จริงๆเรื่องเงินสดในลิ้นชัก จำได้ว่าเคยเขียนในบล็อกก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ว่า untouchable เด็ดขาด หมายถึง ถ้าไม่มีลูกค้ามาทำรายการฝากถอน หรือไม่ก็ต้องเป็นกิจกรรมของธนาคารเท่านั้น นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้จะหยิบจากลิ้นชักไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น แล้วเงินในลิ้นชักก็ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของพนักงาน ถือเป็นเพียงที่พักเงินสดในลิ้นชักที่เคาท์เตอร์เพื่อทำรายการรับฝากในสาขา พนักงานมีอำนาจแค่ทำตามคำสั่งการฝากถอนของลูกค้า เมื่อสิ้นวันก็ต้องหยิบมาส่งคืนแคชเชียร์ หรือหากระหว่างมีเงินสดดำรงในลิ้นชักมากกว่าที่กำหนดก็ต้องนำส่งแคชเชียร์ ทันที นอกเหนือจากนี้ คุกล้วนๆคับ
เรื่องที่ไม่น่าเป็นเรื่องก็เกิดขึ้นแบบไม่น่าเกิดจริงๆเลยคับ น้องๆคงคิดว่าเอาไปไม่กี่นาทีเด๊วเอามาคืนคงไม่เป็นไรม๊าง ก็เลยทำให้งานเข้าพี่จนได้คับ แมทช์นี้เลยได้เยือนสาขาในเรื่องเดิมๆครับ เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะต้องการจะขอสินเชื่อจากแบงก์อื่น แต่ Statement ของตัวเองไม่ค่อยได้เดินเท่าไหร่ เกรงว่าหากยื่นไปอาจได้น้อย ก็เลยหาวิธีที่จะทำให้ Statement ตัวเองเดินได้สวยงาม ปัญหาก็อยู่ตรงที่จะเอาเงินสดที่ไหนมาฝากเข้าถอนออก เพราะจริงๆไม่มีตังค์อ่ะ อย่ากระนั้นเรย เราก็ AT มืออาชีพอยู่แร้ว จับเงินทุกวัน แค่ยืมไปแป๊บเดียวไม่ถึงห้านาทีเด๊วเอากลับมาใส่ลิ้นชักเหมือนเดิม คงไม่มีใครเห็นหรอกม๊างงงงง !! ช่างคิดได้เน้อะ ไอเดียดีแต่วิธีมันผิดไปหน่อยครับ ควรจะใช้เงินตัวเองและไปเดินบัญชีที่สาขาอื่น ไม่ควรเป็นสาขาที่ตัวเองอยู่ เพราะจะทำให้เพื่อนๆที่ทำรายการให้ได้รับเคราะห์กรรมของเราไปด้วยนา เด๊วจาหาว่าไม่บอก
ถึงจะหยิบเงินจากลิ้นชักไปให้เพื่อนในสาขาทำรายการฝากเข้าบัญชีตัวเอง แล้วเดินไปกด ATM ถอนมาคืนลิ้นชัก น้องๆอาจจะคิดว่าไม่ได้ทำให้ธนาคารเสียหาย แต่ความจริงแล้ว ทำแค่นี้มันก็ครบองค์ประกอบความผิดของ ลักทรัพย์ แล้วครับ ที่สำคัญน้องๆเป็นลูกจ้างของธนาคาร ก็ทำให้ถูกเพิ่มโทษเป็นข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง จากจำคุก 3 ปี ก็เลยเป็น 5 ปี อันนี้เป็น Step พื้นฐานที่ต้องโดนแน่ๆ ถ้าเป็นเวลากลางคืนด้วยคือ พวกสาขา Inmall ที่ทำรายการได้ถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน ก็ยิ่งโดนเพิ่มข้อหาเป็นเวลากลางคืนไปอีก กลายเป็นลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน โทษจำคุกก็เพิ่มเป็น 7 ปี งานนี้สนุกเรยครับ ได้กินข้าวแดงกันยาว ติดคุกตอนเป็นสาวพ้นโทษก็แก่กันพอดี นี่ล่ะครับ เรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นไรม๊างที่น้องๆคิดกันแบบง่ายๆ สามารถทำลายอนาคตได้ยาวนานทีเดียวเรยนะ
ปล. ถึงจะไม่มีความเสียหายแต่ Fraud ก็ยืนยันนะครับว่าต้องพาน้องไปเที่ยว Hong Kong เช่นเดิม และที่สำคัญ จัดเต็ม คับ ขอย้ำ จัดเต็มเต็ม ไม่มีลดข้อหาคับ อ้อ!! ถ้าขยายผลเจอเพิ่มก็แถมให้อีกคับไม่ต้องห่วง อิอิอิ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินสด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินสด แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
นับตังค์ระวังนะค๊าบบบบพี่น้อง
พักนี้มีน้องๆเงินขาดกันบ่อยๆ ไม่โต๊ก(ชอบคำนี้จิงๆ ไม่รู้ใครบัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมา สงสัยตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานแระ) หลักร้อยยังพอทน หลักพันก็พอไหว หลักหมื่นขึ้นไปนี่ลมจะจับ ถ้าเป็นหลักแสนก็วันรุ่งขึ้นได้พบกันแน่ๆ โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในห้าง สาเหตุใหญ่ๆก้อมักจะมาจากเหตุหลักไม่กี่รายการ ที่ฮิตมากก็
- มีลูกค้ามาขอแลกตังค์
- ลูกค้าเอาเงินสดมาฝากในจำนวนที่เยอะ(หมายถึงธนบัตรเยอะนะ ไม่ใช่มูลค่าเงิน)
- คีย์รายการก่อน ส่งเงินกันทีหลัง (อันนี้อันตรายต่อสถานภาพพนักงานมากกกกก)
- นอกจากนี้ก็มักจะเป็นเรื่องการทุจริตแล้วล่ะคับ
มีเทคนิคการหาตังค์เวลาตังค์ขาดมาฝากอ่ะคับ เวลาตังค์ขาดจะได้สามารถหาเบื้องต้นได้ ไม่ต้องตกใจ
1. ตรวจดูในลิ้นชักทุกเคาท์เตอร์ โดยดึงลิ้นชักออกมาให้สุด ยกช่องเก็บเงินดู ธนบัตรอาจจะตกหล่นได้
2. บางทีอาจมีพวกสมุดบันทึก กระเป๋าตังค์เราวางทับอยู่ ให้ยกออกให้หมด
3. ถ้าไม่เจอก็ต้องมาตรวจสลิปเงินฝาก สลิปถอน pay in สลิป ว่ามีรายการใดคีย์ไว้แล้วยังไม่ได้รับส่งตังค์หรือไม่
4. ไม่พบอีก ทีนี้ก็ต้องมาดูยี่ต๊อกกันล่ะคับว่า มีธนบัตรอะไรบ้างในแต่ละวัน ถ้าไม่ได้ทำยี่ต๊อกหรือทิ้งไปแล้ว ก็อาการหนักแระ
5. สุดท้ายไม่เจอจริงๆก็ต้องกล้องวงจรปิดล่ะคับ แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยๆ เวลาเข้าไปดูให้ที่สาขาก็คือ ศีรษะหรือกาบาลน้องๆนี่ล่ะคับ มักจะบังกล้อง CCTV โดยเฉพาะน้องๆที่ชอบยืนเวลานับตังค์อ่ะ บังมิดเรย แล้วเพ่จะไปเห็นได้ยังงาย
เข้าใจว่า 5 ข้อนี้ ถ้าไม่มีการทุจริตก็น่าจะหาเจอครับ แต่ถ้าหาไม่เจอก็ยังเพิ่งสรุปว่ามีการทุจริตนะครับ ตั้งพักไว้ แล้วก็โทรแจ้งเครือข่าย ทำincident มา เดี๋ยวก็จะมีคนมาช่วยหาให้กันหลายทีมเลยค๊าบ
แต่ที่จะบอกกล่าวเล่าฟังกันในที่นี้ก็คือ อยากจะเตือนไว้สำหรับ เวลาลูกค้ามากันเยอะๆแล้วต้องรีบทำรายการ เพราะลูกค้าจะแสดงสีหน้าได้กดดันมากๆ ปัญหาที่พบบ่อยๆก็คือ
1. ลูกค้ามาขอแลกเงินแล้วหยิบผิดแหนบ เช่น จะหยิบแหนบแบงก์ยี่สิบ เป็นหยิบแหนบแบงก์พันไปให้ (ไม่ขำนะครับ มีมาแร้วลูกค้าสู้คดีด้วยว่าไม่ได้เอาไป)
2. นับเงินแล้วรวมกอง ไม่แยกตามรายการ อันนี้ก็พบบ่อย
3. ลูกค้าสับขาหลอก ทีแรกวางปึ้งแบงก์พัน แล้วขอเปลี่ยนเป็นแบงก์ร้อย หรือแบงก์อื่นหลายๆครั้ง
4. มีแบงก์สอดไส้ คือเอาแบงก์กาโม่ หรือ กระดาษเปล่าใส่ให้เราใส่เครื่องนับ ต้องระวังด้วยนะครับ ถ้าไม่เยอะมากก็นับมือดีกว่าแล้วปั่นอีกครั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าน้องๆปฏิบัติตามที่ได้อบรมมาเชื่อว่าไม่น่าจะผิดพลาดค๊าบบบบ
ที่สำคัญที่สุดควรดูด้วยว่ากล้องวงจรปิดสามารถเห็นการนับเงินได้หรือป่าว เพราะถ้ากล้องจับภาพไม่ได้เพราะตัวพนักงานบัง ก็สุดความสามารถจิงๆนะครับ
ปล. ยังมีวิธีการหาเงินขาดอีกหลายวิธีซึ่งเป็นเทคนิคชั้นสูง แต่เป็นความลับทางราษฎร ครับ ไม่สามารถบอกได้จิงๆ เกรงว่ามิจฉาชีพจะรู้ความลับค๊าบบบบ
- มีลูกค้ามาขอแลกตังค์
- ลูกค้าเอาเงินสดมาฝากในจำนวนที่เยอะ(หมายถึงธนบัตรเยอะนะ ไม่ใช่มูลค่าเงิน)
- คีย์รายการก่อน ส่งเงินกันทีหลัง (อันนี้อันตรายต่อสถานภาพพนักงานมากกกกก)
- นอกจากนี้ก็มักจะเป็นเรื่องการทุจริตแล้วล่ะคับ
มีเทคนิคการหาตังค์เวลาตังค์ขาดมาฝากอ่ะคับ เวลาตังค์ขาดจะได้สามารถหาเบื้องต้นได้ ไม่ต้องตกใจ
1. ตรวจดูในลิ้นชักทุกเคาท์เตอร์ โดยดึงลิ้นชักออกมาให้สุด ยกช่องเก็บเงินดู ธนบัตรอาจจะตกหล่นได้
2. บางทีอาจมีพวกสมุดบันทึก กระเป๋าตังค์เราวางทับอยู่ ให้ยกออกให้หมด
3. ถ้าไม่เจอก็ต้องมาตรวจสลิปเงินฝาก สลิปถอน pay in สลิป ว่ามีรายการใดคีย์ไว้แล้วยังไม่ได้รับส่งตังค์หรือไม่
4. ไม่พบอีก ทีนี้ก็ต้องมาดูยี่ต๊อกกันล่ะคับว่า มีธนบัตรอะไรบ้างในแต่ละวัน ถ้าไม่ได้ทำยี่ต๊อกหรือทิ้งไปแล้ว ก็อาการหนักแระ
5. สุดท้ายไม่เจอจริงๆก็ต้องกล้องวงจรปิดล่ะคับ แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยๆ เวลาเข้าไปดูให้ที่สาขาก็คือ ศีรษะหรือกาบาลน้องๆนี่ล่ะคับ มักจะบังกล้อง CCTV โดยเฉพาะน้องๆที่ชอบยืนเวลานับตังค์อ่ะ บังมิดเรย แล้วเพ่จะไปเห็นได้ยังงาย
เข้าใจว่า 5 ข้อนี้ ถ้าไม่มีการทุจริตก็น่าจะหาเจอครับ แต่ถ้าหาไม่เจอก็ยังเพิ่งสรุปว่ามีการทุจริตนะครับ ตั้งพักไว้ แล้วก็โทรแจ้งเครือข่าย ทำincident มา เดี๋ยวก็จะมีคนมาช่วยหาให้กันหลายทีมเลยค๊าบ
แต่ที่จะบอกกล่าวเล่าฟังกันในที่นี้ก็คือ อยากจะเตือนไว้สำหรับ เวลาลูกค้ามากันเยอะๆแล้วต้องรีบทำรายการ เพราะลูกค้าจะแสดงสีหน้าได้กดดันมากๆ ปัญหาที่พบบ่อยๆก็คือ
1. ลูกค้ามาขอแลกเงินแล้วหยิบผิดแหนบ เช่น จะหยิบแหนบแบงก์ยี่สิบ เป็นหยิบแหนบแบงก์พันไปให้ (ไม่ขำนะครับ มีมาแร้วลูกค้าสู้คดีด้วยว่าไม่ได้เอาไป)
2. นับเงินแล้วรวมกอง ไม่แยกตามรายการ อันนี้ก็พบบ่อย
3. ลูกค้าสับขาหลอก ทีแรกวางปึ้งแบงก์พัน แล้วขอเปลี่ยนเป็นแบงก์ร้อย หรือแบงก์อื่นหลายๆครั้ง
4. มีแบงก์สอดไส้ คือเอาแบงก์กาโม่ หรือ กระดาษเปล่าใส่ให้เราใส่เครื่องนับ ต้องระวังด้วยนะครับ ถ้าไม่เยอะมากก็นับมือดีกว่าแล้วปั่นอีกครั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าน้องๆปฏิบัติตามที่ได้อบรมมาเชื่อว่าไม่น่าจะผิดพลาดค๊าบบบบ
ที่สำคัญที่สุดควรดูด้วยว่ากล้องวงจรปิดสามารถเห็นการนับเงินได้หรือป่าว เพราะถ้ากล้องจับภาพไม่ได้เพราะตัวพนักงานบัง ก็สุดความสามารถจิงๆนะครับ
ปล. ยังมีวิธีการหาเงินขาดอีกหลายวิธีซึ่งเป็นเทคนิคชั้นสูง แต่เป็นความลับทางราษฎร ครับ ไม่สามารถบอกได้จิงๆ เกรงว่ามิจฉาชีพจะรู้ความลับค๊าบบบบ
ข้อระมัดระวังเกี่ยวกับเงินในลิ้นชัก
ช่วงนี้งานเข้าเยอะจิงๆคับพี่น้อง แทบไม่มีเวลามาเขียนเรื่องเล่าบอกข่าวกันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องหาเวลามาเขียนจนได้ เพราะรู้สึกน้องๆสาขาจะเริ่มย่ามใจกันเยอะจะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไม่น่าจะใช่เพราะสื่อความกันทุกวัน นึกแล้วเหนื่อยใจจริง เฉพาะสัปดาห์นี้ ต้องริบบัตรพนักงานของน้องๆไปหลายคน พอขยายผลก็ต้องริบบัตรเพื่อนๆน้องเพิ่มอีกอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยนะครับ
น้องๆระมัดระวังเรื่องการชำระบัตรเครดิตของตัวเองหน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าเมื่อชำระด้วยเงินสดไปแล้ว สามารถกดเงินมาคืนได้ก็ตาม เน้นย้ำว่า อย่าแตะเงินในระบบเด็ดขาด ไม่ใช่แค่หมดสภาพพนักงานนะครับ ได้ไปเที่ยว Hong Krong กับทีมFEAUD แน่นอน อย่าคิดว่าไม่ได้ทำให้เสียหายนะครับ
เงินในลิ้นชักที่น้องๆ till buy มาจากแคชเชียร์นั้น ไม่ได้ให้ครอบครองนะครับ เพราะน้องบางคนมีเพื่อนสนิทเป็นนักกฎหมายแล้วเข้าใจผิดๆว่า ธนาคารให้ครอบครองเงินแล้วนำส่งในจำนวนที่ถูกต้องเมื่อสิ้นวัน ต้องทำความเข้าใจใหม่นะครับ นอกจากจะไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายแล้ว มีเพียงแค่หน้าที่รับจ่ายนำเข้าลิ้นชักเท่านั้นเอง ถ้าออกนอกลิ้นชักแล้วไม่ใช่เพื่อธุรกรรมของธนาคาร ก็ คุก คุก คุก (เป็นอาการไออย่างรุนแรงค๊าบ ต้อง Fraud เท่านั้นถึงจะระงับอาการนี้ได้ )
พอกล่าวถึงเงินในลิ้นชัก ก็มีการโต้แย้งอีกว่า แล้วเงินที่รับจากลูกค้าแต่ยังไม่นำเข้าลิ้นชักล่ะ เอาไปหมุนก่อนได้ป่าว ก็ คุก คุก คุก!!! อีกเช่นกันครับ เพราะลูกค้ายื่นให้น้องๆก็เพราะน้องๆเป็นตัวแทนในนามธนาคารครับ มีหน้าที่รับแล้วเข้าลิ้นชัก ถ้าไม่เข้าลิ้นชัก ก็นับว่าลักทรัพย์ทันทีครับ เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการให้น้องๆถือไว้ ต้องการให้นำเข้าธนาคารเลยทันทีครับ
อ้อ!!! ไหนๆก็อธิบายเรื่องนี้กันมาแล้ว ก็ขอแจ้งข่าวเพิ่มเติมด้วยเรยนะครับ ขณะนี้ทีมสืบสวนภายในองค์กร ได้นำนวตกรรมการสืบสวนเชิงรุกมาเริ่มปฏิบัติการแล้ว คือ ระบบ Detector จะสามารถตรวจสอบพบรายการผิดปกติแล้วเข้าไปหาน้องๆที่สาขาได้ทันทีโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า (เอ๊ะ คล้ายๆวันมาฆะ ยังงัยก็ไม่รู้) ก็อย่าประมาทนะครับ เด๊วนี้กรรมติดจรวดครับ ไวมั่กๆ ขอบอก
น้องๆระมัดระวังเรื่องการชำระบัตรเครดิตของตัวเองหน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าเมื่อชำระด้วยเงินสดไปแล้ว สามารถกดเงินมาคืนได้ก็ตาม เน้นย้ำว่า อย่าแตะเงินในระบบเด็ดขาด ไม่ใช่แค่หมดสภาพพนักงานนะครับ ได้ไปเที่ยว Hong Krong กับทีมFEAUD แน่นอน อย่าคิดว่าไม่ได้ทำให้เสียหายนะครับ
เงินในลิ้นชักที่น้องๆ till buy มาจากแคชเชียร์นั้น ไม่ได้ให้ครอบครองนะครับ เพราะน้องบางคนมีเพื่อนสนิทเป็นนักกฎหมายแล้วเข้าใจผิดๆว่า ธนาคารให้ครอบครองเงินแล้วนำส่งในจำนวนที่ถูกต้องเมื่อสิ้นวัน ต้องทำความเข้าใจใหม่นะครับ นอกจากจะไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายแล้ว มีเพียงแค่หน้าที่รับจ่ายนำเข้าลิ้นชักเท่านั้นเอง ถ้าออกนอกลิ้นชักแล้วไม่ใช่เพื่อธุรกรรมของธนาคาร ก็ คุก คุก คุก (เป็นอาการไออย่างรุนแรงค๊าบ ต้อง Fraud เท่านั้นถึงจะระงับอาการนี้ได้ )
พอกล่าวถึงเงินในลิ้นชัก ก็มีการโต้แย้งอีกว่า แล้วเงินที่รับจากลูกค้าแต่ยังไม่นำเข้าลิ้นชักล่ะ เอาไปหมุนก่อนได้ป่าว ก็ คุก คุก คุก!!! อีกเช่นกันครับ เพราะลูกค้ายื่นให้น้องๆก็เพราะน้องๆเป็นตัวแทนในนามธนาคารครับ มีหน้าที่รับแล้วเข้าลิ้นชัก ถ้าไม่เข้าลิ้นชัก ก็นับว่าลักทรัพย์ทันทีครับ เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการให้น้องๆถือไว้ ต้องการให้นำเข้าธนาคารเลยทันทีครับ
อ้อ!!! ไหนๆก็อธิบายเรื่องนี้กันมาแล้ว ก็ขอแจ้งข่าวเพิ่มเติมด้วยเรยนะครับ ขณะนี้ทีมสืบสวนภายในองค์กร ได้นำนวตกรรมการสืบสวนเชิงรุกมาเริ่มปฏิบัติการแล้ว คือ ระบบ Detector จะสามารถตรวจสอบพบรายการผิดปกติแล้วเข้าไปหาน้องๆที่สาขาได้ทันทีโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า (เอ๊ะ คล้ายๆวันมาฆะ ยังงัยก็ไม่รู้) ก็อย่าประมาทนะครับ เด๊วนี้กรรมติดจรวดครับ ไวมั่กๆ ขอบอก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)