แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช็ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช็ค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

Confirm ที่มิอาจฟันธงว่าปลอดภัย 100%

                จะเรียกได้ว่านี่ภาคต่อของมหากาพย์ลายเซ็นก็ว่าได้นะครับ ประมาณว่า ปอบ ภาค 17 หรือไม่ก็ตำรวจจับไพ่ หลายๆเวอร์ชั่น ซึ่งอันที่จริงแล้ว หากเป็นเรื่องที่เกิดซ้ำกันท้างเนื้อหาและเรื่องราว กระพ๊มก็จะไม่นำมาแจ้งแถลงไขกันให้ขัดอารมณ์  โดยส่วนตัวก็ไม่ชอบความซ้ำซาก จำเจ ซะด้วย มานน่าเบื่ออ่ะ จิงมั๊ยคับพี่น้อง

 

               แต่เรื่องนี้ มันเหมือนเป็น Stepเทพ ถัดมาครับ จากเรื่อง การตรวจสอบลายเซ็น การเรียกระบบซิกเนเจอร์  ตามด้วย ลายเซ็นเหมือนเป๊ะแต่เป็นตรายาง  นี่ก็เป็นภาคต่อครับ คือ น้องๆ AT ตรวจสอบลายเซ็นแล้ว เห็นแล้วว่ามันเพี้ยน ต่อมเอ๊ะ! ก็ทำงานทันทีเลยครับ ถ้าเพี้ยนเช่นนี้ ก็ต้องหาตัวหาร เอ๊ย!! หาผู้ชำนาญการกว่าก็คือ หัวหน้าธนกิจ หรือไม่ก็ผู้ช่วย อันเนื่องมาจากตามระเบียบของธนาคารก็ได้กำหนดไว้ว่าให้ Confirm!! นะ ไม่ใช่ ฟันธง!! เด๊วจะสับสนโลโก้แบรนด์กัน 555

 

          เริ่มจะออกนอกเรื่องไปไกลแระ กลับเข้าเส้นดีก่า เรื่องมานก็มีอยู่ว่า ลูกค้ารายหญ่ายยย อีกแล้วคับท่าน รายนี้หญ่ายยยจิงๆ เงินฝากก็เยอะ OD ก็แยะ แน่นอนครับ การบริการของเราก็ต้องอุ้มเข้าสาขา ไม่เว้นแม้กระทั่ง เดอะแมส ก็จะหญ่ายตามบริษัทไปด้วย แค่เห็นพี่แมส เข้ามา น้องๆของเราก็จะกลายเป็นนางกวักไปโดยปริยาย 555 เข้าช่องทางด่วน ไม่ต้องเสียเวลารอนาน น่าเห็นอกเห็นใจต้องไปอีกหลายที่ อิอิอิ เจงอ๊ะป่าว

  

แน่นอนค๊าบ รายหญ่ายย ขนาดนี้ เจ้าของมิช่ายคนไทยโดยกำเนิดแน่นอน ถูกแล้วคับ เขาเป็นชาวต่างชาติ เขียนภาษาไทยไม่ได้ ฉะนั้นตอนมาเปิดบัญชีก็ต้องใช้ตัวอย่างในการ์ดลายเซ็นที่เซ็นเป็นภาษา ต่างประเทศแน่นอน  กำม๊ายล่ะ!! ขนาดลายเซ็นภาษาไทย คล้ายไม่คล้ายยังดูยากเร้ยยย แล้วนี่เซ็นเป็นภาษาต่างชาติ พ่อคุณเอ๊ยยย!!! เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ยังไม่เคยหัดเขียน จะรู้ได้งัยว่ามานเพี้ยน ว่าแล้วน้องๆก็ลองเรียกระบบซิกเนเจอร์มาดูคับ หรือบางท่านที่เทพหน่อย ก็อาจใช้ระบบซิกเนจำ (ล้อเล่งน๊า!! อย่าทำเร้ย)  เมื่อดูแล้วก็พูดง่ายๆก็คือ หาความต่างไม่เจอหรอกคับ เพื่อความชัวร์ ทางเดียวที่น่าจะปลอดภัยที่สุด นั่นก็คือ Confirm !!

 

ที่นี้ปัญหามันอยู่ที่ว่า เจ้าของลายเซ็นเค้าเป็นชาวต่างชาติ จะคุยกะเค้ายางงาย ถ้าพูดอังกฤษได้ ก็ยังพอ โฟดิโฟ ดิโฟดิฟาย เยสไอไลค์ตะแหน่ว ตะแหน่ว ได้ แต่รายนี้ ติ๊ต่างว่า เป็นชาว “ไหหลำ”   ละกาน (ท่านที่เป็นเทพด้านการผวนคำ ก็ขอละกันนะครับ อย่าผวนชนชาตินี้เด็ดขาด)  จะมีใครโทรไป confirm ได้ล่ะครับ พูดกะแกรู้เรื่องซะที่หนาย  ว่าแล้วก็ ปิ๊ง!!! เค้าต้องมีฝ่ายบัญชีสิ  ถูกต้องนะค๊าบบบ ก็ต้องโทรหาฝ่ายบัญชีการเงิน เพราะพูดไทยกับเรารู้เรื่อง  แระแร้ววว  ลายเซ็นไม่ว่าจะเหมือนหรือม่ายเหมือน ยัยการเงินของลูกค้าเรานี่ก็บอก Confirm คร้า!! จ่ายจริง เจ็บจริง คร้า!!  ว่าแล้วหัวหน้าก็บันทึกด้วยปากกาแดงหลังเช็คว่า Confirm ก๊ะคุณ.... โทร.....  เป็นอันสบายใจทำรายการถอนเงินตามเช็คได้

 

ในเวลาต่อมา หลายปีดีดัด และแล้วก็มีหนังสือจากลูกค้ามาสอบถามรายการถอนเงินตามเช็คที่ Confirm!! ไป  ว่า ขอตรวจสอบหน่อย ว่าจ่ายให้ครายยย เป็นค่าอารายยย รู้สึกผู้มีอำนาจจาม่ายด้ายเซ็น  งานนี้ แม้กระทั่ง พระเจ้าช่วยกล้วยทอด โอ้!! จอร์จ มานยอดมาก ก็ไม่รู้จะสรรคำใดมาบรรยาย  นี่ขนาด Confirm แล้วนะเนี่ย ว่าแล้วก็ยกหูไปหา ยัยการเงิน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะคุณเป็นคน Confirm เราถึงทำรายการให้  เสียงที่ตอบกลับมา ทำเอามือหัวหน้าหมดแรง โทรศัพท์หลุดจากมือไปโดยไม่รู้ตัว ร่วงลงกับพื้น ดังปั๊ก  ด้วยความสงสัย น้องAT ก็เลยเข้าไปถาม เค้าว่างัยพี่   ค้าวว บอกว่า “ยัยการเงินลักเช็คมาปลอมลายเซ็น ตอนนี้หนีไปแล้ว ลูกค้าไปแจ้งความจับอยู่......”

 

นี่ขนาดใช้ความปลอดภัยระดับสูงสุดถึงขั้น Confirm แล้วนะเนี่ย เสียอย่างเดียว ไม่ได้ Confirm กับผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค แต่คำตอบที่ได้รับจากทางสาขา คือ เป็นชาวต่างชาติก็คงต้อง Confirm กับการเงิน  ก็มีทริคให้นิดนึงครับ  ในวันเปิดบัญชี ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจคงต้องพาพนักงานคนไทยมาด้วย ก็สอบถามไปเลยครับ ว่าจะให้ Confirm ลายเซ็นกับใครกรณีลายมีปัญหาต้องประสานงาน แล้วก็เขียนระบุชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจสั่งจ่าย เซ็นชื่อยืนยันแสดงวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน แล้วพอเกิดปัญหาเราก็ Confirm กับผู้ที่ลูกค้ามอบหมายให้ประสานงานนี่แหระ เกิดไรขึ้นก็จะได้มีทางออกที่เป็นข้อต่อสู้ที่ได้เปรียบหน่อย อีกอย่าง จะได้ไม่ต้องมาประสาทหลอนนอนไม่หลับว่าจะเกิดอะไรขึ้นเวลามีเรื่อง

 ;

อ้อ!!! แล้วที่สำคัญ หากลูกค้ามาขอสำเนา สลิป ภาพถ่ายเช็ค หรือเอกสารอื่นใดที่มีการทำรายการไปแล้ว หรือเอกสารที่มีการระบุลายเซ็นพนักงานผู้ทำรายการหรือรอยพิมพ์จากเครื่อง Printer ระบุรหัสพนักงานผู้ทำรายการ   ขอได้โปรดนะครับ ได้โปรดแจ้งทีม Fraud ให้ดูเอกสารก่อนจะส่งให้ลูกค้าครับ มิใช่ ส่งไปให้ลูกค้าแล้ว ถึงจะทำ incident แจ้ง    อยากจะบอกเหลือเกินว่า ถ้าให้เอกสารไปแล้ว มานคงจะสายไปแระค๊าบบบ พี่น้องงงง

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงแม้จะ Confirm!! ก็ยังมิอาจ ฟันธง!!! ได้ว่า ปลอดภัย 100%  ฉะนั้น ทำบุญทำทานกานเยอะๆ ค๊าบบ ดั่งคำพระท่านว่า บุญเจ้าไม่เคยสร้าง ทานเจ้าไม่เคยให้ แล้วครายที่หนายจะมาช่วยเจ้า  สาธุ!!!!

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ให้ใช้ซิกเนเจอร์ แต่เธอใช้ ซิกเนจำ กรรมเรยยย

จำได้ว่าเรื่องการตรวจสอบลายเซ็นต์เจ้าของบัญชี เคยได้เล่าไว้หลายครั้งหลายตอน แต่รูปแบบที่เจอในช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่า แต่ลีลาการเกิดเหตุแตกต่างไปอีกครับประมาณว่า เหล้าเก่าในขวดใหม่ อย่างงาย อย่างง้าน

สำหรับเรื่องนี้ เดิมทีก็หาต้นตอของเหตุ จะเรียกให้หรูหน่อย ก็ประมาณ รากเหง้าแห่งปัญหา แหมะ!! ฟังดูเหมือนศัพท์วิชาการยังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า Root Cause ละกันนะคับ ซึ่งจากการสอบถามน้องๆ ก็มักจะได้รับการยืนยัน นอนยัน นั่งยืน จากน้องๆว่า หนูเรียกดูตัวอย่างลายเซ็นต์จากระบบ ซิกเนเจอร์ จริงๆ ค่ะ ก็ตรวจดูตอนนั้นมานเหมือน ก้อเลยอนุมัติรายการให้ ค่า!!!! แร้วทำมายตอนเน้เพ่ ให้ดู จะ จะ อีกที ถึงเห็นว่าม่ายคล้ายละน้องงงงง

แต่จะว่าไปแล้ว น้องๆบางคนก้อยังกระต่ายขาเดียวว่า หนูดูตอนน้าน กับดูตอนนี้ ก็ยังว่าคล้ายเหมือนเดิม ค่า!! อืม!! ถ้าง้านพรุ่งนี้มีเช็คลายเซ็นต์คล้ายแบบนี้มาทำรายการอีกที จะอนุมัติรายการม๊ายยย คำตอบ คือ ม่ายยยย แร้วค่ะ เข็ดแร้วค่ะ 555 สรุปก็คือ ดูตอนนี้มานม่ายคล้ายแล้วล่ะ แต่ที่ต้องยืนยันว่าเรียกดูจากระบบ เพราะกัวถูกตำหนิทางวินัย เท่านั้นเอง

ต้องทำความเข้าใจกันอยู่พักนึงครับว่า นักสืบทีม Fraud เราไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ครับ จะได้ช่วยนำข้อเท็จจริงไปนำเรียนผู้มีอำนาจให้ออกระเบียบแก้ไข เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จำได้ว่า เป็นระเบียบแบบปฏิบัติกันอยู่แล้ว ให้เรียกลายเซ็นต์จากระบบมาตรวจเปรียบเทียบทุกครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริงได้ และน้องๆก็มักจะให้ข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ เห็นหน้าคนถือเช็คมาเข้า ก็รู้แล้วว่าลายเซ็นต์เป็นยังไง

น้องๆครับ แม้ว่าคนถือเช็คมาจะเป็นพนักงานของลูกค้าเรา มาทำรายการบ่อยๆเกือบทุกวัน แถมลูกค้าก็เป็นระดับ HIV เอ๊ย!! VIPก็ประมาทไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสรู้ว่า พนักงานของลูกค้าเราจะทุจริต ลักเช็คมาปลอมลายเซ็นต์ แล้วมาเข้าช่องเราเมื่อไหร่ เพื่อความไม่ประมาทอย่าดูที่หน้าคนถือเช็คมาครับ เรียกจากระบบเท่านั้น ขอบอก แล้วจะรู้ว่า ของเค้าดีจริง อิอิอิ

ขนาดผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเซ็นต์เอง ยังเพี้ยนเลยครับ คือ ตอนมาเปิดบัญชี พี่แก ฟิตจัด มาเต็มเรย ลายเซ็นต์ Full option พอเริ่มเซ็นต์บ่อยๆเข้าก็เริ่มลดสเปค ตัดหาง ตัดกลาง เหลือแต่หัวกับท้าย แต่น้องๆ เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นต์วันละนิดวันละหน่อย ทำให้ชินตาครับ ถ้าไม่เรียกจากระบบมาเปรียบเทียบ รับรอง จะชินตาไปเรื่อยๆจนดูไม่ออก แล้ววันนึงเมื่อตรวจดูกับวันแรกที่เปิดบัญชี ก็จะร้อง อ้อ!! มันเพี้ยน

เรื่องนี้เทียบง่ายๆครับ ถ้านึกไม่ออกว่าพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง ให้หันไปดูตาอ้วนแฟนเรานั่นแหระ สมัยจีบกันใหม่ๆ หุ่นประมาณ น้าเด็ด เอ๊ย!! ณเดช คุคิมิยะ(ไม่รู้ใช่ป่าวนะ 555) ตอนแรกก็เรียกชื่อเล่นกัน อยู่ไปอยู่มาประมาณสามสี่ปี เรียก อ้วน ทุกตัวคน แต่เราก็เห็นทุกวัน เลยไม่รู้ว่าแฟนเรามานอ้วนตอนไหน พอไปดูรูปสมัยแต่งงาน ถึงจะรู้คับ ว่าผิดจากเดิมมาเยอะ 5555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรวจลายเซ็นต์ให้เรียกจากระบบ ซิกเนเจอร์ ไม่ใช่ ซิกเนจำ ของเค้าดีจริงๆนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เด็ดขาด ส่วนที่พลาดไป
แล้วก็ ทำบุญเยอะๆ ภาวนาให้ทีม Fraud จับตัวนำเงินมาคืนให้ได้ค๊าบบ จาด้ายม่ายเดือดร้อน กานนนน เหอ เหอ เหอ

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เพราะโชคร้าย หรือ กรรมเก่า



มีน้องๆขอให้จัดเรื่องเกี่ยวกับสินเชื่อนำเสนอบ้าง ก้อ ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีของน้องที่ขอมา หรือว่าเป็นความโชคร้ายของน้องที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้นะครับ มีเรื่องเกี่ยวกับสินเชื่อเข้ามาพอดียังก๊ะรู้เรยว่า มีคนร้องขอ






  หลายท่านคงงงว่าดูหัวข้อเรื่องไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับสินเชื่อใช่มั๊ยครับ พอดีเหลือเกินน้องที่ทำเรื่องนี้ทำหน้าที่สินเชื่อค๊าบ แต่ที่ตั้งหัวข้อเรื่องนี้ ก็เพราะจริงๆน้องเค้าทำมาตั้งแต่สองสามปีก่อนโน้น แน่ะ!!! แล้วที่สำคัญ ก็ไม่ได้เป็นต้นเรื่องของการสืบสวน หากแต่เป็นการขยายผลจากการที่ผมได้เข้าไปจัดการกับบางสาขาเกี่ยวกับเรื่องเช็ค ซึ่งได้เคยเล่าให้ฟังกันไว้ในหัวข้อ เช็ค A/C Payee เข้าผิดบัญชี มีลุ้นยันเกษียร นั่นล่ะครับ ก็เลยเป็นที่มาของการขยายผลและมาพบว่าน้องสินเชื่อคนนี้ได้เข้าผิดบัญชีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่บัญชีใครที่ไหนครับ เป็นบัญชีของคนใกล้ชิดตัวเอง

สิ่งที่น่าเห็นใจก็คือ คำสั่งล่าสุดนี้เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเพราะผลงานโดดเด่น และเป็นคนทำงานเก่ง แต่ช่วงเวลาเมื่อสองสามปีก่อนอาจจะตัดสินใจผิดไปหน่อย เลยใช้หน้าที่ในการทำสินเชื่อเป็นช่องโอกาส พล่ามต่อเด๊วจะงงกันไปใหญ่ เข้าเนื้อเรื่องเลยละกันนะครับ

เรื่องก็มีอยู่ว่า เวลาลูกค้ามาขอสินเชื่อที่สาขา ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเก้าเก้า เราจะเสนอขายประกันพ่วงไปด้วย จะกลยุทธอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่ฟังดูดีก็คือ ทำให้การพิจารณาสินเชื่อมีโอกาสสูง น่าน!!! เจอประจำเลยตอนไปขอสินเชื่อ บางทีนะ คุยเรื่องประกันเยอะกว่าเรื่องสินเชื่อที่ไปขอซะอีก 555 อ้อ!! ที่สำคัญออฟชั่นที่มักจะได้ก็คือ ค่าเบี้ยไม่ต้องจ่ายครับเพราะเด๊วขอรวมไปยอดจัดสินเชื่อ แมะ!! ล่อใจกันซะขนาดนี้ ไม่ซื้อได้งัย คือ ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่เกี่ยงหรอกครับ ขอให้สินเชื่อผ่านละกัน แต่ปัญหาที่เกิดต่อน่ะสิครับ คือ ลูกค้ามักจะเปลี่ยนใจขอยกเลิกเงื่อนไขทำประกันหลังจากสินเชื่ออนุมัติ หรือไม่ ก็มีเหตุให้ทางเราไม่รับประกัน จึงเป็นที่มาของการทำเช็คคืนครับ เนื่องจากค่าเบี้ยประกันได้รวมไปกับวงเงินที่ขอสินเชื่อไปแล้ว


แน่นอนครับ เช็คที่ออกจากบริษัทประกันก็ต้องเป็นเช็ค A/C Payee อีกเช่นเคย แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางลูกค้า เราก็มักจะนำเช็คไปคืนเข้าบัญชีสินเชื่อของลูกค้าเพื่อตัดยอดหนี้วงเงินสินเชื่อ ซึ่งถ้าเหตุการณ์ปกติ ลูกค้าก็มักจะได้ประโยชน์ล้วนๆจากการที่น้องๆอำนวยความสะดวกให้ โดยเป็นผู้คีย์เช็คจากบริษัทประกันนำเข้าบัญชีลูกค้าให้ โดยที่ลูกค้าไม่ทราบด้วยซ้ำไป ซึ่งจุดนี้ทำให้น้องๆที่ใจไม่แข็ง และอาจกำลังเดือดร้อนพอดี เผลอตัวเผลอใจนำไปเข้าบัญชีตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้ แต่ที่น่าแปลกก็คือ หากเข้าบัญชีตัวเองก็จะต้องให้เพื่อนทำรายการให้ แล้วเพื่อนก็ไว้ใจเพื่อนเสียเหลือเกิน ทำรายการให้โดยไม่สงสัยเร้ยยยย เพื่อนขอมาก็จัดให้ตลอด พอเป็นเรื่องขึ้นมาล่ะคับ น้องๆที่ทำรายการให้ก็เข้าข่ายโชคร้ายแระ แต่สุดท้าย ยังไงก็แล้วแต่ครับ ไม่ว่าความผิดจะถูกปกปิดไว้นานเพียงใด ซักวัน น้ำลด ตอก็ต้องผุด ในวันที่ทำผิดอาจไม่มีใครรู้หรือไม่มีใครจับได้ นั่นอาจเป็นเพราะบุญเรายังเยอะอยู่ครับ พอบุญหมดก็เหมือนน้ำลด ตอมันก็โผล่มาแบบไม่รู้ตัว มารู้อีกที ทีมFraud ก้อมาหาที่สาขาแระ ว๊า!!!แย่จัง


ปล ที่น่าโชคร้ายกว่าก็คือ เพื่อนๆที่ทำรายการให้เพื่อน อุตส่าห์เชื่อใจมาทำกันได้ คราวหน้าถ้าเพื่อนให้ทำรายการให้ก็กระซิบผู้บริหารสาขาหน่อยก็ดีน๊า อย่างนี้เค้าเรียก กรรมเก่า มาโผล่ตอนบุญหมด ก็ ทำบุญเยอะๆ ปล่อยนก ปล่อยกา ปล่อยเต่า แต่ไม่ต้องปล่อยแก่ นะ เด๊วจาบาปหนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Account Payee เข้าผิดบัญชีมีลุ้นยันเกษียร

ตั๋วเงิน หรือเช็ค ดูจะเป็นกระดาษแผ่นเดียวที่มักจะสร้างความหฤหรรขวัญผวาให้กับผู้ทำรายการได้ตื่นเต้นกันได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อหลังจากอนุมัติรายการไปแล้ว เหมือนกับตั้งระเบิดเวลาไว้รอว่าเมื่อไหร่จะระเบิดกันเลยทีเดียวนะครับ แต่อันนี้เฉพาะสำหรับผู้ทำรายการที่รู้ตัวว่าไม่ได้ทำตามระเบียบนะ หรือพูดง่ายๆว่า เจตนาทำรายการให้เพราะต้องการบริการลูกค้า หรือกลัวยันต์7-11 นั่นแหระคับ อีกประเภทนึงก็คือผู้ทำรายการที่ใจถึงหรือวัดดวงกันเป็นประจำก็หมั่นทำบุญทำทานกันหน่อย

จำได้ว่าสมัยผมเรียน เรื่องเช็คนี่ ได้รับความสำคัญมาก ได้ศึกษากันตั้งแต่วิธีการเขียนเช็ค เทคนิคการเขียนตัวเงิน ตัวอักษร รวมไปถึงเทคนิคการเซ็นต์ชื่อเฉพาะในเช็ค การสลักหลัง ที่หนีไม่พ้นก็คือ เช็คที่ทำให้เป็นความผิดอาญา กับ ความผิดทางแพ่ง สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าในสมัยเป็นนักเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ด้วยความกลัวก็เลยศึกษาเยอะหน่อย ไม่คิดว่าจะหนีไม่พ้นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คพวกนี้อยู่ดี เฮ้อ!!!

จริงๆระเบียบธนาคารเราก็กำหนดไว้ชัดเจนมากนะครับ ให้ปฏิบัติกับเช็คแต่ละประเภทที่ลูกค้านำมาขึ้นเงินว่าให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมก็ได้ศึกษาตั้งก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่ เลย เพราะเป็น Case แรกที่ได้ทำ ก็เลยทำให้ทราบระเบียบธนาคารว่าเจาะลึกลงไปกว่าที่กฎหมายกำหนดซะอีกเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน เพียงแค่ทำตามก็ปลอดภัยแระ

สิ่งที่แปลกใจมากก็คือ ปกติเช็คที่มีปัญหาก็มักจะเป็นเช็คที่ไม่ได้ตี Account Payee กับเช็คที่ไม่ได้ขีดฆ่าหรือผู้ถือ เท่านั้น ถ้าเป็นเช็คที่ตี Account Payee ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับพี่น้อง ดูเงินในบัญชีเจ้าของเช็คมีพอก็ตัดเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับชื่อที่สั่งจ่ายหน้าเช็คก็จบ ขอย้ำนะครับว่า!!! ทำได้แค่กรณีเดียว ไม่มีทางเลือกอื่น คือ ตัดเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อตรงกับหน้าเช็คสั่งจ่าย อ้อ!!! อันนี้หมายถึงผ่านขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อเทียบกับการ์ดลายเซ็นต์แล้วนะ

ฉะนั้น ถ้าเกิดเช็คที่ตี Account Payee ดันทะลึ่งไปเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับชื่อที่เช็คสั่งจ่าย คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก ทุจริตรึป่าว เป็นสิ่งที่แรกที่ต้องแว่บเข้ามาในหัวของทีม Fraud ครับ กระบวนการวิธีพิสูจน์ความบริสุทธิใจของผู้ทำรายการเลยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะทุกสิ่งอย่างจะเข้าไปสู่กระบวนการแสดงตนว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบอกได้เลยว่า หลักสันนิษฐานข้อแรก คือ น่าจะทุจริต เว้นแต่ผู้ทำรายการจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองบริสุทธิ์

นี่ก็เป็นไกด์ไลน์หลักการสันนิษฐานของทีม Fruad นะครับ น้องๆให้ความสำคัญด้วยนะเพราะถ้าได้ลองอนุมัติรายการไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยความผิดพลาดหรือเจตนาทำเพื่อบริการลูกค้า มันคุ้มกับความเหนื่อยที่ต้องมาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้รับผลประโยชน์หรือป่าว ที่สำคัญ Fraud ต้องขยันพอที่จะมาช่วยรับฟังการแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะครับ ม่ายง้านก็รอผลนาน ยิ่งทำให้หลอนกันระยะยาว

อ้อ!! กรณีเรื่องเช็ค เรื่องลายเซ็นต์ ส่วนใหญ่ผู้บริหารสาขาจะมีความชำนาญ น้องๆอย่าตัดสินใจโดยพลการนะครับ ยังไงให้ถามระดับหัวหน้าธนกิจ ผู้ช่วย หรือผู้จัดการก่อน แต่ถ้าผู้บริหารสาขาไม่แน่ใจก็ปรึกษาทีม Fraud ก่อนทำรายการก็ยินดีนะครับ