วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องในมุ้งมายุ่งกะแบงก์จนด้ายยยย

เมื่อรักกันใหม่ๆ อะร๊ายอารายก็หวาน ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก เห็นพ้องกันไม่มีเห็นต่าง ยังก๊ะโปรโมชั่นมือถือ ประเภท ตัววางก่อน เค้าวางก่อนประมาณน้านเร้ย แต่พอหมดโปรโมชั่นนี่ดิ ไอ้ที่เห็นตามกันก็เริ่มจูนไม่ติด ก็เลยคิดอยากจะเปลี่ยนค่ายย้ายซิมกันให้วุ่น ซะง้าน

เรื่องของการบ้านการมุ้ง มันก็ควรจะยุ่งกันแต่ในมุ้งในบ้าน ดูแล้วก็ไม่น่าจามาเกี่ยวอารายกับแบงก์ได้เรยใช่ม๊ายค๊าบพี่น้อง แต่เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นน้านไม่ เมื่อคู่รักซิมเปิ้ลคิดอยากจะสร้างกิจการครอบครัวเพื่อความมั่งคั่งต่อไปในอนาคต และแร้วท้างสองก็ได้เริ่มกิจการขึ้นมาแต่ยังขาดเงินลงทุนเพื่อจะเกิดสภาพคล่องในการบริหาร ก็เลยตกลงปลงใจมาใช้บริการ SME อีซี่โลน ของแบงก์ไหนก็ไม่รู้ เหอ เหอ เหอ

อะไรจะบังเอิญขนาดน้าน แบงก์ก็มีการจัดโครงการปล่อยกู้สินเชื่อสำหรับ ธุรกิจขนาดเล็กเล็ก(มี s สองตัวคับ เลยต้องมี 2 เล็ก) ที่กำลังหาเป้าหมายไว้สำหรับพุ่งชน คู่รักซิมเปิ้ล จึงได้เสนอขอสินเชื่อกับโครงการนี้ ซึ่งก็ได้ผ่านขวากหนามแห่งการประเมินสภาพกิจการ และมูลค่าหลักทรัพย์มาเป็นที่เรียบร้อย At the end (แปลว่าท้ายที่สุดหรือ ตอนจบ ชอบมากเรยครับ เป็นวลีที่มักจาได้ยินในโต๊ะประชุมบ่อยๆตอนใกล้ๆจะเลิกประชุม เรยประทับใจมาใช้ซะหน่อย) แบงก์อนุมัติให้กู้ แร้วก็มาถึงขั้นตอนการไปจดจำนองครับ แล้วด้วยความบังเอิญอีกแล้วคับ ฝ่ายเมียมาแจ้งแบงก์ว่าสามีพอดี้พอดีต้องเดินทางไปต่างประเทศ ศรีพันละเมียก็เลยต้องมาขอเอกสารแบบฟอร์มให้ความยินยอมคู่สมรสจากแบงก์ไปให้ฝาละมีเซ็นต์ให้ความยินยอมก่อนไปต่างประเทศ มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถจดจำนองเพื่อรับเงินตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ แระเช่นเคยแบงก์มีรึจะขัด เซเว่นอีเลฟเว่นเราเป็นเลิศอยู่แร้ว ไม่จำเป็นก็จะไม่เสียซักแต้ม ให้print แบบฟอร์มเปล่าไปเรยคับ แร้วคุณพันละเมียก็กลับมาแบงก์อีกครั้งพร้อมปรากฎลายเซ็นต์ฝาละมีในช่องผู้ให้ความยินยอม แถมตัวเองมาเซ็นต์ในช่องพยานต่อหน้าพนักงานสินเชื่อเพื่อความน่าเชื่อถืออีกต่างหาก ตามด้วยพนักงานสาขาที่เป็นเจ้าของพื้นที่เซ็นต์เป็นพยานอีกคน แล้วก็ได้เอกสารที่ครบถ้วนไปจดจำนอง อ้อ!! ลืมบอกไปว่า ฝาละมีคุณเธอด๊านเป็นบักสีดา เอ๊ย ฝรั่ง ซึ่งไม่จำเป็นแล้วทางเราก็ไม่ค่อยจะเสวนาด้วย เพราะเมื่อยมือกว่าจะสื่อกันเข้าใจ

หลังจากนั้น คู่รักซิมเปิ้ลนี้ก็ได้วงเงินสินเชื่อไปใช้แล้วก็ผ่อนชำระเรื่อยมา โดยฝ่ายสามีบักสีดานี้จะเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีศรีภรรยา แล้วก็ตัด ATS ผ่อนชำระเป็นงวดๆไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก 1 ปีเห็นจะได้ ผ่อนไปแล้ว 12 งวด จนกระทั่งถึงงวดล่าสุดตัด ATS ม่ายผ่าน เรื่องก็เรยมาถึงฝ่ายติดตามหนี้ ก็ต้องไปติดตามหาตัวลูกหนี้ศรีพันละเมียว่าเหตุไฉนทำไมไม่ผ่อน แต่ยังไม่ทันที่จะออกไปหา ฝ่ายสามีบักสีดาก็ได้มาหาแบงก์ถึงที่เรย คุยกันจนเมื่อยมือพอจะจับความได้ว่า ศรีพันละเมียได้แอบเปลี่ยนค่ายย้ายซิมไปมีกิ๊ก สามีจับได้ก็ให้อภัยขอให้กลับตัวกลับใจมารักกันเหมือนเดิมแล้วเลิกกับกิ๊กซะ แต่ฝ่ายเมียยืนยันเสียงแข็งไม่กลับ แถมยังไปเปิดกิจการใหม่กับกิ๊กอีก ฝ่ายสามีก็ไม่ได้เป็นคนช่างคิดช่างแค้นกับเมีย ก็ได้แต่หันมาอาฆาตกับแบงก์แทนคับ โดยแจ้งข่าวดีให้แบงก์ทราบว่า หนังสือยินยอมในฐานะคู่สมรสน้าน ไอม่ายด้ายเซ็นต์ อึ้งกิมกี่สิคับฝ่ายสินเชื่อ แอร์ในสาขาก็เย็นเจี๊ยบแต่สินเชื่อเราเหงื่อท่วมเรย เปิดดูหนังสือยินยอมอีกครั้ง พิจารณาดีๆ เออเฮ้ย ไม่ค่อยเหมือนกับลายเซ็นต์ฝรั่งจิงๆด้วย และแร้วก็นั่งจิ้มแป้นคอมทำ อินสิเด๊ด เอ๊ย Incident

ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจเมียฝรั่งคับ ให้ฝรั่งมาเซ็นต์เอกสารต่อหน้าทุกครั้งนะค๊าบ คนที่อึ้งกิมกี่ต่อไปก็คือ พนักงานที่เซ็นต์เป็นพยานน่านแหระค๊าบ สินเชื่อยื่นอะไรมาให้เซ็นต์ก็ไว้ใจเซ็นต์ให้หมด แล้วก็มารอลุ้นตอนมีเรื่อง คิดได้ทีหลังว่าไม่น่าเร้ยยยย คิดได้ก็ช้าไปทุกที แมะ!!เพื่อนยื่นอะไรให้เซ็นต์ก็เซ็นต์แบบไม่ถาม ทีสามีตัวเองให้เซ็นต์เอกสารล่ะ แม่ตรวจถี่ยิบ ซักซะละเอียดเร้ยยยย คิดแร้วมานน่าน้อยใจใช่ม๊ายค๊าบ คุณสามี

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก

ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด

ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน

สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ

ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)

สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก

ยี่ต๊อก ในวงการของนักกฎหมาย จะหมายถึง ผลคดีที่เกิดขึ้นครั้งก่อนที่ใช้อ้างอิงในการจะลงโทษในคดีที่เกิดขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่ใช้อ้างอิงเมื่อเกิดปัญหาใหม่ขึ้น ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าในวงการแบงก์จะใช้ศัพท์ตัวนี้ในกิจกรรมธุรกรรมทางการเงินได้ เท่าที่ถามท่านผู้อาวุโสของแบงก์ก็ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า ต้นกำเนิดคำนี้มาจากไหนในวงการนี้ เพียงแต่ให้ความหมายได้ว่าเป็นใบกระดาษใบเล็กๆที่เขียนตัวเลขกำกับเงินสดไว้และใช้สำหรับอ้างอิงตอนหาเงินขาดเงินเกิน อ้อ!! พอจะใกล้เคียงความหมายที่เรารู้จักแระ อย่างน้อยๆก็แปลว่า สิ่งที่ใช้อ้างอิงตอนเงินขาด

ถ้าเจ้ายี่ต็อกใช้สำหรับอ้างอิงได้ ง้านก็แสดงว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเหตุการณ์เงินขาดเงินเกิน นั้น เป็นปรากฎการณ์ทางการเงินอันเป็นเรื่องปกติของสาขา ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายนัก ถ้าเรามีใบยี่ต็อก ไว้ค้นหาเทียบกับรายงานการทำรายการประจำวัน หรือ Daily report ก็จะหาได้เบื้องต้น แต่ถ้าไม่เจอจริงๆก็ต้องดูกล้อง CCTV ย้อนหลัง ซึ่งจะใช้เวลามากกว่าขั้นตอนที่หาจากใบยี่ต็อกมากกกกกกกก อาจถึงขั้นหาจนหัวหงอกได้ค๊าบ(มีน้องๆบางสาขายืนยันมา แต่ที่หงอกน่าจะเครียดมากกว่าน๊า ผมว่า อิอิอิ)
และแล้ว ไม่ใช่เฉพาะน้องๆAT กับแคชเชียร์ หรือผู้บริหารสาขาเท่านั้น ที่ต้องครึ้นเครงและได้รับความหฤหรรษ์กับการร่วมตามล่าหาเงินขาดเงินเกิน ; ทีม Fraud ก็ยังได้รับเชิญให้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยตลอดท้างๆที่ม่ายด้ายสมัครมาเล่นพร้อมผู้ชมทางบ้านเร้ยยยยย ไหนๆเราก้อต้องมาร่วมสนุกกับเกมส์ค้นหาเงินขาดกันแล้ว สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึงก็คืใบยี่ต็อก นี่ละครับ เพราะบางทีผมก็แปลกใจว่า น้องๆพูดถึงแต่เรื่องดูใน CCTVแล้วก็ยังไม่เจอ เราก็นึกว่า น้องๆเข้าเริ่มค้นหาเงินผิดขั้นตอน ควรจะเริ่มที่ ใบยี่ต็อก เทียบกับ daily Report ก่อน พอถามไปถามมา สรุปแว่ เอ๊ย! สรุปว่า ที่สาขานี้ไม่นิยมทำใบยี่ต็อก พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ดู CCTV กันอย่างเดียว 555 เจริญล่ะแม่คู้ณณ ไม่แปลกใจทำไมสาขานี้หัวหงอกกันเยอะ ท้างๆที่หน้าตายังละอ่อนกันอยู่ แสดงว่าเงินขาดกันบ่อย บางทีวันก่อนขาดแสนนึง ทีม Fraud กำลังเข้าไปหาให้ วันที่เข้าไปหาให้ดันทะลึ่งหายไปอีกหมื่น ไม่โต๊ก ต่อหน้าต่อตา Fraud ซะง้านนน เฮ้อ!! เหนื่อยใจแทน

สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต๊อก นี้ ใช้เป็นขั้นตอนแรกในการค้นหาเงินขาดเงินเกิน นะครับ และอาจทำให้หาสาเหตุเจอด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็ฝากน้องๆไว้ว่า อย่ามองข้าม ละเลยไม่ทำนะครับ เพราะเวลาน้องๆนับเงินสดเข้าแหนบ หรือเงินไม่เต็มมัดหนังยาง ก็เขียนจำนวนกำกับไว้ ถ้าไม่ขยันจริงๆก็เขียนไว้ที่ธนบัตรก็ยังดี แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากๆที่จะส่งแคชเชียร์ ขอเถอะครับเขียนยี่ต็อกกำกับทุกครั้ง เพราะเชื่อได้เลยว่า ไม่มีเวลานับต่อหน้ากันทั้งแคชเชียร์และ ATหรอกครับ เพราะได้ข่าวว่าบางสาขาเคยนับต่อหน้ากันแร้ว อาจจะใช้เวลาไม่มากก็จิงแต่แถวลูกค้ายาว ไปหน่อยคงรอนานและหงุดหงิด ทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าแคชเชียร์กับ AT เล่นเป้ายิงฉุบกันอยู่ม๊าง เลยขว้างปากกาใส่หน้าพนักงานเรา น้องก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบลูกค้าไป เลยไม่เป็นเรื่องราวใหญ่โต ก็ขอชมเชยน้องออกสื่อเรยละกันนะครับ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แจ้งทีม Fraud ได้นะครับ เด๊วไปเคลียร์ลูกค้าให้ น้องๆไม่ต้องปะทะ เพราะต้องอยู่พื้นที่นั้น ให้ทีม Fraud ไปปะทะแทนครับ

ปล. ถ้าไม่อยากใช้เวลาลุ้นนานในการหาเงินขาดเงินเกิน ก็อย่าลืม สิ่งเล็กๆที่เรียก ยี่ต็อก น๊า ทำกันด้วยนะค๊าบบบบ จ๋า ขออออออ (อ้าวเกี่ยวไร เนี่ย 555)


วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Account Payee เข้าผิดบัญชีมีลุ้นยันเกษียร

ตั๋วเงิน หรือเช็ค ดูจะเป็นกระดาษแผ่นเดียวที่มักจะสร้างความหฤหรรขวัญผวาให้กับผู้ทำรายการได้ตื่นเต้นกันได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อหลังจากอนุมัติรายการไปแล้ว เหมือนกับตั้งระเบิดเวลาไว้รอว่าเมื่อไหร่จะระเบิดกันเลยทีเดียวนะครับ แต่อันนี้เฉพาะสำหรับผู้ทำรายการที่รู้ตัวว่าไม่ได้ทำตามระเบียบนะ หรือพูดง่ายๆว่า เจตนาทำรายการให้เพราะต้องการบริการลูกค้า หรือกลัวยันต์7-11 นั่นแหระคับ อีกประเภทนึงก็คือผู้ทำรายการที่ใจถึงหรือวัดดวงกันเป็นประจำก็หมั่นทำบุญทำทานกันหน่อย

จำได้ว่าสมัยผมเรียน เรื่องเช็คนี่ ได้รับความสำคัญมาก ได้ศึกษากันตั้งแต่วิธีการเขียนเช็ค เทคนิคการเขียนตัวเงิน ตัวอักษร รวมไปถึงเทคนิคการเซ็นต์ชื่อเฉพาะในเช็ค การสลักหลัง ที่หนีไม่พ้นก็คือ เช็คที่ทำให้เป็นความผิดอาญา กับ ความผิดทางแพ่ง สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าในสมัยเป็นนักเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความกลัวก็เลยศึกษาเยอะหน่อย ไม่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คพวกนี้อยู่ดี เฮ้อ!!!

จริงๆระเบียบธนาคารเราก็กำหนดไว้ชัดเจนมากนะครับ ให้ปฏิบัติกับเช็คแต่ละประเภทที่ลูกค้านำมาขึ้นเงินว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้ศึกษาตั้งก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่ เลย เพราะเป็น Case แรกที่ได้ทำ ก็เลยทำให้ทราบระเบียบธนาคารว่าเจาะลึกลงไปกว่าที่กฎหมายกำหนดซะอีกเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เพียงแค่ทำตามก็ปลอดภัยแระ

สิ่งที่แปลกใจมากก็คือ ปกติเช็คที่มีปัญหาก็มักจะเป็นเช็คที่ไม่ได้ตี Account Payee กับเช็คที่ไม่ได้ขีดฆ่าหรือผู้ถือ เท่านั้น ถ้าเป็นเช็คที่ตี Account Payee ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับพี่น้อง ดูเงินในบัญชีเจ้าของเช็คมีพอก็ตัดเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อที่สั่งจ่ายหน้าเช็คก็จบ ขอย้ำนะครับว่า!!! ทำได้แค่กรณีเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น คือ ตัดเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับหน้าเช็คสั่งจ่าย อ้อ!!! อันนี้หมายถึงผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อเทียบกับการ์ดลายเซ็นต์แล้วนะ

ฉะนั้น ถ้าเกิดเช็คที่ตี Account Payee ดันทะลึ่งไปเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อที่เช็คสั่งจ่าย คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ทุจริตรึป่าว เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องแว่บเข้ามาในหัวของทีม Fraud ครับ กระบวนการวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิใจของผู้ทำรายการเลยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะทุกสิ่งอย่างจะเข้าไปสู่กระบวนการแสดงตนว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบอกได้เลยว่า หลักสันนิษฐานข้อแรก คือ น่าจะทุจริต เว้นแต่ผู้ทำรายการจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์

นี่ก็เป็นไกด์ไลน์หลักการสันนิษฐานของทีม Fruad นะครับ น้องๆให้ความสำคัญด้วยนะเพราะถ้าได้ลองอนุมัติรายการไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความผิดพลาดหรือเจตนาทำเพื่อบริการลูกค้า มันคุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้รับผลประโยชน์หรือป่าว ที่สำคัญ Fraud ต้องขยันพอที่จะมาช่วยรับฟังการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะครับ ม่ายง้านก็รอผลนาน ยิ่งทำให้หลอนกันระยะยาว

อ้อ!! กรณีเรื่องเช็ค เรื่องลายเซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้บริหารสาขาจะมีความชำนาญ น้องๆอย่าตัดสินใจโดยพลการนะครับ ยังไงให้ถามระดับหัวหน้าธนกิจ ผู้ช่วย หรือผู้จัดการก่อน แต่ถ้าผู้บริหารสาขาไม่แน่ใจก็ปรึกษาทีม Fraud ก่อนทำรายการก็ยินดีนะครับ