียนสลิปให้โดยมิอาจแสดงอารมณ์ตอบโต้ความเป็น VIP ได้ (ทั้งๆที่เจ้าของบัญชีไม่ได้มาเองนะเนี่ย แต่ฝากแมส มาทำรายการ มานเรยทำตัวเป็น VIP ซะ) และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียฟอร์ม ก็เลยต้องทำรายการให้ไป นับเงินเสร็จเรียบร้อย ครบถ้วน เก็บเงินเข้าลิ้นชักคีย์รายการฝากเรียบร้อย พอถึงตอนพิมพ์สลิปสิครับ นึกขึ้นได้ว่า ลืมเขียนสลิปให้ลูกค้า VIP ก็เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ก็สลิปป่าวไปก่อนก็ได้เพราะไหนๆ ก็ฉีกแต่สำเนาให้อยู่แล้ว พอลูกค้าไปแล้วเจ้าหล่อนก็ กด F3 เรียกรายละเอียดบัญชีขึ้นมาดู เพื่อกรอก ข้อมูลลูกค้าในสลิป ทันใดนั้นเอง เสียง บีบี ก็ดังขึ้น เธอจึงรีบกรอกข้อมูลในสลิปให้เสร็จแล้วก้อ หยิบบีบี ขึ้นมาตอบ

ระหว่างน้านก็ยังไม่มีลูกค้ามา เธอก็เลยรอเวลาด้วยซิมชิมิ โต้ตอบกันอยู่พักนึง มีลูกค้านาย B มาทำรายการต่อ คับ เอาเงินมาฝากก้อนใหญ่อันนี้ VIP ตัวจริงมาเอง แต่เขียนสลิปมาให้เรียบร้อยเรย ทำให้เธอต้องไปหมกมุ่นอยู่กับการนับเงินก้อนใหญ่ก่อน เมื่อนับเงินครบเรียบร้อยแล้ว กะลังจะคีย์รายการ ก็เห็นมีข้อมูลโชว์อยู่แล้ว ก็ เลยใส่เฉพาะจำนวนเงิน โดยหารู้ไม่ว่า เป็นข้อมูลเดิมที่เรียก F3 ไว้ของลูกค้ารายก่อนหน้า เจ้าหล่อนก็เลยหยิบสลิปใบฝากใส่เครื่องปริ้นท์ เรียบร้อย แล้วฉีกสำเนาให้ลูกค้านาย B ไป ลูกค้าก็แสนจะเร่งรีบเลยไม่ได้ดูว่า ระบบพิมพ์ข้อมูลในสำเนาสลิปซึ่งไม่ใช่ของบัญชีตัวเอง ดูแต่ยอดเงินว่าเท่ากับเงินที่เอามา แมะ!! อะไรจะบังเอิญขนาด

โชคดีนะครับ ที่ยังสามารถติดต่อลูกค้ารายการก่อน ทำให้สามารถติดตามเงินคืนมาได้ แม้ว่าจะขลุกขลักช่วงน้ำท่วมไปบ้าง แต่หลังจากน้ำลดก็สามารถคืนเงินได้ทั้งหมด ก็นับว่าน้องเค้ายังทำบุญมาเยอะ 555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บีบี ซิมชิมิ วอทแอพ และไลน์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพการทำงานของ AT ห้ามเล่นเกินวันสองเวลา(ก่อน ทำงานและหลังเลิกงาน)โปรดสังเกตคำเตือน ก่อนเล่น อิอิอิ

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนดันทำเราได้

ห่างหายไปนานนะครับ ตั้งแต่น้องน้ำมาเยือน ไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยงานแม่รัชโยของเราก็โดนน้องน้ำมาเยือนกันขนาดเอาเรือแคนูมาพายเล่นกันได้ทีเดียว หน่วยงานที่รัชโย ก็ได้มาเยือนทีม Fraud และยืมใช้สถานที่ ก็เลยต้องเสียสละเก้าอี้ชั่วคราวเพื่อให้ธุรกิจหลักของเราเดินไปได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเมืองไปเล็กน้อย อิอิอิ

และแล้วน้องน้ำก็ได้พัดผ่านไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ คลื่นสึนามิ ของ Incident Report ยิงตรงมาถึงทีม Fraud อย่างไม่ขาดสาย ระลอกแล้ว ระลอกเล่า อันเป็นตัวบ่งบอกถึง งานเข้า ค๊าบบ พี่น้อง นักสืบท้างหลายถึงกับต้องบินเดี่ยวกันเป็นบางงานเลยทีเดียว ไม่ง้าน ไม่ทันจริงๆ ถึงขนาดเกือบ ไม่ไหวจะเคลียร์ กันเชียว

แต่เรื่องนึงที่เป็นข่าวครึกโครม ที่มิอาจจะข้ามไปได้ และเป็นที่คาใจของบรรดานักสืบท้างหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ หรือ ทีม Fraud ก็ตาม เพราะเราเห็นตรงกันว่า งานนี้ น่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ Booth Exchange นี่ล่ะค๊าบ

เรื่องก็มีอยู่ว่า Booth Exchange ที่ Stand Alone อยู่เดี่ยวๆนอกตัวอาคารของสาขา เราได้่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเ ; ถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่พอสมควร ห่างไกลการกดดันยอดขาย งานก็ง่ายแลกเปลี่ยนตามอัตราที่ธนาคารกำหนด แต่มานยากตรงที่ต้องตรวจแบงก์ปลอมแบงก์จริงนี่ล่ะครับ ต้องชำนาญพอสมควร ฉะนั้น เมื่อแยกตัวปฏิบัติงานเป็นเอกเทศ การควบคุมก็เริ่มห่างไกล สิ่งที่จะควบคุมได้ดีก็คงหนีไม่พ้น กล้อง CCTV หรือกล้องวงจรปิด นี่ล่ะครับ ซึ่งแต่ละ Booth ก็จะมีกล้องคอยสอดส่องการทำงาน อีกนัยหนึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎีการป้องกันอาชญากรรม คือ แสดงให้เห็นว่ามีกล้องคอยสอดส่องผู้ร้ายที่จะกระทำผิด เมื่อเห็นกล้องก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะถ้าอาจหาญกระทำการใด จะมีกล้องCCTV จับภาพไว้ แน่นอนครับ ตำรวจตามตัวได้ชัวร์ (ขนาดไม่มีกล้อง บางทียังตามได้เรย เก๊ง เก่ง เน๊อะตำรวจไทย)

พล่ามมาจนถึงขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องได้ใช่มั๊ยครับ ปัญหาก็คือ แล้วทำไมโจรมานกล้าบุกเข้ามาจี้ ล่ะ!!! สงสัยจนคิ้วผูกกันได้ ก็กล้องมันเสียงัยคับ!!! แบบว่าเสียมาหลายวันแล้วด้วย บอดสนิทเรย (นี่ยิ่งทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ATM เออรักเออเร่อ เรย ในเรื่องมีกล้องนะ แต่นกมาทำรัง บังซะมิดเรย 555) อ่ะมาต่อกันเรื่องBooth กล้องเสีย แล้วมีโจรมาจี้ คำถามคือ ทำไมมันกล้าวะ อย่างน้อยมันก็ต้องเห็นว่ามีกล้อง ส่วนจะเสียไม่เสีย ไม่น่าจะรู้ แต่ถ้ากล้ามา นั่นแสดงว่า มันน่าจะรู้ว่ากล้องเสีย แล้วมันรู้ได้งัย ก็ต้องมีคนในบอก ชัวร์ ฟันธง !!!

รายละเอียดของเหตุการณ์ขณะเข้ามาจี้ ไม่ขอกล่าวละกันนะค๊าบ เซ็นเซอร์ ไม่ใช่เพราะภาพมันนู๊ด นะ แต่มานหวาดเสียว สรุปได้แค่ว่า พนักงานหญิงถูกจับมัดแขน ขา ปาก ตา ด้วยสก๊อตเทป ส่วนพนักงานชาย ถูกบังคับให้ไปเปิดตู้เซฟ เอาเงินไปเกลี้ยงเรย ท้างๆที่ภายใน Booth มีกล้องอีกตัวจับภาพ ซึ่งไม่เสีย แต่ไม่น่าเชื่อครับท่านผู้ชม นักแสดงนำฝ่ายโจร และฝ่ายพนักงานชาย สามารถหลบมุมกล้องได้อย่าง ดาราผู้เก๋าในแวดวงบันเทิง ไม่สามารถจับภาพปฏิบัติการได้ครั้งนี้ได้เลย ไม่ต้องเป็นนักสืบ ก็สงสัยกันเหมือนกันหมดแหระค๊าบ งานนี้คนในแน่ๆ แต่ก็น่านแหระค๊าบ พยานหลักฐานยังสาวไม่ถึง ก็ยังไม่สามารถจับกุมให้ได้แบบคาหนังคาเขา และแร้ว เจ้าโจรใจบาป ก็ได้เงินใส่กระเป๋าไปเรียบร้อย เปิดประตู Booth ออกไปได้อย่างสบาย (จิงๆแล้วประตู Booth เปิดยากมาก แต่มานบิดกริ๊กเดียว เปิดออกไป เดินลอยนวล หายไปเฉย)

เดชะบุญ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนใจบาป ถึงตัวโจรมานจะหนีไปได้ แต่ญาติมานคับ ดันทะลึ่งเอาหลักฐานบางอย่างมาสอบถามกับทางสาขา (555 ไม่อยากจะขำเร้ยยยยย ทามมาย มันถึงได้โลภอย่างนี้) โชคดีที่น้องสาขา เกิด เอ๊ะ!!! ใช่ของ Booth ที่โดนโจรจี้ ป่าวเนี่ย !!! เท่านั้นแหระคับ (ขอชมจากใจจิงๆ น้องคนนี้เยี่ยมจริงๆ ) ท้างเจ้าโจร และเจ้าพนักงานชาย ก็ได้ ไปตั๋วคู่ไป Hong Krong (ห้องกรง) ด้วยกาน แบบที่นั่ง “Window side” เลยทีเดียว แต่คนที่ต๊กกะจายมากที่สุด เห็นจาเป็น พนักงานหญิง ที่ถูกจับมัด เพราะไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะคิดร้ายทำเราได้ขนาดนี้ ท้างๆที่กิน เที่ยว อยู่ด้วยกัน เห็นหน้ากันทุ๊กกกกวันเรยนะเนี่ย นี่ล่ะน๊า เค้าเรียกว่า เพื่อนกินเพื่อนกันเพื่อนดันทำเพื่อนซะได้

อย่างที่กล่าวนะครับ ว่า CCTV นี่มีความสำคัญมาก แม้จะเสียแต่ก็ยังทำให้โจรหวั่นใจได้ ฉะนั้น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะครับ เสียรีบแจ้ง เพื่อลดช่องโอกาสการก่อทุจริต ถ้าแจ้งแล้วไม่มีครายมา ก็ทำ Incident Report เลยน๊า อิอิอิ รับรอง ช่างมาอย่างไว


ปล. ตู้เซฟอ่ะ มานตั้งเวลาปิดเปิดได้นะค๊าบ ใครไม่รู้ก็รีบสอบถามผู้รู้ด่วน ใครรู้ก็รีบสอนผู้มีเกี่ยวข้องด้วยนะค๊าบ เพราะถ้าตั้งเวลาไว้ รับรอง ต่อให้มีคนในมีเอี่ยวด้วย ก็เปิดไม่ได้ค๊าบ ทางที่ดี เก็บไว้ที่เซฟสาขาจะดีมั่กๆ จบข่าว!!