วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อี่นี่แขกมาแลกตังค์ นะนายจ๋า

           หลังจากได้หยุดพักมาบ้าง ก็ได้มีโอกาสชมมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ทำเอาไม่ค่อยได้หลับได้นอนกันเรยคับ ช่วงนี้ ลุ้นเหรียญกันมันส์มาก ถึงแม้จะไม่ใช่ชาติเราก็เหอะ ขอได้ลุ้นไว้ก่อน  
         
           จริงๆแล้วช่วงมีมหกรรมกีฬาจะไม่ค่อยมีเหตุให้ Fraud ต้องเหนื่อยกานซ๊ากเท่าไหร่ แต่ปรากฎว่ามีเรื่องแปลกๆ ที่ห่างหายไปนาน มานได้กลับมาถือโอกาสออกแสดงฝีมือกานอีกแล้วค๊าบพี่น้อง ไม่ใช่ครายที่ไหน ก็พวกนักท่องเที่ยวนี่ล่ะครับ มักจะมีกลุ่มมิจฉาชีพปะปนมากับนักท่องเที่ยวจริง ที่เข้ามาเยี่ยมชม AMEZING THAILAND ซึ่งกลุ่มนี้ปกติจะมีพฤติการณ์เข้ามาแลกเงินตราต่างประเทศที่บูธแลกเงิน คับ แต่คราวนี้มาแปลก มานกล้ามากกกก เข้ามาที่สาขาเลย นับถือใจจริงๆ  

             ก่อนอื่นก็ต้องท้าวความพฤติการณ์ของแก๊งค์แขกขาวนี้ซะหน่อยนะคับ กลุ่มนี้จะมีพฤติการณ์ดังนี้    
             1. เข้ามาที่ Booth Exchange แล้วมาขอแลกธนบัตร USD ในจำนวนที่น้อยประมาณ 100 $ ซึ่งแน่นอนคับเงินจำนวนนี้ พนักงานพิจารณาแล้วถ้าลูกค้าไม่ได้นำหนังสือเดินทางมาก็อาจจะอลุ้มอล่วยได้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อต้องการดูตอนที่พนักงานดึงลิ้นชักออกมามี ปึกธนบัตรในลิ้นชักเยอะมั๊ย โดยขั้นตอนนี้จะเป็นไปตามปกติของการแลกเงินเพื่อไม่ให้พนักงานเราสงสัย
              2. เมื่อมีการแลกเงิน 100 $ เรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปคือ จะขอเปลี่ยนธนบัตรที่ได้รับการแลกมา ให้มีอักษรเลขสวย คือ ตัวเลขเรียงกัน เลขตอง หรือไม่ก็ ให้มีอักษรขึ้นต้นด้วย ตัว T เหตุผลเค้าก็อ้างสารพัด ที่นิยมก็คือ T คือTHAILAND ดูมานอ้างขุ่นๆ แต่ก็เอาเถอะ
              3. และเมื่อพนักงานเราหยิบแนบธนบัตรจากลิ้นชักมาหาฉบับที่มีอักษรตัว T หรือเลขสวยก็ตาม เจ้าคนร้ายนี้ก็จะพยายามเอื้อมมือมาวุ่นวายกับธนบัตรในมือพนักงานเรา โดยจะให้พนักงานดึงแหนบ หรือหนังยางที่มัด ออก เพื่อคลี่ธนบัตรออกเป็นรูปพัด   จริงๆ ถ้าจะไม่ดึงแหนบออกก็สามารถค้นหาได้ อักษรตัว T เนี่ย แต่ที่มานให้ดึงออกเพราะมานจะปฏิบัติการต่อไปครับ 
              4. หากผ่านขั้นตอนที่ 3 ไปแล้ว ธนบัตรถูกดึงแหนบหรือหนังยางรัดออก มานก็จะถือวิสาสะเอื้อมมาหยิบธนบัตรจากมือพนักงาน เพื่อไปค้นหาอักษรตัว T แต่จะทำต่อหน้าพนักงานประมาณหนึ่งว่าแสดงความบริสุทธิใจว่าค้นหาต่อหน้า แต่ด้วยความชำนาญ ขนาดเซียนไพ่ยังมองไม่ทัน มันจะสับธนบัตรเหมือนไพ่ ตัดครึ่งกองบนมาซ้อนกองล่าง แค่เนี้ยะ มันสามารถใช้นิ้วก้อยพับม้วนธนบัตรกองล่างไปได้แล้วอย่างน้อยสิบใบ มาไว้ในอุ้งมือมัน โดยพนักงานมองไม่ทัน 
             5. จากนั้นมานก็จะคืนธนบัตรให้พนักงาน โดยยอมรับว่าหาอักษรตัว T ไม่เจอเหมือนกัน ประหนึ่งว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ ซึ่งกว่าหากพนักงานนับทวนธนบัตรหลังจากได้รับการส่งคืนในทันที มานก็จะรีบวิ่งหนีออกจาก Booth ไปทันที เนื่องจากส่วนใหญ่ Booth จะตั้งอยู่ในพื้นที่เปิด ทำให้มานหนีได้สะดวก   
             แต่ปรากฎว่า พฤติการณ์ครั้งนี้ มานเข้ามาที่สาขา คับพี่น้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด แสดงให้เห็นว่า มันต้องมั่นใจอะไรบางอย่างว่า ไม่ต้องวิ่งหนีเหมือนไปทำที่ Booth นั่นก็คือ มันต้องปฏิบัติการแล้ว พนักงานต้องไม่สามารถนับเงินทันทีเมื่อได้รับธนบัตรคืน เพราะอะไรหรือคับ ก็เพราะมีลูกค้าคิวต่อไปต้องเข้ามาทำรายการต่อทันที ฉะนั้น มันจะเล็งไปที่ High Counter เท่านั้น ครับ เพราะถ้าไปปฏิบัติการที่ Low Counter จะทำให้พนักงานมีเวลานับเงินต่อหน้า และทราบว่าเงินขาดทันที   นี่เป็นขั้นตอนพฤติการณ์ของคนร้ายครับ ที่กำลังออกปฏิบัติการในเขตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เดาไม่ยากนะครับ ว่าที่ไหนบ้าง แต่ที่อยากจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ต้องขอชื่นชมในความร่วมมือของน้องๆสาขา ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ มิใช่เพื่อการบันเทิงเพียงอย่างเดียว นะคับ   
             หลังจากที่สาขาแรกถูกแขกมาแลกตังค์แล้วเล่นกลเอาเงินไปได้ ทีม Fraud ได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย แล้วเชื่อว่า มานน่าจะทำที่สาขาอื่นอีกเร็วๆนี้ จึงได้หยิบ iphone คู่กาย ถ่ายรูปหน้าคนร้าย กระจายให้น้องๆในสาขาใกล้เคียงช่วยกันส่ง ไปยังน้องๆที่รู้จักในสาขาใกล้เคียง ผ่านApp Line ซึ่งเชื่อว่าหลายท่านคงใช้อยู่ ปรากฎว่า มีน้องสาขา แจ้งมาว่า ลูกค้าเคยเล่าให้ฟังว่าเคยโดนคนร้ายกลุ่มนี้มาแลกตังค์แล้วโดนเหมือนกัน ทำให้เราได้ข้อมูลและไปพบลูกค้าขอภาพคนร้ายจากนั้นก็ประสานไปยังตำรวจที่อยู่ในเครือข่ายของเรา ส่งภาพไปให้ ปรากฎว่า ทางตำรวจก็ส่งภาพมาให้ดูว่า พบคนร้ายหน้าตาใกล้เคียง ก็ส่งภาพทาง Line มาให้น้องสาขาที่เกิดเหตุดูปรากฎว่าใช่คนเดียวกัน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของน้องสาขา ทีม Fraud และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถประสานงานกันได้อย่างรวดเร็ว โดยเจ้าคนร้ายมานคงไม่คิดว่าเราจะรู้ตัวได้เร็ว ขณะมานกำลัง ลั๊ลล๊า ไล่ Shop ไปตามสาขาต่างๆ และธนาคารอื่น ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปล็อคตัวมานมาเรียบร้อยโดยใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ มานหนีได้มาเป็นปี งานนี้ขอปรบมือให้น้องๆสาขา ค๊าบบบ(โดยเฉพาะน้องคนแรกที่แจ้งข้อมูลมาน๊าาาาาา)   

ปล.นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า Together We Can เหอ เหอ เหอ

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เรื่องของ slip ที่ทำให้ไม่ sleep

  นับว่าเป็นช่วงเกาะติดกระแสบอลยูโร จริงๆเรย คับ ช่วงนี้ทีม Fraud ต้องแพ็คกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมอุปกรณ์ยังชีพ 2 วันติดตัวกันตลอด เนื่องจากมีกระแสตอบรับไม่แพ้ยูโร ชนิดติดขอบสนามกันเลยทีเดียว อยู่ๆ ก็ได้รับจดหมายเชิญให้ไปเที่ยวสาขากระทันหัน โชคดีที่ช่วงนี้เตรียมฟิตร่างกาย เอาชุดกีฬามาเตรียมพร้อมสำหรับออกกำลังกายมาด้วย ก็เลยได้ไปสาขาแบบไม่ทันได้เก็บของ ถ้าเห็น Fraudแต่งชุดนอกเครื่องแบบ ไม่ต้องสงสัยนะครับ แต่ยังไงก็พกบัตรพนักงานให้ตรวจสอบกัน ได้ บางทีเหตุมันด่วนจริงๆ ถ้ากลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้า อาจไม่ทันการณ์   จริงๆ เหตุที่เกิดกับเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เพียงแต่อายุงานของพนักงานที่ทำรายการมานน้อยลงไปทุกที ประมาณเยาวชนที่มีคลิปในโรงหนัง ทำนองน้านเรย(เด็กขึ้นเรื่อยๆ อิอิอิ) จากการศึกษาข้อมูลสถิติอาชญากรรมจะพบว่าอายุผู้กระทำผิดจะน้อยลงไปเรื่อยๆ ฉะนั้นท่านผู้บริหารสาขาก็อย่าประมาทพนักงานที่อายุงานน้อยนะครับ เพราะใหม่ที่นี่ อาจจะเก่ามาจากที่อื่นก็ได้ น๊าาาา ตะเอง   ต้นสายปลายเหตุมาจากเรื่องอะไรนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด แต่ผลจากการกระทำของจอมยุทธสาวเรานั้น บอกได้เรยว่า กล้ามากกกกก!!! แบบชนิดหยิบเงินจากลิ้นชักไปใส่กระเป๋า เอาโต้งๆเรย แต่ที่น่าแปลกก็คือ เพื่อนพนักงานที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ไม่ทันสังเกต ซึ่งจากการดูกล้องก็มีเรื่องฮาอยู่ไม่น้อย เพราะอะไรรู้มั๊ยคับ จอมยุทธสาวเรานับเงินวางไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมจะลักใส่กระเป๋าเสื้อ เพื่อนที่นั่งข้างๆ กะลังเห่อไอโฟนที่เพิ่งถอยมาใหม่ ก็เลยหันไปถ่ายรูป ไอ้เจ้าจอมยุทธสาวต๊กกะจายยย นึกว่าเพื่อนพนักงานด้วยกัน จับได้ ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เอาผิด ที่ไหนได้ถ่ายรูปเพื่ออวดไอโฟนใหม่กานซะง้าน เล่นเอาจอมยุทธเรากว่าจะตั้งตัวได้ นิ่งไปนานเหมือนกัน ที่หนักกว่าน้านก็คือ ไอ้เงินที่ลักมาน่ะ เอามาให้เพื่อนพนักงานทำรายการฝากเข้าบัญชีตัวเองเฉยเรย เพื่อนพนักงานก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มีตังค์มาก็ทำรายการให้หมด เรื่องนี้ กระพ๊ม ก็เตือนทุ๊กสาขาที่ไป แต่คำตอบที่ได้ก็คือ ง้านต่อไปก็ต้องไปฝากสาขาม๊างง หรือไม่ก็ จะให้หนูแล้งน้ำใจให้เพื่อนไปทำรายการที่ตู้ฝากรึงาย!!! ไอ้เราก็ได้แต่บอกว่า ง้านก็มาร่วมสนุกกับทางรายการด้วยละกัน ให้ Fraud ตรวจสอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อนละกาน ค่อยกลับไปนั่งเครื่องใหม่ !!!   แต่ในที่สุดเชื่อเถอะครับ คนทำผิดยังไงพระเจ้าก็ไม่เข้าข้าง วันดีคืนดี ลูกค้าตรวจสอบยอดเงินในบัญชี เห็นว่าหายไป ยังไงก็ต้องมาร้องเรียนอยู่ดี ความก็ต้องแตก แต่ที่แสบกว่าน้าน ก็คือ ขณะลูกค้ามาร้องเรียน จอมยุทธเรายังสามารถหลบหนีออกจากสาขาไปได้ก่อนที่ครายจะรู้ว่าทำผิดอะไรไว้ แถมยังมีปลายนวมก่อนอีกนิสนุง เฮ้อ!! นี่ขนาดเพิ่งสอบปากกาแดงมาได้ไม่นานนะเนี่ยยย   ส่วนวิธีการที่จะทำให้เงินสดหายไปแล้ว สามารถทำให้ยอดเงิน โต๊ก ได้นั้น แน่นอนครับ มันต้องเป็นการถอนที่ผิดแน่นอน ปัญหาก็คือ แล้วในการตรวจสอบสลิปหลังปิดทำการนี่สิ งานนี้บอกได้เลยครับ ว่า ถ้ามีการตรวจนับสลิปกันทุกวัน จับได้ตั้งแต่วันแรกๆแล้ว ครับ แต่ก็อีกนั่นล่ะครับ จอมยุทธเรากล้าทำได้ ก็แสดงว่า เค้าสังเกตมานานแล้วว่า ไม่มีการตรวจนับสลิปตอนเย็น เค้าถึงกล้าทำ   เหตุครั้งนี้ ท้างยืนยัน นอนยัน ฟันธง คอนเฟิร์ม ได้เลยครับ ว่า หลังปิดทำการ ไม่ได้ตรวจนับสลิปกันครับ เพราะสลิปไม่ครบแน่นอน ถึงยอดเงินในระบบกับยอดเงินสดนำส่งสิ้นวันจะโต๊ก ก็ตาม ส่วนรายละเอียดวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าสลิปไม่ครบในแต่ละวันนั้น ไม่สามารถนำเสนอได้ครับ คราย อยากรู้ก็หลังไมค์ละกัน ม่ายก้าออนแอร์ เด๊ว !! ปาปารัสเซี่ยน จะมาสัมภาษณ์ซะ 5555   นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า ถ้าอยาก Sleep ตาหลับทุกวัน ก็ต้องนับ Slip ว่าครบทุกวันนะค๊าบบ อ้อ!! แล้วอย่าลืมเย็บและมัดเลยน๊า อย่าไปใส่แฟ้มห่วง เพราะมันถอดออกได้ค๊าบ พี่น้อง

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ได้ กับ ได้ ม่ายมีเสีย ถ้า......

  ​หลังจากไม่อยู่ซะหลายวัน เปิดเมล์มา พบว่า มีการแจ้งเตือนจากผู้บริหาร ให้ความห่วงใยกับกระแส ฟุตบอลยูโร ซึ่งจริงๆแล้วก็น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่จำกัดเฉพาะยูโร หรือบอลโลก แม้ว่าจะไม่มีทีมบอลไทยเข้าชิงชัยก็ตาม (จะเข้าชิงได้งายระค๊าบบอลโลก เพราะบอลไทยเราติดเข้ารอบมวยโลก อยู่แร้วววว อิอิอิ)   ​สื่อทุกแขนงโดยเฉพาะโทรทัศน์ ทุกช่อง ต่างแย่งชิงสิทธิการถ่ายทอด       เพราะต่างก็รู้ว่าเป็น  กระแสที่ได้รับความนิยม ทำให้ผู้รับชมทั่วไปที่ไม่ค่อยสนใจก็ตื่นตัว ไม่เว้นแม้กระทั่ง บรรดาโต๊ะบอล ที่รับแทง ต่างออกโปรโมชั่นต่างๆนาๆ เพื่อดึงลูกค้าเข้าพอร์ต ก็น่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยนะครับ ยังไง ผู้บังคับบัญชาก็จับตาดูบรรดาเซียนในมือหน่อยค๊าบ เพราะช่วงนี้ Incident ถล่มทีม Fraud มาเป็นสึนามิ เร้ยยยย!!!   ​เรื่องนี้ก็มีที่มาจากกีฬาแขงหนึ่งล่ะคับ ถึงแม้จะไม่ใช่กระแสบอลยูโร  แต่พระเอกของเราก็เป็นนักฟุตบอลคับ และก็หนีไม่พ้นเรื่องกีฬา ขนาดคนไม่เตะบอล มานยังแทง แล้วนี่นักกีฬาโดยสายเลือด ก็มีใจรักเป็นพิเศษ  แม้ว่าจะติดทำเนียบยอดนักขายก็ตาม แต่หากมีเหตุเช่นนี้ รับรองได้ ไม่มีครายเอาไว้ล่ะคับ เพราะเป็นนโยบายที่เข้มแข็งมาก ลองได้ทุจริตก็ได้โปรโมชั่นเดียว บินฟรี Hong Krong (One way ticket) มี Fraud นำทัวร์คับ   ​โหมโรงมายาวเรย เข้าเรื่องละกัน สมมติพระนามตามท้องเรื่อง พระเอกของเราชื่อ โรนัลโด้ ดีกรีเป็นถึงจอมยุทธพิชิตเป้ายอดขายทะลายประตู NonLike (แปลว่า ไม่ชอบ อิอิอิ) โดยปกติจะไม่ค่อยได้นั่งเครื่อง จะมีนั่งก็นิดๆหน่อยๆ เพราะส่วนใหญ่ต้องไปออกตลอด เอ๊ย! ออกตลาด  เคราะห์หามยามดี วันนี้ได้นั่งเครื่องก็เลยได้มาทำหน้าที่ AT กะเค้าบ้าง และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมือ แน่นอนครับ  Low Counter ทำเลทอง ดักหน้าประตูเข้าสาขาอีกต่างหาก  แล้ววันนี้ก็ดั๊นน บังเอิญมีลูกค้ารายหญ่ายยย (อีกแล้ว) มาขอปิดบัญชีฝากประจำ  เห็นตัวเลขในสมุดบัญชีก็เข้าทางสิค๊าบบบ อย่ากระนั้นเรย ขืนปล่อยให้ปิด ก็จะเสียชื่อจอมยุทธเปล่าๆ ก็เลยต้องแนะนำให้เปิดใหม่อีกบัญชีเพื่อฝากเงินต่อ เงินจะได้ขังอยู่ในแบงก์เราเช่นเดิม (สมกับเป็นจอมยุทธ เจง เจง) ดังต้องมนต์สะกด ลูกค้าเห็นดีเห็นงามด้วย เนื่องจากมีดอกเบี้ยที่น่าสนใจ ก็เลยเปิดใหม่ดังใจว่า เรื่องราวก็น่าจะจบแต่เพียงเท่านี้ แต่แล้วเกิดอะไรขึ้น มาดูการเขียนสลิปถอนเงินครับ   ​ในการเขียนสลิปใบถอนสำหรับบัญชีเงินฝากประจำ ลูกค้าก็เขียนยอดเงินต้นที่จะถอน ส่วนดอกเบี้ยเมื่อคำนวณแล้ว จะปรากฎตามรอยเครื่องปรินท์ ซึ่งจะแสดงยอดเงินต้น และคิดดอกเบี้ยให้ หักภาษีและรวมเป็นยอดดอกเบี้ยจ่ายให้ ในบรรทัดที่สอง ซึ่งจะเป็นยอดรวมเงินต้นและดอกเบี้ยจ่ายให้เสร็จ  แน่นอนครับ มันจะต้องเป็นยอดเงินรวมที่สูงกว่ายอดเงินต้นที่ลูกค้าเขียนถอนในช่องจำนวนเงินอยู่แล้ว  เท่าที่สอบถามน้องๆสาขาอื่นก็ได้รับชี้แจงว่าปฏิบัติสืบทอดต่อๆกันมานานแล้ว แต่เป็นระเบียบที่ถูกต้องหรือไม่นั้น ไม่ยืนยัน ยังไงถ้าผู้รู้ได้มาอ่านช่วย Comment ระเบียบให้ด้วยนะครับ จักขอบพระคุณยิ่ง (ช่วงนี้งานเข้าเยอะครับ ยังไม่มีเวลา search) ซึ่งเมื่อถามว่า    แล้วไม่เคยลืมจ่ายดอกเบี้ยให้ลูกค้า รึ คำตอบคือ บ่อยมาก!!!!  แต่ก็เมื่อสิ้นวันทำการมีเงินเกินในระบบก็ตั้งพักเก็บไว้แล้วหาสาเหตุ เมื่อพบก็จะแจ้งลูกค้าให้มารับ หรือไม่ ลูกค้าก็จะมาสอบถามถึงดอกเบี้ย ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่าลืมจ่ายก็จะจ่ายให้ลูกค้าไป    โอ้แม่จ้าววววว!!!   ​นี่ก็เป็นที่มาของจอมยุทธโรนัลโด้เราครับ พี่แกลืมจ่ายดอกเบี้ย เพราะเอาเฉพาะเงินต้นไปเปิดบัญชี แน่นอนครับ เงินสดในส่วนของดอกเลี้ยต้องเกินในลิ้นชักแกแน่  และแล้วความโลภก็ได้ครอบงำ เพราะมีดิวชำระกับโต๊ะบอล  เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เลยต้องเป็นเรื่อง  แต่สิ่งที่ไม่น่าทำก็คือ ท้าทายทีม Fraud ให้จับทุจริตให้ได้ โดยยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์   ซึ่ง Fraudก็เตือนเสมอว่า Fraudมีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง กว่าครึ่งทีมก็เคยเป็นตำรวจท้างน้าน ยังไงก็หาเจอหากมีการทุจริต ตำแหน่ง ผู้จัดการทีมสืบสวนภายในองค์กร ไม่ใช่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ ไม่มีฝืมือแบงก์คงไม่จ้างหรอกม๊างงง  (ก็รู้อยู่ว่าแบงก์เราจ่ายค่าจ้าง ใช้คุ้มขนาดไหน อยู่แค่ปีกว่า หงอกเต็มหัวเรยย  อิอิอิ)   ​ส่วนวิธีการทุจริตเอาเงินไปยังไง ไม่ขอกล่าวนะครับ เด๊วจะเป็นสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ 555 ก็ขอเน้นย้ำเตือนไว้ว่า ถึงไม่มีภาพ CCTV ก็ไม่เกินความสามารถ Fraud หรอกค๊าบ แต่ในเมื่อต้องเหนื่อยกว่าจะหาเจอ ก็ขอจัดเต็มทุกข้อหา ทุกกระทง เอาให้หลงทางกันเร้ย  ติดคุกยันลูกบวชเลยละกัน แล้วอย่ามาว่าเค้าใจร้ายนะตัวเอง หุหุหุ ปล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความไม่มี “โลภ”  คือลาภอันประเสริฐ

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิวัฒนาการแกงค์ Call Center

กลุ่มอาชญากรรม แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โดยทั่วไปอาชญากรรมในลักษณะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ นั้น สำหรับในประเทศพัฒนาแล้ว มักจะเกิดในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรืออยู่ในช่วงภาวะเงินฝืด ซึ่งหากเทียบกับประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศที่มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศพัฒนาแล้วจะมีอัตราการเกิดอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในจำนวนน้อยกว่า พฤติการณ์ในการกระทำผิดก็เป็นการอาชญากรรมเชิงเดี่ยว กระทำผิดโดยลำพังหรือไม่ก็ร่วมกันกระทำผิดกับพวกในกลุ่มเล็กๆ ไม่มีความซับซ้อนในวิธีการกระทำผิด อีกทั้งไม่มีลักษณะเป็นกลุ่มแกงค์ที่ถาวรแต่อย่างใด แต่ในปัจจุบันผลจากการนวตกรรมในด้านต่างๆซึ่งพัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ระบบโทรคมนาคม โดยเฉพาะนวตกรรมด้านเครือข่ายข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ยังผลทำให้การก่ออาชญากรรมมีลักษณะที่เปลี่ยนไป โดยมิได้กระทำผิดเพียงเชิงเดี่ยว หากแต่เป็นการกระทำความผิดในรูปแบบซ้ำๆ อาศัยช่องทางการสื่อสารที่การกระทำผิดไม่จำเป็นที่ผู้กระทำผิดจะต้องอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ ก็สามารถก่ออาชญากรรมได้ โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ ระบบการสื่อสารและอินเตอร์เน็ต ประกอบกับนวตกรรมการในการอำนวยความสะดวกในธุรกรรมทางการเงินจากระบบสถาบันการเงินต่างๆ ยิ่งทำให้การสืบสวนปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ยากยิ่งขึ้น มิจฉาชีพเหล่านี้จึงได้พัฒนาวิธีการจากลักษณะก่ออาชญากรรมเชิงเดี่ยว เป็นการหาแนวร่วม ก่ออาชญากรรมในลักษณะถาวร มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจนระหว่าง ผู้บริหารการก่ออาชญากรรม กับฝ่ายปฏิบัติการ จนวิวัฒนาการเป็นองค์กรอาชญากรรม หรือ Gangster ในยุคก่อน องค์กรอาชญากรรม หรือ Gangster มักจะเป็นกลุ่มนักเลง มีรูปแบบอาชญากรรมในลักษณะเรียกค่าคุ้มครอง และต้องแสดงตัวให้ปรากฎในพื้นที่ที่กลุ่มตนเองควบคุมเพื่อให้ผู้อื่นเกรงกลัว และกลุ่มอื่นไม่สามารถมาแย่งชิงพื้นที่ผลประโยชน์ได้ อีกทั้งยังเป็นการแสดงอิทธิพลในพื้นที่ เพื่อให้ง่ายต่อการบังคับบัญชาสมาชิกขององค์กร และมีบทลงโทษสมาชิกให้ปรากฎต่อสังคมเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการแข็งข้อ หรือคิดต่อต้านกลุ่มองค์กรอาชญากรรมนี้ ทำให้การสืบสวนติดตามจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถกระทำได้โดยง่าย อีกทั้งหากยังไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาจับกุมดำเนินคดี เจ้าหน้าที่รัฐก็ยังสามารถเก็บไว้ในฐานข้อมูลผู้กระทำผิดเพื่อใช้ในการสืบสวนเมื่อเกิดเหตุได้ ทำให้องค์กรอาชญากรรมมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมในการออกปฏิบัติการได้ กลุ่มองค์กรอาชญากรรมจึงได้มีวิวัฒนาการรูปแบบโดยปฏิบัติการในเชิงองค์กรอาชญากรรมเช่นเดิม หากแต่ไม่เน้นการปรากฎตัวต่อหน้าสังคมเช่นเดิม โดยจะปรับเปลี่ยนวิธีการในการปฏิบัติการอยู่คนละพื้นที่กับพื้นที่ที่เหยื่อพักอาศัย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ โดยอาศัยเทคโนโลยีในด้านการสื่อสารเป็นเครื่องมือปฏิบัติการ รูปแบบก็เปลี่ยนไป จากลักษณะการใช้อำนาจอิทธิพลให้เกิดความยำเกรง ก็เปลี่ยนเป็นลักษณะการหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้หลอกลวงหรือสร้างรูปแบบการในการหลอกลวง โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ เหยื่อต้องเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จากสถาบันการเงิน อาทิ มีบัตร ATM Credit Card หรือ ธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต (Internet Banking) จึงทำให้สถาบันการเงินต้องเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง จึงจะทำให้กลุ่มองค์กรอาชญากรรมนี้กระทำการได้สำเร็จ ยังผลเสียมาถึงสถาบันการเงิน เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องอาศัยความมั่นคงทางสถาบันการเงินเป็นตัวขับเคลื่อน เมื่อกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิด จึงเป็นการทำลายความน่าเชื่อของสถาบันการเงิน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการธนาคาร ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆทางการเงิน โดยรูปแบบที่องค์กรอาชญากรรมในยุคปัจจุบันนี้ จะเป็นรูปแบบ มีศูนย์กลางบังคับบัญชาอยู่ที่หนึ่ง และมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่อีกที่หนึ่ง อีกทั้งวิธีการที่ใช้ปฏิบัติการกระจายเข้าทำกับเหยื่อเป็นรายบุคคล โดยเลียนแบบองค์กรธนาคารที่ใช้รูปแบบศูนย์กลางข้อมูลเพื่อดูแลลูกค้า ภายใต้แนวคิด One stop Service คือ เป็นศูนย์ Call Center ติดต่อที่เบอร์เดียว ในการปฏิบัติของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบ Call Center มีลักษณะองค์ประกอบหลัก คือ 1.มีศูนย์ปฏิบัติการ 2.ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อเป็นหลัก หรือติดต่อโดยทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะไม่มีการพบหน้ากันระหว่างมิจฉาชีพกับเหยื่อ 3.เหยื่อต้องมีบัญชีกับธนาคาร และสามารถทำธุรกรรมโอนเงินให้บุคคลอื่นได้ 4.เหยื่อจะต้องเป็นผู้ทำรายการโอนเงินด้วยตนเอง 5.มีการสร้างเรื่องเท็จในการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ 6.นวตกรรมใหม่ของอาชญากรรมลักษณะ Call Center Ex. สร้างตัวแทนกำมะลอมารับเคราะห์ จากองค์ประกอบการกระทำผิดของกลุ่มมิจฉาชีพ สามารถอธิบายได้ดังนี้ 1.มีศูนย์ปฏิบัติการ จากปฏิบัติตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพ Call Center จะมีที่ตั้งอยู่คนละพื้นที่กลุ่มเหยื่อ โดยกลุ่มเหยื่อเป็นประชาชนในประเทศไทย แต่กลุ่มมิจฉาชีพมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในประเทศจีน ซึ่งในการตรวจค้นจับกุม ไม่สามารถกระทำได้โดยเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเพียงลำพัง จะต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐของจีนให้เข้ามาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นจับกุม นั้น เป็นบ้านเดี่ยวซึ่งกลุ่มมิจฉาเช่าเป็นรายเดือน เนื่องจากจะต้องย้ายศูนย์ปฏิบัติการบ่อยๆ และที่จับกุมตัวได้ก็มักจะเป็นมิจฉาชีพในระดับปฏิบัติการ ซึ่งจะมีศูนย์บริหารอีกที่หนึ่ง ทำให้ไม่สามารถสาวไปถึงตัวมิจฉาชีพระดับบริหารได้ เมื่อสมาชิกระดับปฏิบัติการถูกจับกุมได้ กลุ่มบริหารก็จะหาสมาชิกระดับปฏิบัติการกลุ่มใหม่มาทำหน้าที่แทน โดยจะเปลี่ยนสถานที่ในการตั้งศูนย์ปฏิบัติการไปเรื่อยๆ 2.ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อเป็นหลัก จะเห็นได้ว่า กลุ่มมิจฉาชีพ มีศูนย์ปฏิบัติการคนละพื้นที่กับเหยื่อ วัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้า กัน ฉะนั้นในการปฏิบัติการจึงต้องอาศัยช่องทางความสะดวกในการสื่อสาร โดยการแปลงระบบอินเตอร์เน็ตให้สามารถโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์มือถือของเหยื่อได้ อีกทั้งยังต้องใช้ระบบบล็อกหมายเลข โดยจะไม่แสดงเลขหมายโทรเข้าให้เหยื่อเห็น จึงทำให้ไม่สามารถติดต่อกลับได้ 3.เหยื่อต้องมีบัญชีกับธนาคาร และสามารถทำธุรกรรมโอนเงินให้บุคคลอื่นได้ เนื่องจากกลุ่มแกงค์ Call center จะไม่มีการเข้ามาพบเหยื่อ ฉะนั้น การที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ คือ หลอกเอาเงินมาให้ได้ จะต้องอาศัยธนาคารเป็นตัวกลางในการโอนถ่ายเงินสดจากเหยื่อมายังแกงค์ Call Center ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีบัญชีธนาคาร ส่วนวิธีการโอนอาจทำได้หลายวิธี คือ 3.1 ทางบัตร ATM 3.2 ทาง Internet Banking 3.3 ใช้บริการที่เคาท์เตอร์ธนาคาร โดยมีพนักงานสาขาทำรายการโอนเงิน 4.เหยื่อจะต้องเป็นผู้ทำรายการโอนเงินด้วยตนเอง ปัจจุบันช่องทางการทำรายการของลูกค้ามีให้เลือก 3 ช่องทางดังกล่าวข้างต้น ซึ่งธนาคารจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อีกทั้งในการทำรายการต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อจับภาพการทำรายการลูกค้า ซึ่งแกงค์ Call Center ก็ทราบดีว่า มีกล้อง CCTV จับภาพอยู่ จึงต้องหาวิธีต่างๆให้เหยื่อมาทำรายการด้วยตนเอง เพื่อหวังผลให้ภาพที่ปรากฎผู้ทำรายการเป็นภาพของเหยื่อ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้แกงค์ Call Center ใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดีทางกฎหมาย 5.มีการสร้างเรื่องเท็จในการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ โดยปกติการสร้างเนื้อเรื่องเท็จเพื่อหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อแล้วสามารถปฏิบัติตามที่แกงค์ Call Center บอกเป็นขั้นตอน จนนำไปสู่ขั้นตอนการโอนเงินจากบัญชีเหยื่อไปยังบัญชีแกงค์ Call Center จะมีหลายเรื่อง แต่พอจะสรุปเป็นรูปแบบใหญ่ได้เป็น 3 กลุ่ม โดยพิจารณาเฉพาะที่เรื่องที่เป็นลักษณะปฏิบัติการของแกงค์ Call Center เท่านั้น ไม่รวมไปถึงการสร้างเรื่องเท็จของอาชญากรบุคคล รูปแบบในการหลอกลวง โดยในปัจจุบันนี้ พอจะจำแนก ออกได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้ 5.1รูปแบบการสร้างเรื่องเท็จ เกี่ยวกับระบบข้อมูลการเงินของเหยื่อ แล้วโทรศัพท์มาหลอก ให้โอนเงิน 5.2 รูปแบบการติดต่อหาคู่ของหญิงสาว แล้วหลอกให้โอนเงิน 5.3 รูปแบบ Phishing ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบมีรายละเอียดดังนี้ 5.1รูปแบบการสร้างเรื่องเท็จ เกี่ยวกับระบบข้อมูลการเงินของเหยื่อ แล้วโทรศัพท์มาหลอก ให้โอนเงิน ขั้นตอนการหลอกลวงของแกงค์ Call Center จะใช้วิธี Randome หมายเลขโทรศัพท์มือถือ แล้วโทรเข้าไปหาเหยื่อ โดยจะหลอกว่า โทรมากรมสรรพากร หรือ DSI แจ้งเหยื่อว่า ตรวจสอบพบว่าเหยื่อมีการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อและไม่อยากมีปัญหาทางภาษี ก็จะแนะนำให้เหยื่อเดินมาที่ตู้ ATM แล้วทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการโอนเงินเข้าบัญชีของแกงค์ Call Center ซึ่งโดยปกติเหยื่อจะไม่ชำนาญในการทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะกดปุ่มที่ตู้ตามขั้นตอนที่แกงค์ Call Center แนะนำ จนถึงรายการโอนเงินไปเข้าบัญชีปลายทาง ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็ได้ทำรายการโอนเงินจากบัญชีตัวเองไปหมดแล้ว 5.2รูปแบบการติดต่อหาคู่ของหญิงสาว แล้วหลอกให้โอนเงิน รูปแบบนี้ จะมีขั้นตอนก่อนหน้าที่จะมีวิธีการหลอกโอนเงิน คือ จะต้องมีการติดต่อกับเหยื่อผ่านทาง Internet มาก่อน โดยอาจจะผ่านเว็บยอดนิยมเกี่ยวกับการหาคู่ หรือแนะนำตัว ซึ่งปัจจุบันเว็บที่ได้รับความนิยมในการติดต่อหากัน คือ Face Book ซึ่งปัจจุบันสามารถ Chat online กันได้แบบสดๆ เมื่อเหยื่อเริ่มให้ความสนใจและคุ้นเคยกันในลักษณะเหมือนหนุ่มจีบสาว แล้ว แกงค์ Call Center จะดำเนินการต่อไปคือ ขั้นตอนการนัดพบเพื่อจะเข้ามาแต่งงานด้วย โดยจะมีการนัดหมายวันเวลาตามเวลาตารางการบินที่แกงค์ได้หลอกไว้ว่าจะเดินทางมาจากประเทศใด โดยไม่ได้นัดหมายให้เหยื่อมารับที่สนามบิน ครั้นเมื่อถึงกำหนดเวลาเดินทางมาถึง ก็จะโทรศัพท์มาหลอกเหยื่อว่า ถูกฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง หรือ ศุลกากร จับตัวไว้ที่สนามบินเนื่องจากเอกสารไม่ครบ ไม่มีเงินบาทไทยจ่ายค่าดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ แล้วก็จะหลอกให้เหยื่อหาวิธีโอนเงินมาให้ยืมก่อน เพื่อจะได้จ่ายให้เจ้าหน้าที่ ครั้นเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาให้ ก็จะเงียบหายไป 5.3รูปแบบ Phishing รูปแบบนี้ จะดำเนินทาง Internet โดยจะอาศัยความน่าเชื่อถือของธนาคารที่ให้บริการทางออนไลน์ โดยแกงค์นี้ จะทำเว็บเพจเลียนแบบเว็บของธนาคารออนไลน์ เพื่อหลอกให้ผู้มีบัญชีกับธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นเว็บของธนาคาร โดยความมุ่งหวังของแกงค์นี้ จะมุ่งให้ได้มาซี่ง User และ Password ของเหยื่อที่มีบัญชีออนไลน์กับธนาคาร โดยเมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นเว็บของธนาคารก็จะทำการ Log on เพื่อจะเข้าไปทำรายการธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร ซึ่งในการLog on จะต้องกรอก Username กับ Password ในช่องที่กำหนด ครั้นเมื่อกรอกไปแล้ว แกงค์นี้ก็จะนำ Username กับ Password ไปกรอกเข้าเว็บจริงของธนาคารแล้วทำการโอนเงินจากบัญชีในธนาคารของเหยื่อไปจนหมด 6.นวตกรรมใหม่ของอาชญากรรมลักษณะ Call Center จากการปราบปรามแกงค์ Call Center อย่างจริงจังของฝ่ายตำรวจ ทำให้แกงค์ Call Center มีวิวัฒนาการในการลบเลี่ยงในการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ โดยจะทำการสร้างนอมินี ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเป็นบังเกอร์หรือ แพะรับบาป แทนตัวเอง โดยวิธีการ หลอกผู้ที่จะเป็นนอมินี ให้มาเป็นตัวแทนในการรับโอนเงินแทน เพื่อส่งต่อให้แกงค์ Call Center อีกทอดหนึ่ง ซึ่งนอมินี จะไม่ทราบว่าตัวเองถูกหลอก เพราะคิดว่าตนเองได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนในการรับชำระหนี้คล้ายๆกับ PayPoint ประเภทเคาท์เตอร์เซอร์วิส โดยแกงค์ Call Center จะเป็นผู้ดำเนินการหลอกลวงเหยื่อด้วยฝ่ายปฏิบัติการของตน แล้วให้เหยื่อโอนเงินเข้าไปในบัญชีของ นอมินี จากนั้นก็จะแจ้งนอมินีว่า มีลูกค้าโอนเงินมาชำระหนี้ ให้โอนต่อมายังบัญชีของแกงค์ Call Center โดยให้นอมินีหักเปอร์เซ็นต์นายหน้าตามที่ตกลงกันไว้ ครั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมก็จะจับกุมนอมินีมาดำเนินคดีในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งแท้จริงแล้ว ตัวนอมินีเองก็ถือเป็นผู้เสียหายที่โดนแกงค์ Call Center หลอกเช่นเดียวกัน แนวทางการแก้ไข จากการศึกษาพฤติกรรมของแกงค์ Call Center ทำให้ทราบว่า แกงค์ Call Center จะอาศัยรูปแบบการใช้ ชีวิตประจำของเหยื่อ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเตอร์เน็ต โดยแกงค์ จะหาวิธีการหรือเนื้อเรื่องเท็จที่อยู่ในความสนใจของเหยื่อ มากระตุ้นให้เหยื่อเกิดความกลัว เช่น การหลบเลี่ยงภาษี การเป็นหนี้บัตรเครดิต หรืออาจจะใช้ความโลภของตัวเหยื่อเองมาหลอก เช่น หลอกว่าจะโอนเงินมาเข้าบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีโดยจะให้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ซึ่งแม้ว่าเหยื่อจะหลงเชื่อในเนื้อเรื่องที่แกงค์ Call Center สร้างขึ้นมาก็ตาม แต่หากเหยื่อรู้จักระมัดระวังก็จะสามารถป้องกันตัวเองให้โอนเงินได้ โดยสามารถป้องกันตัวเองได้ดังนี้ 1.ให้ความสนใจเกี่ยวกับข่าวสารธนาคารที่ได้แจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับระบบต่างๆของธนาคาร 2.รู้จักตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องกับหน่วยงานราชการก่อนที่จะดำเนินการทางการเงิน โดยหาข้อมูลติดต่อกับหน่วยงานราชการเอง ซึ่งปกติแล้วหน่วยงานราชการจะไม่ติดต่อมายังประชาชนทางโทรศัพท์ ส่วนใหญ่จะติดต่อทางจดหมายราชการ 3.หากใช้บริการทางออนไลน์ของทางธนาคาร ก็ควรจะตรวจสอบเว็บลิงค์ของธนาคารหรือไม่ก็โทรศัพท์เข้าไปติดต่อที่ศูนย์บริการของธนาคารโดยตรง ไม่ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่มีผู้ติดต่อเข้ามาโดยไม่ได้ตรวจสอบกับธนาคารก่อน ปัจจุบันทางธนาคารได้มีหน่วยงานในการติดตามป้องกันภัยจากกลุ่มมิจฉาชีพ โดยจะทำหน้าที่เฝ้าระวังการทำรายการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรเครดิต การใช้บัญชีออนไลน์ โดยในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด(มหาชน) มีสายบริหารการป้องกันการทุจริต ทำหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามการทำรายการของลูกค้า โดยมีชุดปฏิบัติการให้บริการลูกค้า ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากมีรายการที่ทีมเฝ้าระวังโดยตรวจสอบทางมอนิเตอร์ ซึ่งหากมีรายการที่น่าสงสัยก็จะโทรศัพท์ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่อสอบถามยืนยันว่าเป็นผู้ทำรายการหรือไม่ ซึ่งสามารถป้องกันความเสียหายให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หากมีการตรวจสอบพบบัญชีต้องสงสัยว่าจะอยู่ในส่วนของกลุ่มแกงค์มิจฉาชีพ ก็จะทำการเฝ้าระวัง โดยหากมีการทำรายการเพื่อโอนเข้าบัญชีดังกล่าว ก็จะติดต่อและแจ้งเตือนไปยังลูกค้าผู้ทำรายการ ซึ่งเคยมีเหตุเกิดขึ้นขณะที่ลูกค้ากำลังถูกแกงค์ Call Center หลอกให้ทำรายการโอนเงินทาง ATM ทีมป้องกันทุจริตทางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของสายบริหารการป้องกันการทุจริต SCB ก็ได้ติดต่อไปยังลูกค้า ทำให้สามารถระงับการโอนได้ทัน สรุป แม้ว่าจะมีการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบของ Call Center อย่างจริงจังและสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้อย่างต่อเนื่อง หากแต่ในปัจจุบันแกงค์ Call Center ก็มีระดับการบริหารในลักษณะองค์กรอาชญากรรม คือ มีทั้งฝ่ายปฏิบัติการ กับ ฝ่ายบริหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถจับกุมได้เพียงในระดับฝ่ายปฏิบัติการ ฉะนั้นฝ่ายบริหารแกงค์ Call Center ก็สามารถย้ายฐานปฏิบัติการแล้วหาฝ่ายปฏิบัติการมาดำเนินการทุจริตได้ต่อเนื่อง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้จับกุมได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นการที่จะไม่ทำให้ตัวให้ตกเป็นเหยื่อของแกงค์ Call Center ก็จะต้องมีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้เท่าทันถึงรูปแบบวิวัฒนาการของแกงค์ Call Center ที่เปลี่ยนไปด้วย จึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อและไม่นำมาซึ่งความสูญเสียทางการเงินและทรัพย์สิน

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เงินขาดเงินเกิน ความบังเอิญที่อันตราย

ตามเสียงเรียกร้องของน้องๆที่อยากให้เล่า Case ที่เกิดขึ้นบ่อยๆนะครับ จริงๆก็ว่าจะทยอยเขียนอยู่แล้วนะครับ เพราะมันเกิดบ่อยจริงๆ บ่อยจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิด ถ้าไม่เกิดก็เป็นเรื่องแปลกนั่นแหระ คับ      Intro มาซะยาว ไม่ใช่เรื่องอื่นใดไกลตัวหรอกครับ เงินขาด เงินเกิน นี่ล่ะครับ คิดซะว่าเป็นการลุ้นร่วมสนุกกับทางรายการหลังปิดทำการทุกวันละกันนะจะได้ม่ายเครียด  จริงๆแล้วผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องแปลกหรอกครับ ที่จะมีเงินขาดเงินเกินบ้างในแต่ละวัน เพราะเราทำงานร่วมกันอยู่สองส่วน คือ ส่วนที่เป็นระบบคอมฯ กับ ส่วนที่เป็นมนุษย์ ถ้าไม่นับปัจจัยอื่น ไม่ระบบก็คนนี่ละครับที่ error (อ่านว่า เออเร่อนะ  ไม่ใช่ เออบะเร่อ)        ถ้าระบบผิดพลาดหรือมีการ error ขึ้น ยังง๊าย ยังงายฝ่ายระบบก็ต้องตรวจพบและสามารถ ปรับปรุงรายการให้ถูกต้องได้ แต่ส่วนใหญ่ที่พบเห็นก็เป็นจาก มนุษย์นี่ล่ะครับ เพราะมีปัจจัย้ดานอารมณ์เข้ามาทุกวัน ทำให้มีผล รมณ์เสีย!!ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่ยิ่งหญ่ายท้างหลายแหล่สามารถกระตุ้นอารมณ์(โมโห) ของน้องๆได้เป็นอย่างดี ก็ทำให้บางรายการมีนับผิดขาดๆ เกินๆ กันบ้าง      แต่เรื่องที่จะนำเสนอนี้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของน้องๆนะครับ ตามที่เกริ่นแต่แรก เป็นเรื่องที่น้องๆอยากให้เล่า Case ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ มันเป็นเรื่องเงินขาดเงินเกินจากการเจตนาของน้องๆบางคนที่เข้าใจผิดครับ โดยเฉพาะน้องๆที่ชั่วโมงบินยังน้อย สอบผ่านปากกาแดงชนิดหมึกแดงยังไม่ทันแห้งเลย ซึ่งจากการได้สอบถามพูดคุยมักจะเป็นเรื่องวิสัยทัศน์กับความเข้าใจผิดในข้อกฎหมายเกี่ยวกับเงินขาด เงินเกินนี่ล่ะครับ      สิ่งที่น้องๆมักต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดเงินขาดก็คือ ต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายไป ถ้าน้อยๆหลักสิบหลักร้อย ก็พอกล้ำกลืนฝืนทนจ่ายไป พอจ่ายไปมากๆเข้า วันดีคืนดีมานับยอดจ่ายก็เข้าไปหลักพันบาท หลักหมื่นบ้าง ยิ่งทำให้รู้สึกขาดทุน เอ๊ย!! เสียดาย (ปกติไม่ได้ลงทุนนิ แค่ลงแรง)   อยู่มาวันนึงพระเจ้าทดสอบใจ เลยประทานพรให้เป็นวันเงินเกิน ความปั่นป่วนทางด้านอารมณ์น้องๆก็เกิดทันที ต้องมาชั่งใจระหว่างที่ขาดทุนไป กับที่มีเงินเกินตอนสรุปยอดเงิน จะเอายังไงดี (ทั้งๆที่สื่อความกันทุกวัน) ประกอบกับถึงกำหนดพวกเงินด่วนโทรมาทวงพอดี ไม่ว่าจะเป็น ควิกแคช เพาเวอร์บาย Easyบาย Eอ้อน Eติ๋ม Eแต๋ว(สองอีหลังนี่ทวงนอกระบบมีตบ มีด่า)  น้องๆที่แพ้ใจตัวเองก็มักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า ขาดทุนมาเยอะแล้วตอนเงินขาด วันนี้ละว๊าเงินเกินขอถอนทุนคืนละกัน  คิดได้ดังนี้แล้วก็ไอ คุก คุก คุก คับน้อง  เพราะทันทีที่เงินหลุดจากมือลูกค้าส่งมอบให้น้องๆปั๊บ ถือเป็นเงินที่อยู่ในความครอบครองของธนาคารทันทีครับ เพราะน้องๆก็คือ ลูกจ้างของธนาคาร กระทำการแทนธนาคารในการรับไว้เพื่อนำเข้าระบบธนาคาร ไม่มีสิทธิครอบครองเงินในนามส่วนตัวแม้แต่วินาทีเดียว รวมถึงเงินที่ลูกค้าให้เกินกว่าจำนวนที่ทำรายการด้วยนะครับ ลูกค้าส่งมอบให้เพราะน้องๆใส่เครื่องแบบ SCB เป็นสัญลักษณ์ของธนาคาร ไม่ใช่ส่งมอบเงินให้เพราะเป็นน้องกิ๊บ เชอรี่ น้องมายด์ ฉะนั้น รับแล้วนับ นับแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก ส่งแคชเชียร์ ซะก็จบ ถ้าหลุดไปทางอื่นก็จบเห่ คับ   นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนตัดฟืนทำขวานหล่นไปในน้ำแล้ว ถ้าเทพารักษ์ลงไปงมให้แล้วโชว์ ขวานเงิน ขวานทอง ให้ดู ก็ให้แจ้ง SUP ตั้งพักไว้นะครับ อย่ารับไว้เด็ดขาดดดด!!!

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

EC พลาดโดยเจตนา(ซ่อนเร้น)

      ช่วงนี้มักจะได้เดินทางไปเยือนสาขาที่ไม่เคยไป พักหลังนี่เริ่มจะบ่อยมากขึ้นนะครับ  ล่าสุดนี่ก็ได้ไปเยือนขอบประเทศเรย  แน่นอนครับ ลูกค้าก้อจะมีบรรดาพลเมืองเพื่อนบ้านเรานี่ล่ะครับ  ชนชาติไหนเผ่าไหนม่ายบอกระกาน เอาเป็นว่า พู่มะค่อมีตัวซาโกะ อ่ะ       แล้วลูกค้าเพื่อนบ้านเนี่ย เค้าก็ไม่ค่อยได้เดินทางข้ามแดนมาทำรายการที่สาขาทุกวัน แรกๆก็อาจจะมาบ่อย แต่พอเริ่มคุ้นเคยกับพนักงานสาขาก็จะเริ่มมีการฝากกันทำรายการแระ  อันนี้อยู่ในดุลยพินิจกันเองนะครับ ว่าจะบริการกันขนาดไหน ไม่ขอออกความเห็นละกัน เพราะหน้างานที่ต้องเจอกันทุกวัน ย่อมสามารถชั่งน้ำหนักได้ว่า เชื่อใจลูกค้าได้หรือไม่  ถ้าทำรายการให้  แต่จริงๆแล้ว ขอแนะนำให้ทำตามระเบียบเถอะครับ ปัญหามันจะน้อย เพราะกว่าจะออกมาเป็นระเบียบปฏิบัติงานได้ แสดงว่ามันต้องเคยเกิดปัญหามาแล้ว      แล้วปัญหามันไม่ได้เกิดจากการที่ลูกค้าขอให้ทำรายการให้ครับ  เพราะถ้าเราทำรายการไปให้ แล้วลูกค้ามาเซ็นให้ด้วยความที่ลูกค้าเค้าเชื่อใจเรา  แต่เราก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่า หากบริการโดยทำรายการไปให้แล้ว ลูกค้าไม่มาเซ็นให้ หรือติดธุระไม่สามารถมาสาขาได้ภายในวันทำรายการ นั่นหมายถึงว่า ต่อมเอ๊ะของทีม Fraud อาจเริ่มทำงานได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสถานภาพน้องๆมาก         เรื่องของการบริการโดยลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการนี้  ถ้าไม่เกิด Incident เอ๊ย!! Acident จริงๆ ก็คงไม่มีปัญหากับลูกค้า  ลองมาคิดดูกันเล่นๆนะครับว่า ลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการให้ก่อน เด๊วจะเข้ามาเซ็นสลิปให้ตอนเย็น  แล้วสมมติลูกค้าไม่มา น้องๆจะแก้ปัญหายังงัยครับ         สำหรับเรื่องนี้ ก็มีอยู่ว่า นางเอกของเรื่องนี้ ก็บริการลูกค้าอย่างนี้แหระครับ ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า ถึงจะเป็นการบริการลูกค้า ตามระเบียบก็ผิดอยู่ดีนะครับ ก็คือ ลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการให้ก่อน แต่ปรากฎว่า ลูกค้าไม่สามารถเข้ามาเซ็นให้ได้ในตอนเย็น วิธีแก้ปัญหาของนางเอกเราก็คือ EC รายการ  แน่นอนครับ มันจะต้องติด SUP แล้วยิ่ง EC บ่อยๆ  ต่อมเอ๊ะของคนใส่ Sup ก็ต้องทำงานแน่นอน เพราะระบบการตรวจสอบเค้าวางไว้อย่างนี้ครับ เพื่อป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว      ในเมื่อต้องติด Sup บ่อยๆ ก็อาจถูกสงสัยได้ทำรายการให้ลูกค้าโดยลูกค้าไม่ได้มาทำรายการเอง  ว่าแล้วเธอก็สามารถคิดค้นหาวิธีการเลี่ยง Sup ครับ ไม่ขอเปิดเผยละกันนะครับว่า นางเอกของเราทำอย่างไร แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า หลังจากเธอวิธีเลี่ยง Sup ได้แล้ว เธอกลับทุจริตเงินลูกค้าออกไปได้  งานนี้ต้องขอชม คนใส่ Sup นะครับ ทั้งๆที่ร่วมทำงานอยู่ด้วยกัน สามารถสังเกตพฤติกรรมของน้องนางเอกของเรื่องนี้ได้ว่า EC รายการบ่อยจนน่าสงสัย  แล้วลองตรวจสอบการทำรายการของน้องคนนี้ย้อนหลัง  และแล้วก็พบว่าน่าจะมีปัญหา ก็เลยส่งจดหมายเชิญให้ทีม Fraud เข้ามาร่วมสนุกกับทางรายการ  ชัดเจนครับ หลังจาก Fraud เข้าไปตรวจดูก็ฟันธง ว่าต่อมเอ๊ะยังคงทำงานได้ดี   ก็เลยต้องพานางเอกเราไปเที่ยว Hong Krong  ครับ        ผู้มีอำนาจใส่ Sup ก็ทำบุญเยอะๆนะครับ ถ้ามีการ EC รายการบ่อยๆ ก็หมั่นตรวจสอบย้อนหลังกันนิสนุง อาจเจออะไรดีๆก็ได้ครับ ถ้าไม่แน่ใจก็ Save ภาพ CCTV ในช่วงเวลาเกิดรายการในตอนแรก  แล้วก็ตอนที่ต้องใส่ Sup EC รายการนั้นออก  ส่งมาให้ Fraud ดูก็ได้ครับ  ณ ห้วงเวลานี้ เจอ 2 Case ติดกันแล้วครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง พวกตั้งใจพลาดบ่อยๆให้ระวัง supลองเช็คการทำรายการย้อนหลังหน่อยก้อดี  อาจมีช็อคซีนีม่าได้ค๊าบบบ พี่น้อง

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

Confirm ที่มิอาจฟันธงว่าปลอดภัย 100%

                จะเรียกได้ว่านี่ภาคต่อของมหากาพย์ลายเซ็นก็ว่าได้นะครับ ประมาณว่า ปอบ ภาค 17 หรือไม่ก็ตำรวจจับไพ่ หลายๆเวอร์ชั่น ซึ่งอันที่จริงแล้ว หากเป็นเรื่องที่เกิดซ้ำกันท้างเนื้อหาและเรื่องราว กระพ๊มก็จะไม่นำมาแจ้งแถลงไขกันให้ขัดอารมณ์  โดยส่วนตัวก็ไม่ชอบความซ้ำซาก จำเจ ซะด้วย มานน่าเบื่ออ่ะ จิงมั๊ยคับพี่น้อง

 

               แต่เรื่องนี้ มันเหมือนเป็น Stepเทพ ถัดมาครับ จากเรื่อง การตรวจสอบลายเซ็น การเรียกระบบซิกเนเจอร์  ตามด้วย ลายเซ็นเหมือนเป๊ะแต่เป็นตรายาง  นี่ก็เป็นภาคต่อครับ คือ น้องๆ AT ตรวจสอบลายเซ็นแล้ว เห็นแล้วว่ามันเพี้ยน ต่อมเอ๊ะ! ก็ทำงานทันทีเลยครับ ถ้าเพี้ยนเช่นนี้ ก็ต้องหาตัวหาร เอ๊ย!! หาผู้ชำนาญการกว่าก็คือ หัวหน้าธนกิจ หรือไม่ก็ผู้ช่วย อันเนื่องมาจากตามระเบียบของธนาคารก็ได้กำหนดไว้ว่าให้ Confirm!! นะ ไม่ใช่ ฟันธง!! เด๊วจะสับสนโลโก้แบรนด์กัน 555

 

          เริ่มจะออกนอกเรื่องไปไกลแระ กลับเข้าเส้นดีก่า เรื่องมานก็มีอยู่ว่า ลูกค้ารายหญ่ายยย อีกแล้วคับท่าน รายนี้หญ่ายยยจิงๆ เงินฝากก็เยอะ OD ก็แยะ แน่นอนครับ การบริการของเราก็ต้องอุ้มเข้าสาขา ไม่เว้นแม้กระทั่ง เดอะแมส ก็จะหญ่ายตามบริษัทไปด้วย แค่เห็นพี่แมส เข้ามา น้องๆของเราก็จะกลายเป็นนางกวักไปโดยปริยาย 555 เข้าช่องทางด่วน ไม่ต้องเสียเวลารอนาน น่าเห็นอกเห็นใจต้องไปอีกหลายที่ อิอิอิ เจงอ๊ะป่าว

  

แน่นอนค๊าบ รายหญ่ายย ขนาดนี้ เจ้าของมิช่ายคนไทยโดยกำเนิดแน่นอน ถูกแล้วคับ เขาเป็นชาวต่างชาติ เขียนภาษาไทยไม่ได้ ฉะนั้นตอนมาเปิดบัญชีก็ต้องใช้ตัวอย่างในการ์ดลายเซ็นที่เซ็นเป็นภาษา ต่างประเทศแน่นอน  กำม๊ายล่ะ!! ขนาดลายเซ็นภาษาไทย คล้ายไม่คล้ายยังดูยากเร้ยยย แล้วนี่เซ็นเป็นภาษาต่างชาติ พ่อคุณเอ๊ยยย!!! เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ยังไม่เคยหัดเขียน จะรู้ได้งัยว่ามานเพี้ยน ว่าแล้วน้องๆก็ลองเรียกระบบซิกเนเจอร์มาดูคับ หรือบางท่านที่เทพหน่อย ก็อาจใช้ระบบซิกเนจำ (ล้อเล่งน๊า!! อย่าทำเร้ย)  เมื่อดูแล้วก็พูดง่ายๆก็คือ หาความต่างไม่เจอหรอกคับ เพื่อความชัวร์ ทางเดียวที่น่าจะปลอดภัยที่สุด นั่นก็คือ Confirm !!

 

ที่นี้ปัญหามันอยู่ที่ว่า เจ้าของลายเซ็นเค้าเป็นชาวต่างชาติ จะคุยกะเค้ายางงาย ถ้าพูดอังกฤษได้ ก็ยังพอ โฟดิโฟ ดิโฟดิฟาย เยสไอไลค์ตะแหน่ว ตะแหน่ว ได้ แต่รายนี้ ติ๊ต่างว่า เป็นชาว “ไหหลำ”   ละกาน (ท่านที่เป็นเทพด้านการผวนคำ ก็ขอละกันนะครับ อย่าผวนชนชาตินี้เด็ดขาด)  จะมีใครโทรไป confirm ได้ล่ะครับ พูดกะแกรู้เรื่องซะที่หนาย  ว่าแล้วก็ ปิ๊ง!!! เค้าต้องมีฝ่ายบัญชีสิ  ถูกต้องนะค๊าบบบ ก็ต้องโทรหาฝ่ายบัญชีการเงิน เพราะพูดไทยกับเรารู้เรื่อง  แระแร้ววว  ลายเซ็นไม่ว่าจะเหมือนหรือม่ายเหมือน ยัยการเงินของลูกค้าเรานี่ก็บอก Confirm คร้า!! จ่ายจริง เจ็บจริง คร้า!!  ว่าแล้วหัวหน้าก็บันทึกด้วยปากกาแดงหลังเช็คว่า Confirm ก๊ะคุณ.... โทร.....  เป็นอันสบายใจทำรายการถอนเงินตามเช็คได้

 

ในเวลาต่อมา หลายปีดีดัด และแล้วก็มีหนังสือจากลูกค้ามาสอบถามรายการถอนเงินตามเช็คที่ Confirm!! ไป  ว่า ขอตรวจสอบหน่อย ว่าจ่ายให้ครายยย เป็นค่าอารายยย รู้สึกผู้มีอำนาจจาม่ายด้ายเซ็น  งานนี้ แม้กระทั่ง พระเจ้าช่วยกล้วยทอด โอ้!! จอร์จ มานยอดมาก ก็ไม่รู้จะสรรคำใดมาบรรยาย  นี่ขนาด Confirm แล้วนะเนี่ย ว่าแล้วก็ยกหูไปหา ยัยการเงิน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะคุณเป็นคน Confirm เราถึงทำรายการให้  เสียงที่ตอบกลับมา ทำเอามือหัวหน้าหมดแรง โทรศัพท์หลุดจากมือไปโดยไม่รู้ตัว ร่วงลงกับพื้น ดังปั๊ก  ด้วยความสงสัย น้องAT ก็เลยเข้าไปถาม เค้าว่างัยพี่   ค้าวว บอกว่า “ยัยการเงินลักเช็คมาปลอมลายเซ็น ตอนนี้หนีไปแล้ว ลูกค้าไปแจ้งความจับอยู่......”

 

นี่ขนาดใช้ความปลอดภัยระดับสูงสุดถึงขั้น Confirm แล้วนะเนี่ย เสียอย่างเดียว ไม่ได้ Confirm กับผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค แต่คำตอบที่ได้รับจากทางสาขา คือ เป็นชาวต่างชาติก็คงต้อง Confirm กับการเงิน  ก็มีทริคให้นิดนึงครับ  ในวันเปิดบัญชี ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจคงต้องพาพนักงานคนไทยมาด้วย ก็สอบถามไปเลยครับ ว่าจะให้ Confirm ลายเซ็นกับใครกรณีลายมีปัญหาต้องประสานงาน แล้วก็เขียนระบุชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจสั่งจ่าย เซ็นชื่อยืนยันแสดงวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน แล้วพอเกิดปัญหาเราก็ Confirm กับผู้ที่ลูกค้ามอบหมายให้ประสานงานนี่แหระ เกิดไรขึ้นก็จะได้มีทางออกที่เป็นข้อต่อสู้ที่ได้เปรียบหน่อย อีกอย่าง จะได้ไม่ต้องมาประสาทหลอนนอนไม่หลับว่าจะเกิดอะไรขึ้นเวลามีเรื่อง

 ;

อ้อ!!! แล้วที่สำคัญ หากลูกค้ามาขอสำเนา สลิป ภาพถ่ายเช็ค หรือเอกสารอื่นใดที่มีการทำรายการไปแล้ว หรือเอกสารที่มีการระบุลายเซ็นพนักงานผู้ทำรายการหรือรอยพิมพ์จากเครื่อง Printer ระบุรหัสพนักงานผู้ทำรายการ   ขอได้โปรดนะครับ ได้โปรดแจ้งทีม Fraud ให้ดูเอกสารก่อนจะส่งให้ลูกค้าครับ มิใช่ ส่งไปให้ลูกค้าแล้ว ถึงจะทำ incident แจ้ง    อยากจะบอกเหลือเกินว่า ถ้าให้เอกสารไปแล้ว มานคงจะสายไปแระค๊าบบบ พี่น้องงงง

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงแม้จะ Confirm!! ก็ยังมิอาจ ฟันธง!!! ได้ว่า ปลอดภัย 100%  ฉะนั้น ทำบุญทำทานกานเยอะๆ ค๊าบบ ดั่งคำพระท่านว่า บุญเจ้าไม่เคยสร้าง ทานเจ้าไม่เคยให้ แล้วครายที่หนายจะมาช่วยเจ้า  สาธุ!!!!