ห่างหายกันไปพอสมควรนะครับ หลังจากที่ได้นำเสนอผลงานไปเรื่อง ซิกเนจำ ก็มีการถามไถ่ถึงผลงานต่อไป ก็ถ้าเรื่องไหนมันเกิดซ้ำๆ ก็จะไม่นำมาเล่าสู่กันฟัง เว้นแต่ว่า มีเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งมีมุมข้อควรระมัดระวังที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้น้องๆที่ทำรายการถึงกับนอนไม่หลับ ก็จะมานำเสนอกันนะครับ
เรื่องนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่า เจอกันบ่อย เพียงแต่คราวนี้ ค่อนข้างเนียนมาก ในการตรวจสอบลายเซ็นต์ของลูกค้า เพราะเรามักจะเน้นย้ำให้เรียกระบบ ซิกเนเจอร์มาตรวจเปรียบเทียบ กับลายเซ็นต์ในเช็คที่ลูกค้านำมาถอนเงิน ว่า เหมือนมั๊ย คราวนี้น้องๆก็เรียกจากระบบมา ตรวจเปรียบเทียบแล้ว ปรากฎว่า เหมือนเป๊ะ เหมือนจนหาที่ติดไม่ได้ ก็เลยอนุมัติรายการถอนเงินไปตามระเบียบ ครับ
และแล้ว เช็คของลูกค้ารายนี้ก็ถูกทยอยนำมาเรียกเก็บเงินทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน โดยมิได้เจตนาจะเข้าช่องทำการของน้องๆคนใดคนหนึ่ง และด้วยความที่ลายเซ็นต์ของลูกค้านั้น เซ็นต์ได้เฉียบคมมาก จึงเป็นที่สะดุดตาให้ต่อมเอ๊ะของน้องๆ AT เรา เริ่มทำงานครับ และนึกชมในใจว่า ช่างเซ็นต์ได้เหมือนเป๊ะทุกฉบับ ไม่ว่าจะส่วนเว้า ส่วนโค้ง ส่วนนูน (ของลายเซ็นต์นะ อย่าคิดไปไกล) ขนาดก็พอเหมาะช่างไม่มีสัดส่วนที่คลาดเคลื่อนจากเช็คใบก่อนๆ เร้ยยยย ด้วยความสงสัย จึงได้นำเช็คที่เคยนำมาเรียกเก็บเงินในวันก่อน มาตรวจเปรียบเทียบ ปรากฎว่า ระยะความยาวของลายเซ็นต์จากจุดเริ่มต้น ไปยังจุดสิ้นสุด ไม่เพี้ยนแม้กระเบียดนิ้ว ต่อมเอ๊ะ!! ก็เริ่มผลิตเหงื่อเม็ดบะเร่อร่วงลงมาจากขมับน้องๆ ครับ เพราะพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว เซ็นต์ซะเหมือนขนาดนี้ มันยังก๊ะแกะมาเป็นบล็อกพิมพ์ ใช่แล้วครับ มันเป็นลายเซ็นต์ที่ปั๊มมาจากตรายาง ครับ !!! ว่าแร้ว ทำไมเซ็นต์ได้สวยเหมือนกันทุกฉบับ เหมือนเป๊ะ ไม่ผิดแม้แต่ขนาด
สิ่งแรกที่ผู้บริหารสาขานึกได้ก็ Incident 1 ครับ หรือจะเรียกให้เหมาะก็น่าจะเป็นจดหมายเชิญ ทีม Fraud เข้ามาร่วมสนุกกับทางรายการ โดยมีน้องๆสาขาเป็นผู้ดำเนินรายการ ครับ ถ้าจะพิจารณาในแง่หลักกฎหมายทั่วไป โดยไม่คำนึงถึงการทำเงื่อนไขพิเศษกับทางธนาคารในกรณี ที่ลูกค้าขอใช้การประทับตราลายเซ็นต์และยินดีรับผิดชอบในทุกรายการที่เกิดขึ้นนะครับ ก็จะอธิบายได้คร่าวๆดังนี้ครับ
การที่ลูกค้านำลายเซ็นต์ไปแกะบล็อกเป็นตรายางแล้ว แล้วมาประทับในช่อง “ลายมือชื่อ” โดยหลักทั่วไปแล้ว ไม่ถือว่าเป็นลายมือชื่อ นะครับ หรือพูดง่ายๆก็คล้ายกับว่า ยังไม่มีการเซ็นต์ชื่อนั่นแหระครับ ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำให้เร็วที่สุดก็คือให้ลูกค้าผู้มีอำนาจมา เซ็นต์สด ต่อหน้าเพื่อรับรองการทำรายการที่อนุมัติรายการไปแล้วจะเป็นการดี ไม่ง้านนอนไม่หลับอีกนานเรยนะครับ
นับวันเทคโนโลยีก็ยิ่งก้าวไกล ลายเซ็นต์ที่แกะเป็นตรายางแล้วปั๊ม ก็ทำจากวัสดุอย่างดี ขนาดทีม Fraud มีประสบการณ์ด้านนี้มาก็ไม่น้อย มองผ่านๆยังคิดว่าเป็นลายเซ็นต์ด้วยมือเลยครับ แต่ยังไงก็ด้วยประสบการณ์ครับ หนีไม่พ้นสายตาผู้มีประสบการณ์ไปได้หรอกครับ เพราะนอกจากจะไปตรวจในเรื่องนี้ กลับพบว่ามีของที่อื่นอีก คราวนี้ก็สนุกสนานกันไปหลายสาขาเลยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ You never walk alone เด๊วไปร่วมสนุกกับทางรายการให้ค๊าบบบบ
วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555
ต๊าย ตาย จดหมายผิดซอง
“พี่แสนดีใจ ได้รับจดหมายจากไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงพี่ สอดซองสีนี้ไม่ใช่ใคร แต่พอเปิดข้างใน ต๊ายย ตาย จดหมาย ผิดซอง” Credit by มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เปิดกี่ครั้ง ก็ฮาทุกครั้งคับ ไม่รู้ว่าน้องๆตอนเด็กๆเคยได้ยินม่างอ๊ะป่าว มันเป็นเรื่องของการรอคอยจดหมายจากคนรัก แต่ปรากฎว่าคนรักดันมีกิ๊ก แล้วก็เอาจดหมายที่ต้องการจะส่งให้กิ๊กไปใส่ซองของแฟน เอาจดหมายที่ตอบแฟนไปใส่ซองกิ๊ก ก็เลยเป็นเรื่อง ยิ่งดูมิวสิควีดีโอ ก็ยิ่งฮา 5555
จริงๆแล้วเรื่องการรับส่งจดหมายของสาขา นั้น ถ้าจะว่ากันตามระเบียบงานสารบรรณแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็ต้องมีสมุดทะเบียนคุมรับเอกสาร และเมื่อจะส่งต่อไปให้ใครก็มีสมุดทะเบียนคุมส่งเอกสาร ก็จะทำให้รู้ที่มาและที่ไปของเอกสารที่มาถึงสาขา ดูแล้วก็ไม่น่ามีอะไรยากเลย ใช่ ม๊า
เรื่องที่กล่าวถึงนี้ มานมิใช่จดหมายธรรมดา คับพี่น้อง!!! เรื่องก็มีอยู่ว่า ลูกค้าประจำรายหนึ่งของสาขา ติ๊ต่างว่า แกชื่อ มนต์สิทธิ แกทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ ทุกสัปดาห์แกก็จะเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อไปช็อปสินค้า แต่เนื่องจากเป็นสินค้าขนาดใหญ่และมีปริมาณมาก แกก็ไม่สามารถจะถือกลับมาประเทศไทยได้โดยการหิ้วเหมือน แอร์หิ้วมาให้เจ๊เล้ง แกก็เลยต้องใช้วิธี สั่งซื้อสินค้า แล้วให้ส่งทางเรือมาให้แกที่เมืองไทย แน่นอนค๊าบ!!! ผู้ขายก็ต้องให้อีตามนต์สิทธิแกจ่ายค่าสินค้าก่อนแน่นอน ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ว่า ถ้าอีตามนต์สิทธิ์ จ่ายค่าสินค้าแล้วไปรอรับสินค้าที่เมืองไทย แต่ผู้ขายเกิดไม่ยอมส่งสินค้าให้ล่ะ จะทำงัย มนต์สิทธิต้องเสียตังค์ฟรีแน่นอน ช่องปัญหาแค่นี้ก็สามารถเกิด Product ใหม่ให้กับสถาบันการเงินได้แล้วครับ พี่น้อง
ในเมื่อผู้ขายและผู้ซื้อไม่มั่นใจกัน ก็ต้องหาคนกลางครับ คือ ธนาคารประเทศของผู้ขาย กับธนาคารของประเทศผู้ซื้อ มาเป็นตัวกลางประสานการชำระค่าสินค้า และการันตีการส่งสินค้า ให้กับ ผู้ซื้อผู้ขาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้อีตามนต์สิทธิ์ แกสบายใจว่าได้รับสินค้าชัวร์ และผู้ขายก็มั่นใจว่าหากส่งสินค้าไปให้อีตามนต์สิทธิ์ที่เมืองไทยแล้ว จะได้รับเงิน ชัวร์!!!!
ว่าแล้ว อีตามนต์สิทธิ์ ก็แจ้งให้ผู้ขายส่งใบเรียกเก็บเงินและใบขอรับสินค้ามาที่เมืองไทย โดยผ่าน บริการของธนาคารครับ แต่แทนที่แกจะให้ดำเนินการผ่านศูนย์ต่างประเทศของธนาคาร แกดันไปเลือกเอาสาขาใกล้บ้านท่านครับ แล้วแกก็โทรมาถามที่สาขาทุกวันว่ามีจดหมายมาถึงแกมั๊ย งานก็เลยมาเข้าน้องๆสาขาครับ เพราะมันคือ จดหมายอารายหว่า จ่าหน้าซองถึงลูกค้า งง สิ คับ งง น้องๆสาขาได้รับจดหมายแปลกๆ มาจากธนาคารต่างชาติ ดันทะลึ่งจ่าหน้าซองถึงลูกค้าอีกต่างหาก ก็ตามระเบียบครับ เมื่อบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาให้ ยาม เอ๊ย !! รปภ. ก้อเซ็นต์รับตามระเบียบ (รู้สึกหน้าที่พี่แกนี่เยอะจิงเน๊อะ ทำทุกอย่าง ) ไม่ต้องถามเรยก็ทราบกันดีว่า พี่ยามแกไม่รู้หรอกคับว่าจดหมายอะไร เซ็นต์รับเสร็จก็เอาไปวางในกล่องรวมจดหมายอื่น ไม่มีการลงทะเบียนคุมรับหรอกคับ
ส่วนน้องๆสาขาสิครับ หลังจากอีตามนต์สิทธิ์มาถามหาจดหมายแกอยู่สามสี่วัน ก็มีจดหมายมาจริงๆ แม่จ้าว เด๊วนี้สาขามีบริการรับจดหมายแทนการส่งที่อยู่ตามบ้านลูกค้าได้ด้วย พอดีต่อม เอ๊ะ!! ของน้องแกอาจจะ Error นิสนุง เนื่องจากกำลังมึนกับเป้าใหญ่ของปีนี้ (อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ อิอิอิ) แกเห็นว่าเป็นจดหมายจากธนาคารต่างประเทศส่งถึงลูกค้า ประกอบกับลูกค้ามาถามหาหลายวันแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็เลยให้ลูกค้าไป โดยมิได้เปิดดูข้างในว่า เค้าให้เก็บตังค์ค่าสินค้าจากอีตามนต์สิทธิ์ ก่อนที่จะให้ใบรับสินค้าในซองจดหมายไป งานนี้อีตามนต์สิทธิ์ ก็ตีมึนคับ ในเมื่อพนักงานธนาคารไม่เรียกเก็บค่าสินค้า แถมให้จดหมายมาเลย แกก็เลยมึนไม่ยอมจ่ายตังค์ค่าสินค้า ครับ แล้วเอาใบรับสินค้าไปขอรับสินค้าจากคลังท่าเรือที่ผู้ขายนำส่งมาให้
และแล้วงานก็เข้าครับ เมื่อธนาคารต่างชาติทวงถามเงินค่าสินค้ามาที่ศูนย์ต่างประเทศ ก็เลยถึงบางอ้อ กัน ว่าแล้ว นึกว่าจดหมายอาร๊ายยยย 555 ก็ระบบสาขาไม่มีให้ทำรายการเรื่องเรียกเก็บค่าสินค้าคับพี่น้อง น้องสาขาก็เลยไม่รู้จักว่า เอ๊ะ!! นี่มานคือ จดหมาย อาราย ส่วนตัวกระพ๊ม ก็เลยได้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการ ในเกมส์ตามล่าหาจดหมายผิดซอง เพื่อเรียกเก็บค่าสินค้า คับ งานนี้สนุกคับ เพราะธนาคารต่างประเทศเค้าคิดค่าธรรมเนียมล่าช้าเป็นรายวัน กดดันยังไงก็ม่ายรู้ 5555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจ จดหมายแปลกๆที่ส่งมาที่สาขา อย่าประมาทคับ ถ้าม่ายรู้จัก ก็ให้ถามสามตองสอง คับ กูรูของแบงก์เราน่านเอง ถามได้ทุ๊กกกกเรื่อง ยกเว้น เรื่องคนที่บ้าน ค๊าบบ พี่น้องงงง
จริงๆแล้วเรื่องการรับส่งจดหมายของสาขา นั้น ถ้าจะว่ากันตามระเบียบงานสารบรรณแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็ต้องมีสมุดทะเบียนคุมรับเอกสาร และเมื่อจะส่งต่อไปให้ใครก็มีสมุดทะเบียนคุมส่งเอกสาร ก็จะทำให้รู้ที่มาและที่ไปของเอกสารที่มาถึงสาขา ดูแล้วก็ไม่น่ามีอะไรยากเลย ใช่ ม๊า
เรื่องที่กล่าวถึงนี้ มานมิใช่จดหมายธรรมดา คับพี่น้อง!!! เรื่องก็มีอยู่ว่า ลูกค้าประจำรายหนึ่งของสาขา ติ๊ต่างว่า แกชื่อ มนต์สิทธิ แกทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ ทุกสัปดาห์แกก็จะเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อไปช็อปสินค้า แต่เนื่องจากเป็นสินค้าขนาดใหญ่และมีปริมาณมาก แกก็ไม่สามารถจะถือกลับมาประเทศไทยได้โดยการหิ้วเหมือน แอร์หิ้วมาให้เจ๊เล้ง แกก็เลยต้องใช้วิธี สั่งซื้อสินค้า แล้วให้ส่งทางเรือมาให้แกที่เมืองไทย แน่นอนค๊าบ!!! ผู้ขายก็ต้องให้อีตามนต์สิทธิแกจ่ายค่าสินค้าก่อนแน่นอน ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ว่า ถ้าอีตามนต์สิทธิ์ จ่ายค่าสินค้าแล้วไปรอรับสินค้าที่เมืองไทย แต่ผู้ขายเกิดไม่ยอมส่งสินค้าให้ล่ะ จะทำงัย มนต์สิทธิต้องเสียตังค์ฟรีแน่นอน ช่องปัญหาแค่นี้ก็สามารถเกิด Product ใหม่ให้กับสถาบันการเงินได้แล้วครับ พี่น้อง
ในเมื่อผู้ขายและผู้ซื้อไม่มั่นใจกัน ก็ต้องหาคนกลางครับ คือ ธนาคารประเทศของผู้ขาย กับธนาคารของประเทศผู้ซื้อ มาเป็นตัวกลางประสานการชำระค่าสินค้า และการันตีการส่งสินค้า ให้กับ ผู้ซื้อผู้ขาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้อีตามนต์สิทธิ์ แกสบายใจว่าได้รับสินค้าชัวร์ และผู้ขายก็มั่นใจว่าหากส่งสินค้าไปให้อีตามนต์สิทธิ์ที่เมืองไทยแล้ว จะได้รับเงิน ชัวร์!!!!
ว่าแล้ว อีตามนต์สิทธิ์ ก็แจ้งให้ผู้ขายส่งใบเรียกเก็บเงินและใบขอรับสินค้ามาที่เมืองไทย โดยผ่าน บริการของธนาคารครับ แต่แทนที่แกจะให้ดำเนินการผ่านศูนย์ต่างประเทศของธนาคาร แกดันไปเลือกเอาสาขาใกล้บ้านท่านครับ แล้วแกก็โทรมาถามที่สาขาทุกวันว่ามีจดหมายมาถึงแกมั๊ย งานก็เลยมาเข้าน้องๆสาขาครับ เพราะมันคือ จดหมายอารายหว่า จ่าหน้าซองถึงลูกค้า งง สิ คับ งง น้องๆสาขาได้รับจดหมายแปลกๆ มาจากธนาคารต่างชาติ ดันทะลึ่งจ่าหน้าซองถึงลูกค้าอีกต่างหาก ก็ตามระเบียบครับ เมื่อบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาให้ ยาม เอ๊ย !! รปภ. ก้อเซ็นต์รับตามระเบียบ (รู้สึกหน้าที่พี่แกนี่เยอะจิงเน๊อะ ทำทุกอย่าง ) ไม่ต้องถามเรยก็ทราบกันดีว่า พี่ยามแกไม่รู้หรอกคับว่าจดหมายอะไร เซ็นต์รับเสร็จก็เอาไปวางในกล่องรวมจดหมายอื่น ไม่มีการลงทะเบียนคุมรับหรอกคับ
ส่วนน้องๆสาขาสิครับ หลังจากอีตามนต์สิทธิ์มาถามหาจดหมายแกอยู่สามสี่วัน ก็มีจดหมายมาจริงๆ แม่จ้าว เด๊วนี้สาขามีบริการรับจดหมายแทนการส่งที่อยู่ตามบ้านลูกค้าได้ด้วย พอดีต่อม เอ๊ะ!! ของน้องแกอาจจะ Error นิสนุง เนื่องจากกำลังมึนกับเป้าใหญ่ของปีนี้ (อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ อิอิอิ) แกเห็นว่าเป็นจดหมายจากธนาคารต่างประเทศส่งถึงลูกค้า ประกอบกับลูกค้ามาถามหาหลายวันแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็เลยให้ลูกค้าไป โดยมิได้เปิดดูข้างในว่า เค้าให้เก็บตังค์ค่าสินค้าจากอีตามนต์สิทธิ์ ก่อนที่จะให้ใบรับสินค้าในซองจดหมายไป งานนี้อีตามนต์สิทธิ์ ก็ตีมึนคับ ในเมื่อพนักงานธนาคารไม่เรียกเก็บค่าสินค้า แถมให้จดหมายมาเลย แกก็เลยมึนไม่ยอมจ่ายตังค์ค่าสินค้า ครับ แล้วเอาใบรับสินค้าไปขอรับสินค้าจากคลังท่าเรือที่ผู้ขายนำส่งมาให้
และแล้วงานก็เข้าครับ เมื่อธนาคารต่างชาติทวงถามเงินค่าสินค้ามาที่ศูนย์ต่างประเทศ ก็เลยถึงบางอ้อ กัน ว่าแล้ว นึกว่าจดหมายอาร๊ายยยย 555 ก็ระบบสาขาไม่มีให้ทำรายการเรื่องเรียกเก็บค่าสินค้าคับพี่น้อง น้องสาขาก็เลยไม่รู้จักว่า เอ๊ะ!! นี่มานคือ จดหมาย อาราย ส่วนตัวกระพ๊ม ก็เลยได้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการ ในเกมส์ตามล่าหาจดหมายผิดซอง เพื่อเรียกเก็บค่าสินค้า คับ งานนี้สนุกคับ เพราะธนาคารต่างประเทศเค้าคิดค่าธรรมเนียมล่าช้าเป็นรายวัน กดดันยังไงก็ม่ายรู้ 5555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจ จดหมายแปลกๆที่ส่งมาที่สาขา อย่าประมาทคับ ถ้าม่ายรู้จัก ก็ให้ถามสามตองสอง คับ กูรูของแบงก์เราน่านเอง ถามได้ทุ๊กกกกเรื่อง ยกเว้น เรื่องคนที่บ้าน ค๊าบบ พี่น้องงงง
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ให้ใช้ซิกเนเจอร์ แต่เธอใช้ ซิกเนจำ กรรมเรยยย
จำได้ว่าเรื่องการตรวจสอบลายเซ็นต์เจ้าของบัญชี เคยได้เล่าไว้หลายครั้งหลายตอน แต่รูปแบบที่เจอในช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่า แต่ลีลาการเกิดเหตุแตกต่างไปอีกครับประมาณว่า เหล้าเก่าในขวดใหม่ อย่างงาย อย่างง้าน
สำหรับเรื่องนี้ เดิมทีก็หาต้นตอของเหตุ จะเรียกให้หรูหน่อย ก็ประมาณ รากเหง้าแห่งปัญหา แหมะ!! ฟังดูเหมือนศัพท์วิชาการยังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า Root Cause ละกันนะคับ ซึ่งจากการสอบถามน้องๆ ก็มักจะได้รับการยืนยัน นอนยัน นั่งยืน จากน้องๆว่า หนูเรียกดูตัวอย่างลายเซ็นต์จากระบบ ซิกเนเจอร์ จริงๆ ค่ะ ก็ตรวจดูตอนนั้นมานเหมือน ก้อเลยอนุมัติรายการให้ ค่า!!!! แร้วทำมายตอนเน้เพ่ ให้ดู จะ จะ อีกที ถึงเห็นว่าม่ายคล้ายละน้องงงงง
แต่จะว่าไปแล้ว น้องๆบางคนก้อยังกระต่ายขาเดียวว่า หนูดูตอนน้าน กับดูตอนนี้ ก็ยังว่าคล้ายเหมือนเดิม ค่า!! อืม!! ถ้าง้านพรุ่งนี้มีเช็คลายเซ็นต์คล้ายแบบนี้มาทำรายการอีกที จะอนุมัติรายการม๊ายยย คำตอบ คือ ม่ายยยย แร้วค่ะ เข็ดแร้วค่ะ 555 สรุปก็คือ ดูตอนนี้มานม่ายคล้ายแล้วล่ะ แต่ที่ต้องยืนยันว่าเรียกดูจากระบบ เพราะกัวถูกตำหนิทางวินัย เท่านั้นเอง
ต้องทำความเข้าใจกันอยู่พักนึงครับว่า นักสืบทีม Fraud เราไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ครับ จะได้ช่วยนำข้อเท็จจริงไปนำเรียนผู้มีอำนาจให้ออกระเบียบแก้ไข เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จำได้ว่า เป็นระเบียบแบบปฏิบัติกันอยู่แล้ว ให้เรียกลายเซ็นต์จากระบบมาตรวจเปรียบเทียบทุกครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริงได้ และน้องๆก็มักจะให้ข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ เห็นหน้าคนถือเช็คมาเข้า ก็รู้แล้วว่าลายเซ็นต์เป็นยังไง
น้องๆครับ แม้ว่าคนถือเช็คมาจะเป็นพนักงานของลูกค้าเรา มาทำรายการบ่อยๆเกือบทุกวัน แถมลูกค้าก็เป็นระดับ HIV เอ๊ย!! VIPก็ประมาทไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสรู้ว่า พนักงานของลูกค้าเราจะทุจริต ลักเช็คมาปลอมลายเซ็นต์ แล้วมาเข้าช่องเราเมื่อไหร่ เพื่อความไม่ประมาทอย่าดูที่หน้าคนถือเช็คมาครับ เรียกจากระบบเท่านั้น ขอบอก แล้วจะรู้ว่า ของเค้าดีจริง อิอิอิ
ขนาดผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเซ็นต์เอง ยังเพี้ยนเลยครับ คือ ตอนมาเปิดบัญชี พี่แก ฟิตจัด มาเต็มเรย ลายเซ็นต์ Full option พอเริ่มเซ็นต์บ่อยๆเข้าก็เริ่มลดสเปค ตัดหาง ตัดกลาง เหลือแต่หัวกับท้าย แต่น้องๆ เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นต์วันละนิดวันละหน่อย ทำให้ชินตาครับ ถ้าไม่เรียกจากระบบมาเปรียบเทียบ รับรอง จะชินตาไปเรื่อยๆจนดูไม่ออก แล้ววันนึงเมื่อตรวจดูกับวันแรกที่เปิดบัญชี ก็จะร้อง อ้อ!! มันเพี้ยน
เรื่องนี้เทียบง่ายๆครับ ถ้านึกไม่ออกว่าพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง ให้หันไปดูตาอ้วนแฟนเรานั่นแหระ สมัยจีบกันใหม่ๆ หุ่นประมาณ น้าเด็ด เอ๊ย!! ณเดช คุคิมิยะ(ไม่รู้ใช่ป่าวนะ 555) ตอนแรกก็เรียกชื่อเล่นกัน อยู่ไปอยู่มาประมาณสามสี่ปี เรียก อ้วน ทุกตัวคน แต่เราก็เห็นทุกวัน เลยไม่รู้ว่าแฟนเรามานอ้วนตอนไหน พอไปดูรูปสมัยแต่งงาน ถึงจะรู้คับ ว่าผิดจากเดิมมาเยอะ 5555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรวจลายเซ็นต์ให้เรียกจากระบบ ซิกเนเจอร์ ไม่ใช่ ซิกเนจำ ของเค้าดีจริงๆนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เด็ดขาด ส่วนที่พลาดไป
แล้วก็ ทำบุญเยอะๆ ภาวนาให้ทีม Fraud จับตัวนำเงินมาคืนให้ได้ค๊าบบ จาด้ายม่ายเดือดร้อน กานนนน เหอ เหอ เหอ
สำหรับเรื่องนี้ เดิมทีก็หาต้นตอของเหตุ จะเรียกให้หรูหน่อย ก็ประมาณ รากเหง้าแห่งปัญหา แหมะ!! ฟังดูเหมือนศัพท์วิชาการยังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า Root Cause ละกันนะคับ ซึ่งจากการสอบถามน้องๆ ก็มักจะได้รับการยืนยัน นอนยัน นั่งยืน จากน้องๆว่า หนูเรียกดูตัวอย่างลายเซ็นต์จากระบบ ซิกเนเจอร์ จริงๆ ค่ะ ก็ตรวจดูตอนนั้นมานเหมือน ก้อเลยอนุมัติรายการให้ ค่า!!!! แร้วทำมายตอนเน้เพ่ ให้ดู จะ จะ อีกที ถึงเห็นว่าม่ายคล้ายละน้องงงงง
แต่จะว่าไปแล้ว น้องๆบางคนก้อยังกระต่ายขาเดียวว่า หนูดูตอนน้าน กับดูตอนนี้ ก็ยังว่าคล้ายเหมือนเดิม ค่า!! อืม!! ถ้าง้านพรุ่งนี้มีเช็คลายเซ็นต์คล้ายแบบนี้มาทำรายการอีกที จะอนุมัติรายการม๊ายยย คำตอบ คือ ม่ายยยย แร้วค่ะ เข็ดแร้วค่ะ 555 สรุปก็คือ ดูตอนนี้มานม่ายคล้ายแล้วล่ะ แต่ที่ต้องยืนยันว่าเรียกดูจากระบบ เพราะกัวถูกตำหนิทางวินัย เท่านั้นเอง
ต้องทำความเข้าใจกันอยู่พักนึงครับว่า นักสืบทีม Fraud เราไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ครับ จะได้ช่วยนำข้อเท็จจริงไปนำเรียนผู้มีอำนาจให้ออกระเบียบแก้ไข เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จำได้ว่า เป็นระเบียบแบบปฏิบัติกันอยู่แล้ว ให้เรียกลายเซ็นต์จากระบบมาตรวจเปรียบเทียบทุกครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริงได้ และน้องๆก็มักจะให้ข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ เห็นหน้าคนถือเช็คมาเข้า ก็รู้แล้วว่าลายเซ็นต์เป็นยังไง
น้องๆครับ แม้ว่าคนถือเช็คมาจะเป็นพนักงานของลูกค้าเรา มาทำรายการบ่อยๆเกือบทุกวัน แถมลูกค้าก็เป็นระดับ HIV เอ๊ย!! VIPก็ประมาทไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสรู้ว่า พนักงานของลูกค้าเราจะทุจริต ลักเช็คมาปลอมลายเซ็นต์ แล้วมาเข้าช่องเราเมื่อไหร่ เพื่อความไม่ประมาทอย่าดูที่หน้าคนถือเช็คมาครับ เรียกจากระบบเท่านั้น ขอบอก แล้วจะรู้ว่า ของเค้าดีจริง อิอิอิ
ขนาดผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเซ็นต์เอง ยังเพี้ยนเลยครับ คือ ตอนมาเปิดบัญชี พี่แก ฟิตจัด มาเต็มเรย ลายเซ็นต์ Full option พอเริ่มเซ็นต์บ่อยๆเข้าก็เริ่มลดสเปค ตัดหาง ตัดกลาง เหลือแต่หัวกับท้าย แต่น้องๆ เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นต์วันละนิดวันละหน่อย ทำให้ชินตาครับ ถ้าไม่เรียกจากระบบมาเปรียบเทียบ รับรอง จะชินตาไปเรื่อยๆจนดูไม่ออก แล้ววันนึงเมื่อตรวจดูกับวันแรกที่เปิดบัญชี ก็จะร้อง อ้อ!! มันเพี้ยน
เรื่องนี้เทียบง่ายๆครับ ถ้านึกไม่ออกว่าพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง ให้หันไปดูตาอ้วนแฟนเรานั่นแหระ สมัยจีบกันใหม่ๆ หุ่นประมาณ น้าเด็ด เอ๊ย!! ณเดช คุคิมิยะ(ไม่รู้ใช่ป่าวนะ 555) ตอนแรกก็เรียกชื่อเล่นกัน อยู่ไปอยู่มาประมาณสามสี่ปี เรียก อ้วน ทุกตัวคน แต่เราก็เห็นทุกวัน เลยไม่รู้ว่าแฟนเรามานอ้วนตอนไหน พอไปดูรูปสมัยแต่งงาน ถึงจะรู้คับ ว่าผิดจากเดิมมาเยอะ 5555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรวจลายเซ็นต์ให้เรียกจากระบบ ซิกเนเจอร์ ไม่ใช่ ซิกเนจำ ของเค้าดีจริงๆนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เด็ดขาด ส่วนที่พลาดไป
แล้วก็ ทำบุญเยอะๆ ภาวนาให้ทีม Fraud จับตัวนำเงินมาคืนให้ได้ค๊าบบ จาด้ายม่ายเดือดร้อน กานนนน เหอ เหอ เหอ
วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
เหตุครั้งนี้ เพราะ บีบี หรือ F3 กันแน่
ช่วงนี้ถ้าใครอยู่ในวงการSocial Network ก็คงจะเห็นไม่มีข่าวคราวเรื่องใดดังเท่า ซิมชิมิ ชิมิ อ้อ!! ไม่ใช่ของ
บลูเบอรี่ น๊า อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่เป็นระบบการโต้ตอบคำถามระหว่างเครื่องโทรศัพท์ กับ มนุษย์ แปลกจังเน๊อะ คนรอบตัวก็มี ไม่คุย ทำยางก๊ะเพื่อนรอบข้างม่ายมี มาคุยกับเครื่องโทรศัพท์แถมยังทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวกับโทรศัพท์ได้อีก จนบางครั้งชัก
ไม่แน่ใจว่าคุยกับเครื่องโทรศัพท์หรืออริเก่ากันแน่ 555
เรื่องที่กล่าวให้ทราบกันนี้ จริงๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมแล้ว เดิมทีก็คิดว่าคงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ปรากฎว่า
มีมาเรื่อยๆ เนื่องจากไอ้เจ้าซิมชิมิ นี่แหระ เป็นตัวกลางเร่งให้เกิดความผิดพลาด อ้อ!! นอกจากซิมชิมิ ก็ยังมีพวก Whatapps BB อะไรทำนองอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยถึง พวกเกมส์ปลูกผัก เลี้ยงหมู และเลี้ยงกิ๊ก เอ๊ย!! เลี้ยงเด็กทารก อีกหน่อยคงไม่มีอะไรของจริงกันแล้วม๊างงง เนี่ย
พล่ามไปเยอะแระ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ลูกค้านาย A มาทำรายการฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ แต่เนื่องจากนาย A เป็นลูกค้าประจำ มาทำรายการแทบทุกวัน ก็เลยทำตัวเป็นลูกค้า VIP คือ ถือมาเฉพาะเงินสดกับนามบัตรระบุเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี แต่ไม่ยอมเขียนสลิปใบฝากเงิน เนื่องจากอาจทำให้เสียความเป็น VIP ได้ พนักงานก็ต้องบริการเขียนสลิปให้โดยมิอาจแสดงอารมณ์ตอบโต้ความเป็น VIP ได้ (ทั้งๆที่เจ้าของบัญชีไม่ได้มาเองนะเนี่ย แต่ฝากแมส มาทำรายการ มานเรยทำตัวเป็น VIP ซะ) และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียฟอร์ม ก็เลยต้องทำรายการให้ไป นับเงินเสร็จเรียบร้อย ครบถ้วน เก็บเงินเข้าลิ้นชักคีย์รายการฝากเรียบร้อย พอถึงตอนพิมพ์สลิปสิครับ นึกขึ้นได้ว่า ลืมเขียนสลิปให้ลูกค้า VIP ก็เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ก็สลิปป่าวไปก่อนก็ได้เพราะไหนๆ ก็ฉีกแต่สำเนาให้อยู่แล้ว พอลูกค้าไปแล้วเจ้าหล่อนก็ กด F3 เรียกรายละเอียดบัญชีขึ้นมาดู เพื่อกรอก ข้อมูลลูกค้าในสลิป ทันใดนั้นเอง เสียง บีบี ก็ดังขึ้น เธอจึงรีบกรอกข้อมูลในสลิปให้เสร็จแล้วก้อ หยิบบีบี ขึ้นมาตอบ
ระหว่างน้านก็ยังไม่มีลูกค้ามา เธอก็เลยรอเวลาด้วยซิมชิมิ โต้ตอบกันอยู่พักนึง มีลูกค้านาย B มาทำรายการต่อ คับ เอาเงินมาฝากก้อนใหญ่อันนี้ VIP ตัวจริงมาเอง แต่เขียนสลิปมาให้เรียบร้อยเรย ทำให้เธอต้องไปหมกมุ่นอยู่กับการนับเงินก้อนใหญ่ก่อน เมื่อนับเงินครบเรียบร้อยแล้ว กะลังจะคีย์รายการ ก็เห็นมีข้อมูลโชว์อยู่แล้ว ก็ เลยใส่เฉพาะจำนวนเงิน โดยหารู้ไม่ว่า เป็นข้อมูลเดิมที่เรียก F3 ไว้ของลูกค้ารายก่อนหน้า เจ้าหล่อนก็เลยหยิบสลิปใบฝากใส่เครื่องปริ้นท์ เรียบร้อย แล้วฉีกสำเนาให้ลูกค้านาย B ไป ลูกค้าก็แสนจะเร่งรีบเลยไม่ได้ดูว่า ระบบพิมพ์ข้อมูลในสำเนาสลิปซึ่งไม่ใช่ของบัญชีตัวเอง ดูแต่ยอดเงินว่าเท่ากับเงินที่เอามา แมะ!! อะไรจะบังเอิญขนาด
โชคดีนะครับ ที่ยังสามารถติดต่อลูกค้ารายการก่อน ทำให้สามารถติดตามเงินคืนมาได้ แม้ว่าจะขลุกขลักช่วงน้ำท่วมไปบ้าง แต่หลังจากน้ำลดก็สามารถคืนเงินได้ทั้งหมด ก็นับว่าน้องเค้ายังทำบุญมาเยอะ 555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บีบี ซิมชิมิ วอทแอพ และไลน์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพการทำงานของ AT ห้ามเล่นเกินวันสองเวลา(ก่อน ทำงานและหลังเลิกงาน)โปรดสังเกตคำเตือน ก่อนเล่น อิอิอิ
บลูเบอรี่ น๊า อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่เป็นระบบการโต้ตอบคำถามระหว่างเครื่องโทรศัพท์ กับ มนุษย์ แปลกจังเน๊อะ คนรอบตัวก็มี ไม่คุย ทำยางก๊ะเพื่อนรอบข้างม่ายมี มาคุยกับเครื่องโทรศัพท์แถมยังทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวกับโทรศัพท์ได้อีก จนบางครั้งชัก
ไม่แน่ใจว่าคุยกับเครื่องโทรศัพท์หรืออริเก่ากันแน่ 555
เรื่องที่กล่าวให้ทราบกันนี้ จริงๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมแล้ว เดิมทีก็คิดว่าคงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ปรากฎว่า
มีมาเรื่อยๆ เนื่องจากไอ้เจ้าซิมชิมิ นี่แหระ เป็นตัวกลางเร่งให้เกิดความผิดพลาด อ้อ!! นอกจากซิมชิมิ ก็ยังมีพวก Whatapps BB อะไรทำนองอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยถึง พวกเกมส์ปลูกผัก เลี้ยงหมู และเลี้ยงกิ๊ก เอ๊ย!! เลี้ยงเด็กทารก อีกหน่อยคงไม่มีอะไรของจริงกันแล้วม๊างงง เนี่ย
พล่ามไปเยอะแระ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ลูกค้านาย A มาทำรายการฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ แต่เนื่องจากนาย A เป็นลูกค้าประจำ มาทำรายการแทบทุกวัน ก็เลยทำตัวเป็นลูกค้า VIP คือ ถือมาเฉพาะเงินสดกับนามบัตรระบุเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี แต่ไม่ยอมเขียนสลิปใบฝากเงิน เนื่องจากอาจทำให้เสียความเป็น VIP ได้ พนักงานก็ต้องบริการเขียนสลิปให้โดยมิอาจแสดงอารมณ์ตอบโต้ความเป็น VIP ได้ (ทั้งๆที่เจ้าของบัญชีไม่ได้มาเองนะเนี่ย แต่ฝากแมส มาทำรายการ มานเรยทำตัวเป็น VIP ซะ) และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียฟอร์ม ก็เลยต้องทำรายการให้ไป นับเงินเสร็จเรียบร้อย ครบถ้วน เก็บเงินเข้าลิ้นชักคีย์รายการฝากเรียบร้อย พอถึงตอนพิมพ์สลิปสิครับ นึกขึ้นได้ว่า ลืมเขียนสลิปให้ลูกค้า VIP ก็เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ก็สลิปป่าวไปก่อนก็ได้เพราะไหนๆ ก็ฉีกแต่สำเนาให้อยู่แล้ว พอลูกค้าไปแล้วเจ้าหล่อนก็ กด F3 เรียกรายละเอียดบัญชีขึ้นมาดู เพื่อกรอก ข้อมูลลูกค้าในสลิป ทันใดนั้นเอง เสียง บีบี ก็ดังขึ้น เธอจึงรีบกรอกข้อมูลในสลิปให้เสร็จแล้วก้อ หยิบบีบี ขึ้นมาตอบ
ระหว่างน้านก็ยังไม่มีลูกค้ามา เธอก็เลยรอเวลาด้วยซิมชิมิ โต้ตอบกันอยู่พักนึง มีลูกค้านาย B มาทำรายการต่อ คับ เอาเงินมาฝากก้อนใหญ่อันนี้ VIP ตัวจริงมาเอง แต่เขียนสลิปมาให้เรียบร้อยเรย ทำให้เธอต้องไปหมกมุ่นอยู่กับการนับเงินก้อนใหญ่ก่อน เมื่อนับเงินครบเรียบร้อยแล้ว กะลังจะคีย์รายการ ก็เห็นมีข้อมูลโชว์อยู่แล้ว ก็ เลยใส่เฉพาะจำนวนเงิน โดยหารู้ไม่ว่า เป็นข้อมูลเดิมที่เรียก F3 ไว้ของลูกค้ารายก่อนหน้า เจ้าหล่อนก็เลยหยิบสลิปใบฝากใส่เครื่องปริ้นท์ เรียบร้อย แล้วฉีกสำเนาให้ลูกค้านาย B ไป ลูกค้าก็แสนจะเร่งรีบเลยไม่ได้ดูว่า ระบบพิมพ์ข้อมูลในสำเนาสลิปซึ่งไม่ใช่ของบัญชีตัวเอง ดูแต่ยอดเงินว่าเท่ากับเงินที่เอามา แมะ!! อะไรจะบังเอิญขนาด
โชคดีนะครับ ที่ยังสามารถติดต่อลูกค้ารายการก่อน ทำให้สามารถติดตามเงินคืนมาได้ แม้ว่าจะขลุกขลักช่วงน้ำท่วมไปบ้าง แต่หลังจากน้ำลดก็สามารถคืนเงินได้ทั้งหมด ก็นับว่าน้องเค้ายังทำบุญมาเยอะ 555
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บีบี ซิมชิมิ วอทแอพ และไลน์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพการทำงานของ AT ห้ามเล่นเกินวันสองเวลา(ก่อน ทำงานและหลังเลิกงาน)โปรดสังเกตคำเตือน ก่อนเล่น อิอิอิ
วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
เพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนดันทำเราได้
ห่างหายไปนานนะครับ ตั้งแต่น้องน้ำมาเยือน ไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยงานแม่รัชโยของเราก็โดนน้องน้ำมาเยือนกันขนาดเอาเรือแคนูมาพายเล่นกันได้ทีเดียว หน่วยงานที่รัชโย ก็ได้มาเยือนทีม Fraud และยืมใช้สถานที่ ก็เลยต้องเสียสละเก้าอี้ชั่วคราวเพื่อให้ธุรกิจหลักของเราเดินไปได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเมืองไปเล็กน้อย อิอิอิ
และแล้วน้องน้ำก็ได้พัดผ่านไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ คลื่นสึนามิ ของ Incident Report ยิงตรงมาถึงทีม Fraud อย่างไม่ขาดสาย ระลอกแล้ว ระลอกเล่า อันเป็นตัวบ่งบอกถึง งานเข้า ค๊าบบ พี่น้อง นักสืบท้างหลายถึงกับต้องบินเดี่ยวกันเป็นบางงานเลยทีเดียว ไม่ง้าน ไม่ทันจริงๆ ถึงขนาดเกือบ ไม่ไหวจะเคลียร์ กันเชียว
แต่เรื่องนึงที่เป็นข่าวครึกโครม ที่มิอาจจะข้ามไปได้ และเป็นที่คาใจของบรรดานักสืบท้างหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ หรือ ทีม Fraud ก็ตาม เพราะเราเห็นตรงกันว่า งานนี้ น่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ Booth Exchange นี่ล่ะค๊าบ
เรื่องก็มีอยู่ว่า Booth Exchange ที่ Stand Alone อยู่เดี่ยวๆนอกตัวอาคารของสาขา เราได้่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเ ; ถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่พอสมควร ห่างไกลการกดดันยอดขาย งานก็ง่ายแลกเปลี่ยนตามอัตราที่ธนาคารกำหนด แต่มานยากตรงที่ต้องตรวจแบงก์ปลอมแบงก์จริงนี่ล่ะครับ ต้องชำนาญพอสมควร ฉะนั้น เมื่อแยกตัวปฏิบัติงานเป็นเอกเทศ การควบคุมก็เริ่มห่างไกล สิ่งที่จะควบคุมได้ดีก็คงหนีไม่พ้น กล้อง CCTV หรือกล้องวงจรปิด นี่ล่ะครับ ซึ่งแต่ละ Booth ก็จะมีกล้องคอยสอดส่องการทำงาน อีกนัยหนึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎีการป้องกันอาชญากรรม คือ แสดงให้เห็นว่ามีกล้องคอยสอดส่องผู้ร้ายที่จะกระทำผิด เมื่อเห็นกล้องก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะถ้าอาจหาญกระทำการใด จะมีกล้องCCTV จับภาพไว้ แน่นอนครับ ตำรวจตามตัวได้ชัวร์ (ขนาดไม่มีกล้อง บางทียังตามได้เรย เก๊ง เก่ง เน๊อะตำรวจไทย)
พล่ามมาจนถึงขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องได้ใช่มั๊ยครับ ปัญหาก็คือ แล้วทำไมโจรมานกล้าบุกเข้ามาจี้ ล่ะ!!! สงสัยจนคิ้วผูกกันได้ ก็กล้องมันเสียงัยคับ!!! แบบว่าเสียมาหลายวันแล้วด้วย บอดสนิทเรย (นี่ยิ่งทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ATM เออรักเออเร่อ เรย ในเรื่องมีกล้องนะ แต่นกมาทำรัง บังซะมิดเรย 555) อ่ะมาต่อกันเรื่องBooth กล้องเสีย แล้วมีโจรมาจี้ คำถามคือ ทำไมมันกล้าวะ อย่างน้อยมันก็ต้องเห็นว่ามีกล้อง ส่วนจะเสียไม่เสีย ไม่น่าจะรู้ แต่ถ้ากล้ามา นั่นแสดงว่า มันน่าจะรู้ว่ากล้องเสีย แล้วมันรู้ได้งัย ก็ต้องมีคนในบอก ชัวร์ ฟันธง !!!
รายละเอียดของเหตุการณ์ขณะเข้ามาจี้ ไม่ขอกล่าวละกันนะค๊าบ เซ็นเซอร์ ไม่ใช่เพราะภาพมันนู๊ด นะ แต่มานหวาดเสียว สรุปได้แค่ว่า พนักงานหญิงถูกจับมัดแขน ขา ปาก ตา ด้วยสก๊อตเทป ส่วนพนักงานชาย ถูกบังคับให้ไปเปิดตู้เซฟ เอาเงินไปเกลี้ยงเรย ท้างๆที่ภายใน Booth มีกล้องอีกตัวจับภาพ ซึ่งไม่เสีย แต่ไม่น่าเชื่อครับท่านผู้ชม นักแสดงนำฝ่ายโจร และฝ่ายพนักงานชาย สามารถหลบมุมกล้องได้อย่าง ดาราผู้เก๋าในแวดวงบันเทิง ไม่สามารถจับภาพปฏิบัติการได้ครั้งนี้ได้เลย ไม่ต้องเป็นนักสืบ ก็สงสัยกันเหมือนกันหมดแหระค๊าบ งานนี้คนในแน่ๆ แต่ก็น่านแหระค๊าบ พยานหลักฐานยังสาวไม่ถึง ก็ยังไม่สามารถจับกุมให้ได้แบบคาหนังคาเขา และแร้ว เจ้าโจรใจบาป ก็ได้เงินใส่กระเป๋าไปเรียบร้อย เปิดประตู Booth ออกไปได้อย่างสบาย (จิงๆแล้วประตู Booth เปิดยากมาก แต่มานบิดกริ๊กเดียว เปิดออกไป เดินลอยนวล หายไปเฉย)
เดชะบุญ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนใจบาป ถึงตัวโจรมานจะหนีไปได้ แต่ญาติมานคับ ดันทะลึ่งเอาหลักฐานบางอย่างมาสอบถามกับทางสาขา (555 ไม่อยากจะขำเร้ยยยยย ทามมาย มันถึงได้โลภอย่างนี้) โชคดีที่น้องสาขา เกิด เอ๊ะ!!! ใช่ของ Booth ที่โดนโจรจี้ ป่าวเนี่ย !!! เท่านั้นแหระคับ (ขอชมจากใจจิงๆ น้องคนนี้เยี่ยมจริงๆ ) ท้างเจ้าโจร และเจ้าพนักงานชาย ก็ได้ ไปตั๋วคู่ไป Hong Krong (ห้องกรง) ด้วยกาน แบบที่นั่ง “Window side” เลยทีเดียว แต่คนที่ต๊กกะจายมากที่สุด เห็นจาเป็น พนักงานหญิง ที่ถูกจับมัด เพราะไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะคิดร้ายทำเราได้ขนาดนี้ ท้างๆที่กิน เที่ยว อยู่ด้วยกัน เห็นหน้ากันทุ๊กกกกวันเรยนะเนี่ย นี่ล่ะน๊า เค้าเรียกว่า เพื่อนกินเพื่อนกันเพื่อนดันทำเพื่อนซะได้
อย่างที่กล่าวนะครับ ว่า CCTV นี่มีความสำคัญมาก แม้จะเสียแต่ก็ยังทำให้โจรหวั่นใจได้ ฉะนั้น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะครับ เสียรีบแจ้ง เพื่อลดช่องโอกาสการก่อทุจริต ถ้าแจ้งแล้วไม่มีครายมา ก็ทำ Incident Report เลยน๊า อิอิอิ รับรอง ช่างมาอย่างไว
ปล. ตู้เซฟอ่ะ มานตั้งเวลาปิดเปิดได้นะค๊าบ ใครไม่รู้ก็รีบสอบถามผู้รู้ด่วน ใครรู้ก็รีบสอนผู้มีเกี่ยวข้องด้วยนะค๊าบ เพราะถ้าตั้งเวลาไว้ รับรอง ต่อให้มีคนในมีเอี่ยวด้วย ก็เปิดไม่ได้ค๊าบ ทางที่ดี เก็บไว้ที่เซฟสาขาจะดีมั่กๆ จบข่าว!!
และแล้วน้องน้ำก็ได้พัดผ่านไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ คลื่นสึนามิ ของ Incident Report ยิงตรงมาถึงทีม Fraud อย่างไม่ขาดสาย ระลอกแล้ว ระลอกเล่า อันเป็นตัวบ่งบอกถึง งานเข้า ค๊าบบ พี่น้อง นักสืบท้างหลายถึงกับต้องบินเดี่ยวกันเป็นบางงานเลยทีเดียว ไม่ง้าน ไม่ทันจริงๆ ถึงขนาดเกือบ ไม่ไหวจะเคลียร์ กันเชียว
แต่เรื่องนึงที่เป็นข่าวครึกโครม ที่มิอาจจะข้ามไปได้ และเป็นที่คาใจของบรรดานักสืบท้างหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ หรือ ทีม Fraud ก็ตาม เพราะเราเห็นตรงกันว่า งานนี้ น่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ Booth Exchange นี่ล่ะค๊าบ
เรื่องก็มีอยู่ว่า Booth Exchange ที่ Stand Alone อยู่เดี่ยวๆนอกตัวอาคารของสาขา เราได้่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเ ; ถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่พอสมควร ห่างไกลการกดดันยอดขาย งานก็ง่ายแลกเปลี่ยนตามอัตราที่ธนาคารกำหนด แต่มานยากตรงที่ต้องตรวจแบงก์ปลอมแบงก์จริงนี่ล่ะครับ ต้องชำนาญพอสมควร ฉะนั้น เมื่อแยกตัวปฏิบัติงานเป็นเอกเทศ การควบคุมก็เริ่มห่างไกล สิ่งที่จะควบคุมได้ดีก็คงหนีไม่พ้น กล้อง CCTV หรือกล้องวงจรปิด นี่ล่ะครับ ซึ่งแต่ละ Booth ก็จะมีกล้องคอยสอดส่องการทำงาน อีกนัยหนึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎีการป้องกันอาชญากรรม คือ แสดงให้เห็นว่ามีกล้องคอยสอดส่องผู้ร้ายที่จะกระทำผิด เมื่อเห็นกล้องก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะถ้าอาจหาญกระทำการใด จะมีกล้องCCTV จับภาพไว้ แน่นอนครับ ตำรวจตามตัวได้ชัวร์ (ขนาดไม่มีกล้อง บางทียังตามได้เรย เก๊ง เก่ง เน๊อะตำรวจไทย)
พล่ามมาจนถึงขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องได้ใช่มั๊ยครับ ปัญหาก็คือ แล้วทำไมโจรมานกล้าบุกเข้ามาจี้ ล่ะ!!! สงสัยจนคิ้วผูกกันได้ ก็กล้องมันเสียงัยคับ!!! แบบว่าเสียมาหลายวันแล้วด้วย บอดสนิทเรย (นี่ยิ่งทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ATM เออรักเออเร่อ เรย ในเรื่องมีกล้องนะ แต่นกมาทำรัง บังซะมิดเรย 555) อ่ะมาต่อกันเรื่องBooth กล้องเสีย แล้วมีโจรมาจี้ คำถามคือ ทำไมมันกล้าวะ อย่างน้อยมันก็ต้องเห็นว่ามีกล้อง ส่วนจะเสียไม่เสีย ไม่น่าจะรู้ แต่ถ้ากล้ามา นั่นแสดงว่า มันน่าจะรู้ว่ากล้องเสีย แล้วมันรู้ได้งัย ก็ต้องมีคนในบอก ชัวร์ ฟันธง !!!
รายละเอียดของเหตุการณ์ขณะเข้ามาจี้ ไม่ขอกล่าวละกันนะค๊าบ เซ็นเซอร์ ไม่ใช่เพราะภาพมันนู๊ด นะ แต่มานหวาดเสียว สรุปได้แค่ว่า พนักงานหญิงถูกจับมัดแขน ขา ปาก ตา ด้วยสก๊อตเทป ส่วนพนักงานชาย ถูกบังคับให้ไปเปิดตู้เซฟ เอาเงินไปเกลี้ยงเรย ท้างๆที่ภายใน Booth มีกล้องอีกตัวจับภาพ ซึ่งไม่เสีย แต่ไม่น่าเชื่อครับท่านผู้ชม นักแสดงนำฝ่ายโจร และฝ่ายพนักงานชาย สามารถหลบมุมกล้องได้อย่าง ดาราผู้เก๋าในแวดวงบันเทิง ไม่สามารถจับภาพปฏิบัติการได้ครั้งนี้ได้เลย ไม่ต้องเป็นนักสืบ ก็สงสัยกันเหมือนกันหมดแหระค๊าบ งานนี้คนในแน่ๆ แต่ก็น่านแหระค๊าบ พยานหลักฐานยังสาวไม่ถึง ก็ยังไม่สามารถจับกุมให้ได้แบบคาหนังคาเขา และแร้ว เจ้าโจรใจบาป ก็ได้เงินใส่กระเป๋าไปเรียบร้อย เปิดประตู Booth ออกไปได้อย่างสบาย (จิงๆแล้วประตู Booth เปิดยากมาก แต่มานบิดกริ๊กเดียว เปิดออกไป เดินลอยนวล หายไปเฉย)
เดชะบุญ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนใจบาป ถึงตัวโจรมานจะหนีไปได้ แต่ญาติมานคับ ดันทะลึ่งเอาหลักฐานบางอย่างมาสอบถามกับทางสาขา (555 ไม่อยากจะขำเร้ยยยยย ทามมาย มันถึงได้โลภอย่างนี้) โชคดีที่น้องสาขา เกิด เอ๊ะ!!! ใช่ของ Booth ที่โดนโจรจี้ ป่าวเนี่ย !!! เท่านั้นแหระคับ (ขอชมจากใจจิงๆ น้องคนนี้เยี่ยมจริงๆ ) ท้างเจ้าโจร และเจ้าพนักงานชาย ก็ได้ ไปตั๋วคู่ไป Hong Krong (ห้องกรง) ด้วยกาน แบบที่นั่ง “Window side” เลยทีเดียว แต่คนที่ต๊กกะจายมากที่สุด เห็นจาเป็น พนักงานหญิง ที่ถูกจับมัด เพราะไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะคิดร้ายทำเราได้ขนาดนี้ ท้างๆที่กิน เที่ยว อยู่ด้วยกัน เห็นหน้ากันทุ๊กกกกวันเรยนะเนี่ย นี่ล่ะน๊า เค้าเรียกว่า เพื่อนกินเพื่อนกันเพื่อนดันทำเพื่อนซะได้
อย่างที่กล่าวนะครับ ว่า CCTV นี่มีความสำคัญมาก แม้จะเสียแต่ก็ยังทำให้โจรหวั่นใจได้ ฉะนั้น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะครับ เสียรีบแจ้ง เพื่อลดช่องโอกาสการก่อทุจริต ถ้าแจ้งแล้วไม่มีครายมา ก็ทำ Incident Report เลยน๊า อิอิอิ รับรอง ช่างมาอย่างไว
ปล. ตู้เซฟอ่ะ มานตั้งเวลาปิดเปิดได้นะค๊าบ ใครไม่รู้ก็รีบสอบถามผู้รู้ด่วน ใครรู้ก็รีบสอนผู้มีเกี่ยวข้องด้วยนะค๊าบ เพราะถ้าตั้งเวลาไว้ รับรอง ต่อให้มีคนในมีเอี่ยวด้วย ก็เปิดไม่ได้ค๊าบ ทางที่ดี เก็บไว้ที่เซฟสาขาจะดีมั่กๆ จบข่าว!!
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554
สายลับจับบ้านเล็กๆ
ช่วงนี้ได้รับภารกิจใหม่จากลูกพี่ใหญ่ ให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ไม่ค่อยประสงค์ดีกับธนาคารที่ยังลอยนวลอยู่ ก็เลยห่างหายไปจากสาขานะครับ คงไม่ได้ไปเยือนกันเป็นพักใหญ่ ไม่รู้ว่าดีใจกันรึป่าว 555
จริงๆก็ไม่ใช่งานใหม่หรอกคับ ก็เป็นปฏิบัติการเดิมๆที่เคยทำสมัยยังเป็นตำรวจอยู่ แต่ในครั้งนั้น ไม่ใช่ภารกิจหลักค๊าบ ปกติผมจะเป็นพนักงานสอบสวน มีหน้าที่หลักในการรับแจ้งความอยู่ที่โรงพัก พอออกเวรว่างๆ ก็ไปเอาหมายจับมาดูว่า หมายไหนพอจะมีเงินรางวัลนำจับให้ทำมาหากินได้บ้าง ก็จะเอามาดู แล้วก็วางกำลังสายสืบติดตามจับกุมกันไปทีละหมาย ซึ่งก็ถือเป็นการลงทุนชนิดนึงครับ จับได้ก็กำไรเป็นกอบเป็นกำ จับไม่ได้ก็ขาดทุนยับ ขนาดต้องเซ็นต์ข้าวแกงกินกันเป็นเดือนๆเรยล่ะ เสียดาย ช่วงๆกิจการดีๆ ไม่ได้ขอสินเชื่อขยายการลงทุนเป็นธุรกิจจริงๆจังๆ ไม่ง้านป่านนี้คงเข้าตลาดหุ้นไปแล้วม๊างงงง 5555
ความแตกต่างของการสืบจับระหว่างตำรวจสืบจับผู้ต้องหาตามหมาย กับ การสืบจับผู้ไม่ประสงค์ดีกับแบงก์ที่ยังลอยนวล ก็คือ เรื่องข้อมูล ข่าวสารครับ ถ้าจะถามว่า อย่างไหนยากกว่ากัน ก็ตอบได้เลยครับ คนร้ายตามหมายตำรวจยากกว่าเยอะ เพราะเค้าคือ โจรมืออาชีพ คงเข้าใจนะคับ ว่ามืออาชีพนั่นย่อมหมายถึง เค้ามีรายได้จากอาชีพนี้เป็นหลัก เพราะฉะนั้น เค้าก้อต้องมีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆในการประกอบกิจการและเผื่อการหลบหนี หรือพรางตัว
แต่ในรายของผู้ไม่ประสงค์ดีกับธนาคารน้าน เป็นโจรจำเป็น หรือ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแต่สถานการณ์บังคับ หรือไม่ก็ ขอเป็นโจรชั่วคราวเมื่อพ้นวิกฤติก็ชีวิตแล้ว ก็จะมาชดใช้ความผิดเอง ฉะนั้น การหลบหนีก็ย่อมแตกต่างกัน อีกทั้งเมื่อถูกจับกุมมาดำเนินคดีแล้ว ศาลท่านก็ให้ความเห็นใจต่างกัน ลงโทษต่างกันอยู่แล้ว เพราะมีอาชีพหลักอย่างอื่นที่ไม่ใช่โจร หรือจะเรียกอีกอย่างว่า โจรไซไลน์น่านแหระค๊าบบ
แน่นอนครับ โจรมืออาชีพ คงต้องโดนลงโทษอย่างหนัก เพราะศาลท่านเล็งเห็นว่า คงไปทำอาชีพอื่นที่ไม่ถนัดไม่ได้แล้ว ก็ควรจะเก็บตัวไว้ในที่ปลอดภัยซะ ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน อีกอย่างพวกนี้กว่าจะสืบจับกันมาได้นั้น รัฐต้องลงทุนให้ตำรวจหนักมาก กระเป๋าแทบฉีกกว่าจะได้มาแต่ละตัว จริงๆแล้วก็ยืนยันได้เลยว่า ถ้าเงินทุนพอ ตำรวจจับได้ทุกคดีครับ แต่ทุกวันนี้ ยอมรับจริงๆว่า จับกันตามกำลังเงินทุนครับ ทุนหมด ก็เพลาๆกัน ไม่ง้านเด๊วมากินทุนเงินเดือนเข้าอีกจะลำบากไปถึงครอบครัว อิอิอิ อันนี้เรื่องจริง ก็เลยเป็นที่มาของการไล่ล่าจับเฉพาะหมายที่มีเงินรางวัลไปต่อทุนการจับหมายต่อไป ค๊าบบบ พี่น้อง
มาถึงเรื่องที่เล่าให้ฟังหลังจากไปปฎิบัติภารกิจ สายลับจับบ้านเล็ก เอ๊ย! ไม่ใช่ สายลับจับโจรไซด์ไลน์ของแบงก์เราเนี่ย อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรก ความยากง่ายอยู่ที่ข้อมูล สมัยเป็นตำรวจที่จับยากเพราะเราไม่ค่อยได้ข้อมูล แต่สำหรับโจรไซด์ไลน์จ๊อบแบงก์ เนี่ย ข้อมูล เราเพียบ เครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากรที่พร้อมจะให้ความร่วมมือก็ครบครัน ฉะนั้น บอกได้เลยว่า เลือกได้เลยว่าจะจับรายไหนก่อน นี่กล่าวถึงเฉพาะข้อมูลจาก 4 M ที่แบงก์ให้มานะครับ หมายแรกใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน สำหรับปฏิบัติไล่ล่า จับได้คาบ้านเลยครับ เพราะข้อมูลเราชัวร์มาก ทำให้ทราบทุกความเคลื่อนไหว
นอกจากข้อมูลจากอุปกรณ์ที่แบงก์ให้มานั้น และถือเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก คืออะไรทราบมั๊ยครับ ก็น้องๆที่สาขานี่งัยครับ รวมถึงบุคลากรในแบงก์เราทุกๆคนนี่ล่ะครับ สามารถเป็นแหล่งข่าวที่แจ้งข้อมูลที่อัพเดท หรือไม่ก็ทางผู้ที่เคยกระทำผิดต่อแบงก์เราอาจจะยังติดต่อน้องๆในสาขามาเพื่อขอทราบถึงการดำเนินการของแบงก์ว่ายังตามจับอยู่มั๊ย ก็ขอให้แจ้งเค้าเลยครับว่า ติดตามอย่างใกล้ชิด ทีละหมาย ยิ่งโดยเฉพาะตอนนี้เป็นภารกิจหลักที่มอบหมายให้ผมทำ ชนิดที่วางงานอื่นไปเลย ตามจับอย่างเดียว ฉะนั้น เวลาเหลือเฟือมากเลยคับ ในการติดตาม ขนาดขยับแค่สองวันก็จับได้แล้ว 1 หมาย ซึ่งเป็นการประกอบกำลังจากทีม Fraud หลายๆทีม ช่วยกันทำให้สามารถติดตามจับกุมได้ไวขนาดนี้ ส่วนเรื่องทุ่มเทในการติดตาม ไม่ต้องห่วงครับ ทีม Fraud ใจเกินร้อยอยู่แร้ววววว
ท้ายนี้ที่อย่างจะบอกและขอความร่วมมือจากพี่ๆน้องๆ เราชาว SCB คับ ถ้าอดีตบุคลากรของเราเองที่ทำผิดแล้วยังหลบหนีอยู่ บอกไม่ต้องหนีหรอกคับ ตามจับได้หมดอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ติดต่อมาขอมอบตัว ก็จะยังได้รับคำแนะนำให้หนักเป็นเบาครับ แต่ถ้าต้องให้ติดตามจับ ก็ขอคิดค่าเหนื่อยเป็นบทลงโทษเต็มๆ และทุกข้อหาที่สามารถจะเอาผิดได้ละกันนะค๊าบ เพราะมานเหนื่อยจิงๆ ไปตามจีบสาวยังไม่เคยไปเฝ้านานขนาดนี้เร้ยยยยย
ปล.หากต้องการให้ข้อมูลเบาะแสหรือ ผู้เคยกระทำต้องการจะติดต่อแจ้งมาก็ได้ครับ ส่วนช่องทางอื่นก็ใน SCBCPACE หรือ เฟสบุ๊ก Search หาชื่อ TONY Walker หรือกลุ่มร้อยเวรออนไลน์ ก็ได้ครับ
จริงๆก็ไม่ใช่งานใหม่หรอกคับ ก็เป็นปฏิบัติการเดิมๆที่เคยทำสมัยยังเป็นตำรวจอยู่ แต่ในครั้งนั้น ไม่ใช่ภารกิจหลักค๊าบ ปกติผมจะเป็นพนักงานสอบสวน มีหน้าที่หลักในการรับแจ้งความอยู่ที่โรงพัก พอออกเวรว่างๆ ก็ไปเอาหมายจับมาดูว่า หมายไหนพอจะมีเงินรางวัลนำจับให้ทำมาหากินได้บ้าง ก็จะเอามาดู แล้วก็วางกำลังสายสืบติดตามจับกุมกันไปทีละหมาย ซึ่งก็ถือเป็นการลงทุนชนิดนึงครับ จับได้ก็กำไรเป็นกอบเป็นกำ จับไม่ได้ก็ขาดทุนยับ ขนาดต้องเซ็นต์ข้าวแกงกินกันเป็นเดือนๆเรยล่ะ เสียดาย ช่วงๆกิจการดีๆ ไม่ได้ขอสินเชื่อขยายการลงทุนเป็นธุรกิจจริงๆจังๆ ไม่ง้านป่านนี้คงเข้าตลาดหุ้นไปแล้วม๊างงงง 5555
ความแตกต่างของการสืบจับระหว่างตำรวจสืบจับผู้ต้องหาตามหมาย กับ การสืบจับผู้ไม่ประสงค์ดีกับแบงก์ที่ยังลอยนวล ก็คือ เรื่องข้อมูล ข่าวสารครับ ถ้าจะถามว่า อย่างไหนยากกว่ากัน ก็ตอบได้เลยครับ คนร้ายตามหมายตำรวจยากกว่าเยอะ เพราะเค้าคือ โจรมืออาชีพ คงเข้าใจนะคับ ว่ามืออาชีพนั่นย่อมหมายถึง เค้ามีรายได้จากอาชีพนี้เป็นหลัก เพราะฉะนั้น เค้าก้อต้องมีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆในการประกอบกิจการและเผื่อการหลบหนี หรือพรางตัว
แต่ในรายของผู้ไม่ประสงค์ดีกับธนาคารน้าน เป็นโจรจำเป็น หรือ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแต่สถานการณ์บังคับ หรือไม่ก็ ขอเป็นโจรชั่วคราวเมื่อพ้นวิกฤติก็ชีวิตแล้ว ก็จะมาชดใช้ความผิดเอง ฉะนั้น การหลบหนีก็ย่อมแตกต่างกัน อีกทั้งเมื่อถูกจับกุมมาดำเนินคดีแล้ว ศาลท่านก็ให้ความเห็นใจต่างกัน ลงโทษต่างกันอยู่แล้ว เพราะมีอาชีพหลักอย่างอื่นที่ไม่ใช่โจร หรือจะเรียกอีกอย่างว่า โจรไซไลน์น่านแหระค๊าบบ
แน่นอนครับ โจรมืออาชีพ คงต้องโดนลงโทษอย่างหนัก เพราะศาลท่านเล็งเห็นว่า คงไปทำอาชีพอื่นที่ไม่ถนัดไม่ได้แล้ว ก็ควรจะเก็บตัวไว้ในที่ปลอดภัยซะ ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน อีกอย่างพวกนี้กว่าจะสืบจับกันมาได้นั้น รัฐต้องลงทุนให้ตำรวจหนักมาก กระเป๋าแทบฉีกกว่าจะได้มาแต่ละตัว จริงๆแล้วก็ยืนยันได้เลยว่า ถ้าเงินทุนพอ ตำรวจจับได้ทุกคดีครับ แต่ทุกวันนี้ ยอมรับจริงๆว่า จับกันตามกำลังเงินทุนครับ ทุนหมด ก็เพลาๆกัน ไม่ง้านเด๊วมากินทุนเงินเดือนเข้าอีกจะลำบากไปถึงครอบครัว อิอิอิ อันนี้เรื่องจริง ก็เลยเป็นที่มาของการไล่ล่าจับเฉพาะหมายที่มีเงินรางวัลไปต่อทุนการจับหมายต่อไป ค๊าบบบ พี่น้อง
มาถึงเรื่องที่เล่าให้ฟังหลังจากไปปฎิบัติภารกิจ สายลับจับบ้านเล็ก เอ๊ย! ไม่ใช่ สายลับจับโจรไซด์ไลน์ของแบงก์เราเนี่ย อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรก ความยากง่ายอยู่ที่ข้อมูล สมัยเป็นตำรวจที่จับยากเพราะเราไม่ค่อยได้ข้อมูล แต่สำหรับโจรไซด์ไลน์จ๊อบแบงก์ เนี่ย ข้อมูล เราเพียบ เครื่องไม้เครื่องมือ บุคลากรที่พร้อมจะให้ความร่วมมือก็ครบครัน ฉะนั้น บอกได้เลยว่า เลือกได้เลยว่าจะจับรายไหนก่อน นี่กล่าวถึงเฉพาะข้อมูลจาก 4 M ที่แบงก์ให้มานะครับ หมายแรกใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน สำหรับปฏิบัติไล่ล่า จับได้คาบ้านเลยครับ เพราะข้อมูลเราชัวร์มาก ทำให้ทราบทุกความเคลื่อนไหว
นอกจากข้อมูลจากอุปกรณ์ที่แบงก์ให้มานั้น และถือเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก คืออะไรทราบมั๊ยครับ ก็น้องๆที่สาขานี่งัยครับ รวมถึงบุคลากรในแบงก์เราทุกๆคนนี่ล่ะครับ สามารถเป็นแหล่งข่าวที่แจ้งข้อมูลที่อัพเดท หรือไม่ก็ทางผู้ที่เคยกระทำผิดต่อแบงก์เราอาจจะยังติดต่อน้องๆในสาขามาเพื่อขอทราบถึงการดำเนินการของแบงก์ว่ายังตามจับอยู่มั๊ย ก็ขอให้แจ้งเค้าเลยครับว่า ติดตามอย่างใกล้ชิด ทีละหมาย ยิ่งโดยเฉพาะตอนนี้เป็นภารกิจหลักที่มอบหมายให้ผมทำ ชนิดที่วางงานอื่นไปเลย ตามจับอย่างเดียว ฉะนั้น เวลาเหลือเฟือมากเลยคับ ในการติดตาม ขนาดขยับแค่สองวันก็จับได้แล้ว 1 หมาย ซึ่งเป็นการประกอบกำลังจากทีม Fraud หลายๆทีม ช่วยกันทำให้สามารถติดตามจับกุมได้ไวขนาดนี้ ส่วนเรื่องทุ่มเทในการติดตาม ไม่ต้องห่วงครับ ทีม Fraud ใจเกินร้อยอยู่แร้ววววว
ท้ายนี้ที่อย่างจะบอกและขอความร่วมมือจากพี่ๆน้องๆ เราชาว SCB คับ ถ้าอดีตบุคลากรของเราเองที่ทำผิดแล้วยังหลบหนีอยู่ บอกไม่ต้องหนีหรอกคับ ตามจับได้หมดอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็ติดต่อมาขอมอบตัว ก็จะยังได้รับคำแนะนำให้หนักเป็นเบาครับ แต่ถ้าต้องให้ติดตามจับ ก็ขอคิดค่าเหนื่อยเป็นบทลงโทษเต็มๆ และทุกข้อหาที่สามารถจะเอาผิดได้ละกันนะค๊าบ เพราะมานเหนื่อยจิงๆ ไปตามจีบสาวยังไม่เคยไปเฝ้านานขนาดนี้เร้ยยยยย
ปล.หากต้องการให้ข้อมูลเบาะแสหรือ ผู้เคยกระทำต้องการจะติดต่อแจ้งมาก็ได้ครับ ส่วนช่องทางอื่นก็ใน SCBCPACE หรือ เฟสบุ๊ก Search หาชื่อ TONY Walker หรือกลุ่มร้อยเวรออนไลน์ ก็ได้ครับ
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554
ทิ้งทวนก่อนจาก
“ก่อนจากกัน ขอสัญญา ฝากประทับตรึงตรา จนกว่าจะพบกันใหม่....” เพลงนี้ในสมัยที่ยังเรียนอยู่มัธยม มักจะได้ยินช่วงใกล้ๆสอบปิดภาคเรียนสุดท้าย หรือไม่ก็ประมาณช่วงเขียน Friendsheet ให้กันก่อนจะจากลา เพื่อระลึกถึงความผูกพันต่างๆ ที่ได้เคยสร้างวีรกรรมไว้ร่วมกันสมัยเรียน ก็ทำให้นึกถึงความทรงจำที่ดี แล้วก็ยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง ก่อนแยกย้ายกันไปสู่สถานบันการศึกษาแห่งใหม่ หรือรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ
ไม่แน่ใจว่า สมัยนี้เค้าใช้เพลงอะไรในการร่ำลากันนะครับ บังเอิญผมไม่ได้จบในรั้วมหาวิทยาลัย ก็เลยจะชินแต่เพลงสถาบันของผมเท่านั้น ซึ่งน่าจะไม่เหมือนกับเพลงของชาวมหาลัยนะครับ คงนึกออกนะครับ ของผมมักจะเป็นเพลงที่แต่งสมัยวงสุนทราภรณ์อ่ะคับ ประมาณว่า ลาแล้วจักรดาว ลาก่อนสามพราน จังหวะดนตรีก็ประมาณวอลท์ แทงโก้ สวิงริงโก้ อารายทำนองเนี้ย เข้าใจว่าในยุคผมของมหาลัยน่าจะประมาณแร๊พเตอร์ เต็มที่ก็ไม่ถึงฮิปฮอบเหมือนสมัยนี้ ชัวร์ ป๊าดดด
ยิ่งจบมาอยู่ในสังคมวัยทำงานด้วยแล้ว เวลามีการพ้นตำแหน่ง ย้ายหน่วยงาน เราก็มักจะมีการร่ำลาด้วยการจัดงานเลี้ยง ร้องเพลงอำลา เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีนะ แต่ก็ได้ยินเพลงร่ำลาก่อนจากเหมือนกันนะ เค้าร้องเพลง นางแมว อ่ะ ของหินเหล็กไฟ แกคงจะคิดถึงกันมากอ่ะคับ เน้นหนักท่อนฮุค มากเลย เพลงทั้งเพลงได้ยินแต่ท่อน “ไป ไป ไปลงนรกซะเถอะที่รัก ไป ไป ไป ไป” คงจาอาวรณ์กันน่าดู
เกริ่นกันมาซะยาว เรื่องที่กล่าวถึงก็เป็นเรื่องที่จะจากกันในช่วงทำงานนี่ล่ะคับ แต่เป็นการจากลาด้วยวิธีปกติ หรือ การลาออก นั่นล่ะคับ มักจะมีช่วงเวลาให้รอคำสั่งมีผลประมาณ 30 วัน เป็นอย่างน้อย ช่วงนี้ล่ะคับ เป็นช่วงที่เหมือนเป็นช่องว่าง คนจะไปก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน คนอยู่ก็ไม่ค่อยอยากจะมอบหมายงานให้ซักเท่าไหร่เพราะไหนๆก็จะไปแล้ว เลยหนักไปทางให้เคลียร์งานที่ค้างๆไว้ซะ จังหวะนี้เองล่ะคับพี่น้อง เจ้าหล่อนที่ยื่นใบลาออกจะเป็นเสมือนอากาศธาตุในสาขา ครายๆก็จะมองผ่านเธอไป สิ่งที่ไม่น่าจะเกิด ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนก็มุ่งแต่จะรอคนใหม่เข้ามาแทนที่
เหตุไม่คาดฝันส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการที่ต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรกว่าเรื่องจะแดง เช่น การขายผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เคยติดต่อไว้ แล้วลูกค้าเกิดสนใจในช่วงนี้พอดี ด้วยเหตุที่ว่าเวลาน้องเค้ายื่นใบลาออก แน่นอนครับ ลูกค้าไม่ได้รับรู้ด้วยชัวร์ๆ เคราะห์หามยามร้าย ลูกค้าก็ดันมาตัดสินใจซื้อเอาช่วงที่คำสั่งลาออกเจ้าหล่อนกำลังจะมีผลบังคับพอดี ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจอีกแร้วคับท่าน ฝากตังค์มาชำระค่าผลิตภัณฑ์ซะอีก ยังไงล่ะทีนี้ ใบเสร็จรับเงินชั่วคราวก็ไม่ได้ขอไว้ ด้วยความไว้ใจล้วนๆ วันเวลาผ่านไป น้องเค้าก็บ๊าย บาย ไปแระ เหลือแต่ลูกค้ากับพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่ มาทำ Eye Contact กัน มองกันทำตาปริบๆนี่ล่ะคับ ไม่รู้จะคุยกันยังไงดี คนให้ตังค์มาก็ไม่รู้ว่าฝากตังค์ไปกับคนลาออก คนอยู่ก็ไม่รู้ว่าคนลาออกมานรับตังค์มาแล้ว เช่นเดิมคับ นึกไรไม่ออก โทรหา Fraud ก่อนดีก่า ว่าแล้วงานก็เข้าคับ 24 ชม.ทำการ กระพ๊มก็ต้องไปปรากฏตัว ณ สาขา เพื่อไปดูว่า เกิดอะไรขึ้น
เมื่อความจริงปรากฏดังนี้ ถึงจาออกไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรคับ เพราะชีวประวัติน้องเค้าที่เคยให้ไว้สมัยเป็นพนักงานน่ะ มันแน่นมาก ตามหาตัวไม่ยากหรอกค๊าบบ ถึงตามตัวยังไม่ได้ ก็ออกหมายจับให้เอาตังค์มาคืนลูกค้าได้อยู่ดีล่ะ ฉะนั้น อย่าเพิ่งย่ามใจนะคับ ว่า ถ้ารอดพ้นไปได้ถึงวันคำสั่งมีผล แล้วจารอดแร้ว ลอยนวล หาเป็นเช่นนั้นไม่ สิ่งที่ทิ้งทวนไว้ก่อนจาก อาจเข้าทำนองเพลงท่อนต่อจากที่เกริ่นไว้แต่ต้นรายการนะค๊าบบบ “....ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน” แต่คงพบกันแบบไม่ค่อยสบอารมณ์กันเท่าไหร่เน้อะ อย่าทิ้งทวนกันเร้ยยย
ก่อนออกก็ยังไงปัดก้น ปัดเก้าอี้ให้สะอาดก่อนนะค๊าบบบ จะได้ไม่ต้องตามตัวมาล้างมาเช็ดกันภายหลัง อ้อ! แล้วถ้าสาขาไหนไม่มั่นใจเก้าอี้คนที่จะลาออกว่าสะอาดรึป่าว บอกกันได้น๊าจะได้ดมให้ เอ๊ย!ดูให้ว่าใสสะอาดรึป่าว ค๊าบบบ
ปล.เห็นชื่อเรื่องแล้วอย่าเพิ่งคิดว่ากระพ๊มจะจากไปน๊า ยังรักชาวสีม่วงอยู่ค๊าบ งานก็ท้าทาย มีอะไรใหม่ๆมาให้ตื่นเต้นอยู่ ถึงจะตื่นเต้นน้อยลงไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่ถึงกับทำให้คิดจากไปร๊อกกก (ถึงคิดก็ไม่บอก 555)
ไม่แน่ใจว่า สมัยนี้เค้าใช้เพลงอะไรในการร่ำลากันนะครับ บังเอิญผมไม่ได้จบในรั้วมหาวิทยาลัย ก็เลยจะชินแต่เพลงสถาบันของผมเท่านั้น ซึ่งน่าจะไม่เหมือนกับเพลงของชาวมหาลัยนะครับ คงนึกออกนะครับ ของผมมักจะเป็นเพลงที่แต่งสมัยวงสุนทราภรณ์อ่ะคับ ประมาณว่า ลาแล้วจักรดาว ลาก่อนสามพราน จังหวะดนตรีก็ประมาณวอลท์ แทงโก้ สวิงริงโก้ อารายทำนองเนี้ย เข้าใจว่าในยุคผมของมหาลัยน่าจะประมาณแร๊พเตอร์ เต็มที่ก็ไม่ถึงฮิปฮอบเหมือนสมัยนี้ ชัวร์ ป๊าดดด
ยิ่งจบมาอยู่ในสังคมวัยทำงานด้วยแล้ว เวลามีการพ้นตำแหน่ง ย้ายหน่วยงาน เราก็มักจะมีการร่ำลาด้วยการจัดงานเลี้ยง ร้องเพลงอำลา เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีนะ แต่ก็ได้ยินเพลงร่ำลาก่อนจากเหมือนกันนะ เค้าร้องเพลง นางแมว อ่ะ ของหินเหล็กไฟ แกคงจะคิดถึงกันมากอ่ะคับ เน้นหนักท่อนฮุค มากเลย เพลงทั้งเพลงได้ยินแต่ท่อน “ไป ไป ไปลงนรกซะเถอะที่รัก ไป ไป ไป ไป” คงจาอาวรณ์กันน่าดู
เกริ่นกันมาซะยาว เรื่องที่กล่าวถึงก็เป็นเรื่องที่จะจากกันในช่วงทำงานนี่ล่ะคับ แต่เป็นการจากลาด้วยวิธีปกติ หรือ การลาออก นั่นล่ะคับ มักจะมีช่วงเวลาให้รอคำสั่งมีผลประมาณ 30 วัน เป็นอย่างน้อย ช่วงนี้ล่ะคับ เป็นช่วงที่เหมือนเป็นช่องว่าง คนจะไปก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน คนอยู่ก็ไม่ค่อยอยากจะมอบหมายงานให้ซักเท่าไหร่เพราะไหนๆก็จะไปแล้ว เลยหนักไปทางให้เคลียร์งานที่ค้างๆไว้ซะ จังหวะนี้เองล่ะคับพี่น้อง เจ้าหล่อนที่ยื่นใบลาออกจะเป็นเสมือนอากาศธาตุในสาขา ครายๆก็จะมองผ่านเธอไป สิ่งที่ไม่น่าจะเกิด ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนก็มุ่งแต่จะรอคนใหม่เข้ามาแทนที่
เหตุไม่คาดฝันส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการที่ต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรกว่าเรื่องจะแดง เช่น การขายผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เคยติดต่อไว้ แล้วลูกค้าเกิดสนใจในช่วงนี้พอดี ด้วยเหตุที่ว่าเวลาน้องเค้ายื่นใบลาออก แน่นอนครับ ลูกค้าไม่ได้รับรู้ด้วยชัวร์ๆ เคราะห์หามยามร้าย ลูกค้าก็ดันมาตัดสินใจซื้อเอาช่วงที่คำสั่งลาออกเจ้าหล่อนกำลังจะมีผลบังคับพอดี ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจอีกแร้วคับท่าน ฝากตังค์มาชำระค่าผลิตภัณฑ์ซะอีก ยังไงล่ะทีนี้ ใบเสร็จรับเงินชั่วคราวก็ไม่ได้ขอไว้ ด้วยความไว้ใจล้วนๆ วันเวลาผ่านไป น้องเค้าก็บ๊าย บาย ไปแระ เหลือแต่ลูกค้ากับพนักงานที่ยังคงทำงานอยู่ มาทำ Eye Contact กัน มองกันทำตาปริบๆนี่ล่ะคับ ไม่รู้จะคุยกันยังไงดี คนให้ตังค์มาก็ไม่รู้ว่าฝากตังค์ไปกับคนลาออก คนอยู่ก็ไม่รู้ว่าคนลาออกมานรับตังค์มาแล้ว เช่นเดิมคับ นึกไรไม่ออก โทรหา Fraud ก่อนดีก่า ว่าแล้วงานก็เข้าคับ 24 ชม.ทำการ กระพ๊มก็ต้องไปปรากฏตัว ณ สาขา เพื่อไปดูว่า เกิดอะไรขึ้น
เมื่อความจริงปรากฏดังนี้ ถึงจาออกไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรคับ เพราะชีวประวัติน้องเค้าที่เคยให้ไว้สมัยเป็นพนักงานน่ะ มันแน่นมาก ตามหาตัวไม่ยากหรอกค๊าบบ ถึงตามตัวยังไม่ได้ ก็ออกหมายจับให้เอาตังค์มาคืนลูกค้าได้อยู่ดีล่ะ ฉะนั้น อย่าเพิ่งย่ามใจนะคับ ว่า ถ้ารอดพ้นไปได้ถึงวันคำสั่งมีผล แล้วจารอดแร้ว ลอยนวล หาเป็นเช่นนั้นไม่ สิ่งที่ทิ้งทวนไว้ก่อนจาก อาจเข้าทำนองเพลงท่อนต่อจากที่เกริ่นไว้แต่ต้นรายการนะค๊าบบบ “....ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน” แต่คงพบกันแบบไม่ค่อยสบอารมณ์กันเท่าไหร่เน้อะ อย่าทิ้งทวนกันเร้ยยย
ก่อนออกก็ยังไงปัดก้น ปัดเก้าอี้ให้สะอาดก่อนนะค๊าบบบ จะได้ไม่ต้องตามตัวมาล้างมาเช็ดกันภายหลัง อ้อ! แล้วถ้าสาขาไหนไม่มั่นใจเก้าอี้คนที่จะลาออกว่าสะอาดรึป่าว บอกกันได้น๊าจะได้ดมให้ เอ๊ย!ดูให้ว่าใสสะอาดรึป่าว ค๊าบบบ
ปล.เห็นชื่อเรื่องแล้วอย่าเพิ่งคิดว่ากระพ๊มจะจากไปน๊า ยังรักชาวสีม่วงอยู่ค๊าบ งานก็ท้าทาย มีอะไรใหม่ๆมาให้ตื่นเต้นอยู่ ถึงจะตื่นเต้นน้อยลงไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่ถึงกับทำให้คิดจากไปร๊อกกก (ถึงคิดก็ไม่บอก 555)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)