วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

EC พลาดโดยเจตนา(ซ่อนเร้น)

      ช่วงนี้มักจะได้เดินทางไปเยือนสาขาที่ไม่เคยไป พักหลังนี่เริ่มจะบ่อยมากขึ้นนะครับ  ล่าสุดนี่ก็ได้ไปเยือนขอบประเทศเรย  แน่นอนครับ ลูกค้าก้อจะมีบรรดาพลเมืองเพื่อนบ้านเรานี่ล่ะครับ  ชนชาติไหนเผ่าไหนม่ายบอกระกาน เอาเป็นว่า พู่มะค่อมีตัวซาโกะ อ่ะ       แล้วลูกค้าเพื่อนบ้านเนี่ย เค้าก็ไม่ค่อยได้เดินทางข้ามแดนมาทำรายการที่สาขาทุกวัน แรกๆก็อาจจะมาบ่อย แต่พอเริ่มคุ้นเคยกับพนักงานสาขาก็จะเริ่มมีการฝากกันทำรายการแระ  อันนี้อยู่ในดุลยพินิจกันเองนะครับ ว่าจะบริการกันขนาดไหน ไม่ขอออกความเห็นละกัน เพราะหน้างานที่ต้องเจอกันทุกวัน ย่อมสามารถชั่งน้ำหนักได้ว่า เชื่อใจลูกค้าได้หรือไม่  ถ้าทำรายการให้  แต่จริงๆแล้ว ขอแนะนำให้ทำตามระเบียบเถอะครับ ปัญหามันจะน้อย เพราะกว่าจะออกมาเป็นระเบียบปฏิบัติงานได้ แสดงว่ามันต้องเคยเกิดปัญหามาแล้ว      แล้วปัญหามันไม่ได้เกิดจากการที่ลูกค้าขอให้ทำรายการให้ครับ  เพราะถ้าเราทำรายการไปให้ แล้วลูกค้ามาเซ็นให้ด้วยความที่ลูกค้าเค้าเชื่อใจเรา  แต่เราก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่า หากบริการโดยทำรายการไปให้แล้ว ลูกค้าไม่มาเซ็นให้ หรือติดธุระไม่สามารถมาสาขาได้ภายในวันทำรายการ นั่นหมายถึงว่า ต่อมเอ๊ะของทีม Fraud อาจเริ่มทำงานได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสถานภาพน้องๆมาก         เรื่องของการบริการโดยลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการนี้  ถ้าไม่เกิด Incident เอ๊ย!! Acident จริงๆ ก็คงไม่มีปัญหากับลูกค้า  ลองมาคิดดูกันเล่นๆนะครับว่า ลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการให้ก่อน เด๊วจะเข้ามาเซ็นสลิปให้ตอนเย็น  แล้วสมมติลูกค้าไม่มา น้องๆจะแก้ปัญหายังงัยครับ         สำหรับเรื่องนี้ ก็มีอยู่ว่า นางเอกของเรื่องนี้ ก็บริการลูกค้าอย่างนี้แหระครับ ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า ถึงจะเป็นการบริการลูกค้า ตามระเบียบก็ผิดอยู่ดีนะครับ ก็คือ ลูกค้าโทรมาขอให้ทำรายการให้ก่อน แต่ปรากฎว่า ลูกค้าไม่สามารถเข้ามาเซ็นให้ได้ในตอนเย็น วิธีแก้ปัญหาของนางเอกเราก็คือ EC รายการ  แน่นอนครับ มันจะต้องติด SUP แล้วยิ่ง EC บ่อยๆ  ต่อมเอ๊ะของคนใส่ Sup ก็ต้องทำงานแน่นอน เพราะระบบการตรวจสอบเค้าวางไว้อย่างนี้ครับ เพื่อป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว      ในเมื่อต้องติด Sup บ่อยๆ ก็อาจถูกสงสัยได้ทำรายการให้ลูกค้าโดยลูกค้าไม่ได้มาทำรายการเอง  ว่าแล้วเธอก็สามารถคิดค้นหาวิธีการเลี่ยง Sup ครับ ไม่ขอเปิดเผยละกันนะครับว่า นางเอกของเราทำอย่างไร แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า หลังจากเธอวิธีเลี่ยง Sup ได้แล้ว เธอกลับทุจริตเงินลูกค้าออกไปได้  งานนี้ต้องขอชม คนใส่ Sup นะครับ ทั้งๆที่ร่วมทำงานอยู่ด้วยกัน สามารถสังเกตพฤติกรรมของน้องนางเอกของเรื่องนี้ได้ว่า EC รายการบ่อยจนน่าสงสัย  แล้วลองตรวจสอบการทำรายการของน้องคนนี้ย้อนหลัง  และแล้วก็พบว่าน่าจะมีปัญหา ก็เลยส่งจดหมายเชิญให้ทีม Fraud เข้ามาร่วมสนุกกับทางรายการ  ชัดเจนครับ หลังจาก Fraud เข้าไปตรวจดูก็ฟันธง ว่าต่อมเอ๊ะยังคงทำงานได้ดี   ก็เลยต้องพานางเอกเราไปเที่ยว Hong Krong  ครับ        ผู้มีอำนาจใส่ Sup ก็ทำบุญเยอะๆนะครับ ถ้ามีการ EC รายการบ่อยๆ ก็หมั่นตรวจสอบย้อนหลังกันนิสนุง อาจเจออะไรดีๆก็ได้ครับ ถ้าไม่แน่ใจก็ Save ภาพ CCTV ในช่วงเวลาเกิดรายการในตอนแรก  แล้วก็ตอนที่ต้องใส่ Sup EC รายการนั้นออก  ส่งมาให้ Fraud ดูก็ได้ครับ  ณ ห้วงเวลานี้ เจอ 2 Case ติดกันแล้วครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง พวกตั้งใจพลาดบ่อยๆให้ระวัง supลองเช็คการทำรายการย้อนหลังหน่อยก้อดี  อาจมีช็อคซีนีม่าได้ค๊าบบบ พี่น้อง

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2555

Confirm ที่มิอาจฟันธงว่าปลอดภัย 100%

                จะเรียกได้ว่านี่ภาคต่อของมหากาพย์ลายเซ็นก็ว่าได้นะครับ ประมาณว่า ปอบ ภาค 17 หรือไม่ก็ตำรวจจับไพ่ หลายๆเวอร์ชั่น ซึ่งอันที่จริงแล้ว หากเป็นเรื่องที่เกิดซ้ำกันท้างเนื้อหาและเรื่องราว กระพ๊มก็จะไม่นำมาแจ้งแถลงไขกันให้ขัดอารมณ์  โดยส่วนตัวก็ไม่ชอบความซ้ำซาก จำเจ ซะด้วย มานน่าเบื่ออ่ะ จิงมั๊ยคับพี่น้อง

 

               แต่เรื่องนี้ มันเหมือนเป็น Stepเทพ ถัดมาครับ จากเรื่อง การตรวจสอบลายเซ็น การเรียกระบบซิกเนเจอร์  ตามด้วย ลายเซ็นเหมือนเป๊ะแต่เป็นตรายาง  นี่ก็เป็นภาคต่อครับ คือ น้องๆ AT ตรวจสอบลายเซ็นแล้ว เห็นแล้วว่ามันเพี้ยน ต่อมเอ๊ะ! ก็ทำงานทันทีเลยครับ ถ้าเพี้ยนเช่นนี้ ก็ต้องหาตัวหาร เอ๊ย!! หาผู้ชำนาญการกว่าก็คือ หัวหน้าธนกิจ หรือไม่ก็ผู้ช่วย อันเนื่องมาจากตามระเบียบของธนาคารก็ได้กำหนดไว้ว่าให้ Confirm!! นะ ไม่ใช่ ฟันธง!! เด๊วจะสับสนโลโก้แบรนด์กัน 555

 

          เริ่มจะออกนอกเรื่องไปไกลแระ กลับเข้าเส้นดีก่า เรื่องมานก็มีอยู่ว่า ลูกค้ารายหญ่ายยย อีกแล้วคับท่าน รายนี้หญ่ายยยจิงๆ เงินฝากก็เยอะ OD ก็แยะ แน่นอนครับ การบริการของเราก็ต้องอุ้มเข้าสาขา ไม่เว้นแม้กระทั่ง เดอะแมส ก็จะหญ่ายตามบริษัทไปด้วย แค่เห็นพี่แมส เข้ามา น้องๆของเราก็จะกลายเป็นนางกวักไปโดยปริยาย 555 เข้าช่องทางด่วน ไม่ต้องเสียเวลารอนาน น่าเห็นอกเห็นใจต้องไปอีกหลายที่ อิอิอิ เจงอ๊ะป่าว

  

แน่นอนค๊าบ รายหญ่ายย ขนาดนี้ เจ้าของมิช่ายคนไทยโดยกำเนิดแน่นอน ถูกแล้วคับ เขาเป็นชาวต่างชาติ เขียนภาษาไทยไม่ได้ ฉะนั้นตอนมาเปิดบัญชีก็ต้องใช้ตัวอย่างในการ์ดลายเซ็นที่เซ็นเป็นภาษา ต่างประเทศแน่นอน  กำม๊ายล่ะ!! ขนาดลายเซ็นภาษาไทย คล้ายไม่คล้ายยังดูยากเร้ยยย แล้วนี่เซ็นเป็นภาษาต่างชาติ พ่อคุณเอ๊ยยย!!! เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ยังไม่เคยหัดเขียน จะรู้ได้งัยว่ามานเพี้ยน ว่าแล้วน้องๆก็ลองเรียกระบบซิกเนเจอร์มาดูคับ หรือบางท่านที่เทพหน่อย ก็อาจใช้ระบบซิกเนจำ (ล้อเล่งน๊า!! อย่าทำเร้ย)  เมื่อดูแล้วก็พูดง่ายๆก็คือ หาความต่างไม่เจอหรอกคับ เพื่อความชัวร์ ทางเดียวที่น่าจะปลอดภัยที่สุด นั่นก็คือ Confirm !!

 

ที่นี้ปัญหามันอยู่ที่ว่า เจ้าของลายเซ็นเค้าเป็นชาวต่างชาติ จะคุยกะเค้ายางงาย ถ้าพูดอังกฤษได้ ก็ยังพอ โฟดิโฟ ดิโฟดิฟาย เยสไอไลค์ตะแหน่ว ตะแหน่ว ได้ แต่รายนี้ ติ๊ต่างว่า เป็นชาว “ไหหลำ”   ละกาน (ท่านที่เป็นเทพด้านการผวนคำ ก็ขอละกันนะครับ อย่าผวนชนชาตินี้เด็ดขาด)  จะมีใครโทรไป confirm ได้ล่ะครับ พูดกะแกรู้เรื่องซะที่หนาย  ว่าแล้วก็ ปิ๊ง!!! เค้าต้องมีฝ่ายบัญชีสิ  ถูกต้องนะค๊าบบบ ก็ต้องโทรหาฝ่ายบัญชีการเงิน เพราะพูดไทยกับเรารู้เรื่อง  แระแร้ววว  ลายเซ็นไม่ว่าจะเหมือนหรือม่ายเหมือน ยัยการเงินของลูกค้าเรานี่ก็บอก Confirm คร้า!! จ่ายจริง เจ็บจริง คร้า!!  ว่าแล้วหัวหน้าก็บันทึกด้วยปากกาแดงหลังเช็คว่า Confirm ก๊ะคุณ.... โทร.....  เป็นอันสบายใจทำรายการถอนเงินตามเช็คได้

 

ในเวลาต่อมา หลายปีดีดัด และแล้วก็มีหนังสือจากลูกค้ามาสอบถามรายการถอนเงินตามเช็คที่ Confirm!! ไป  ว่า ขอตรวจสอบหน่อย ว่าจ่ายให้ครายยย เป็นค่าอารายยย รู้สึกผู้มีอำนาจจาม่ายด้ายเซ็น  งานนี้ แม้กระทั่ง พระเจ้าช่วยกล้วยทอด โอ้!! จอร์จ มานยอดมาก ก็ไม่รู้จะสรรคำใดมาบรรยาย  นี่ขนาด Confirm แล้วนะเนี่ย ว่าแล้วก็ยกหูไปหา ยัยการเงิน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะคุณเป็นคน Confirm เราถึงทำรายการให้  เสียงที่ตอบกลับมา ทำเอามือหัวหน้าหมดแรง โทรศัพท์หลุดจากมือไปโดยไม่รู้ตัว ร่วงลงกับพื้น ดังปั๊ก  ด้วยความสงสัย น้องAT ก็เลยเข้าไปถาม เค้าว่างัยพี่   ค้าวว บอกว่า “ยัยการเงินลักเช็คมาปลอมลายเซ็น ตอนนี้หนีไปแล้ว ลูกค้าไปแจ้งความจับอยู่......”

 

นี่ขนาดใช้ความปลอดภัยระดับสูงสุดถึงขั้น Confirm แล้วนะเนี่ย เสียอย่างเดียว ไม่ได้ Confirm กับผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค แต่คำตอบที่ได้รับจากทางสาขา คือ เป็นชาวต่างชาติก็คงต้อง Confirm กับการเงิน  ก็มีทริคให้นิดนึงครับ  ในวันเปิดบัญชี ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจคงต้องพาพนักงานคนไทยมาด้วย ก็สอบถามไปเลยครับ ว่าจะให้ Confirm ลายเซ็นกับใครกรณีลายมีปัญหาต้องประสานงาน แล้วก็เขียนระบุชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้ลูกค้าต่างชาติผู้มีอำนาจสั่งจ่าย เซ็นชื่อยืนยันแสดงวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน แล้วพอเกิดปัญหาเราก็ Confirm กับผู้ที่ลูกค้ามอบหมายให้ประสานงานนี่แหระ เกิดไรขึ้นก็จะได้มีทางออกที่เป็นข้อต่อสู้ที่ได้เปรียบหน่อย อีกอย่าง จะได้ไม่ต้องมาประสาทหลอนนอนไม่หลับว่าจะเกิดอะไรขึ้นเวลามีเรื่อง

 ;

อ้อ!!! แล้วที่สำคัญ หากลูกค้ามาขอสำเนา สลิป ภาพถ่ายเช็ค หรือเอกสารอื่นใดที่มีการทำรายการไปแล้ว หรือเอกสารที่มีการระบุลายเซ็นพนักงานผู้ทำรายการหรือรอยพิมพ์จากเครื่อง Printer ระบุรหัสพนักงานผู้ทำรายการ   ขอได้โปรดนะครับ ได้โปรดแจ้งทีม Fraud ให้ดูเอกสารก่อนจะส่งให้ลูกค้าครับ มิใช่ ส่งไปให้ลูกค้าแล้ว ถึงจะทำ incident แจ้ง    อยากจะบอกเหลือเกินว่า ถ้าให้เอกสารไปแล้ว มานคงจะสายไปแระค๊าบบบ พี่น้องงงง

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถึงแม้จะ Confirm!! ก็ยังมิอาจ ฟันธง!!! ได้ว่า ปลอดภัย 100%  ฉะนั้น ทำบุญทำทานกานเยอะๆ ค๊าบบ ดั่งคำพระท่านว่า บุญเจ้าไม่เคยสร้าง ทานเจ้าไม่เคยให้ แล้วครายที่หนายจะมาช่วยเจ้า  สาธุ!!!!

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

เหมือนเป๊ะ ยังก๊ะแกะ(จากบล็อกพิมพ์)

                ห่างหายกันไปพอสมควรนะครับ หลังจากที่ได้นำเสนอผลงานไปเรื่อง ซิกเนจำ ก็มีการถามไถ่ถึงผลงานต่อไป ก็ถ้าเรื่องไหนมันเกิดซ้ำๆ ก็จะไม่นำมาเล่าสู่กันฟัง เว้นแต่ว่า มีเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งมีมุมข้อควรระมัดระวังที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้น้องๆที่ทำรายการถึงกับนอนไม่หลับ ก็จะมานำเสนอกันนะครับ

 

              เรื่องนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่า เจอกันบ่อย เพียงแต่คราวนี้ ค่อนข้างเนียนมาก ในการตรวจสอบลายเซ็นต์ของลูกค้า เพราะเรามักจะเน้นย้ำให้เรียกระบบ ซิกเนเจอร์มาตรวจเปรียบเทียบ กับลายเซ็นต์ในเช็คที่ลูกค้านำมาถอนเงิน ว่า เหมือนมั๊ย  คราวนี้น้องๆก็เรียกจากระบบมา ตรวจเปรียบเทียบแล้ว ปรากฎว่า เหมือนเป๊ะ เหมือนจนหาที่ติดไม่ได้ ก็เลยอนุมัติรายการถอนเงินไปตามระเบียบ ครับ

 

        และแล้ว เช็คของลูกค้ารายนี้ก็ถูกทยอยนำมาเรียกเก็บเงินทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน โดยมิได้เจตนาจะเข้าช่องทำการของน้องๆคนใดคนหนึ่ง  และด้วยความที่ลายเซ็นต์ของลูกค้านั้น เซ็นต์ได้เฉียบคมมาก จึงเป็นที่สะดุดตาให้ต่อมเอ๊ะของน้องๆ AT เรา เริ่มทำงานครับ และนึกชมในใจว่า ช่างเซ็นต์ได้เหมือนเป๊ะทุกฉบับ ไม่ว่าจะส่วนเว้า ส่วนโค้ง ส่วนนูน (ของลายเซ็นต์นะ อย่าคิดไปไกล) ขนาดก็พอเหมาะช่างไม่มีสัดส่วนที่คลาดเคลื่อนจากเช็คใบก่อนๆ เร้ยยยย ด้วยความสงสัย จึงได้นำเช็คที่เคยนำมาเรียกเก็บเงินในวันก่อน มาตรวจเปรียบเทียบ  ปรากฎว่า ระยะความยาวของลายเซ็นต์จากจุดเริ่มต้น ไปยังจุดสิ้นสุด ไม่เพี้ยนแม้กระเบียดนิ้ว  ต่อมเอ๊ะ!! ก็เริ่มผลิตเหงื่อเม็ดบะเร่อร่วงลงมาจากขมับน้องๆ ครับ เพราะพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว เซ็นต์ซะเหมือนขนาดนี้ มันยังก๊ะแกะมาเป็นบล็อกพิมพ์  ใช่แล้วครับ  มันเป็นลายเซ็นต์ที่ปั๊มมาจากตรายาง ครับ !!!  ว่าแร้ว ทำไมเซ็นต์ได้สวยเหมือนกันทุกฉบับ  เหมือนเป๊ะ ไม่ผิดแม้แต่ขนาด

 

         สิ่งแรกที่ผู้บริหารสาขานึกได้ก็ Incident 1 ครับ หรือจะเรียกให้เหมาะก็น่าจะเป็นจดหมายเชิญ  ทีม Fraud เข้ามาร่วมสนุกกับทางรายการ โดยมีน้องๆสาขาเป็นผู้ดำเนินรายการ  ครับ ถ้าจะพิจารณาในแง่หลักกฎหมายทั่วไป โดยไม่คำนึงถึงการทำเงื่อนไขพิเศษกับทางธนาคารในกรณี ที่ลูกค้าขอใช้การประทับตราลายเซ็นต์และยินดีรับผิดชอบในทุกรายการที่เกิดขึ้นนะครับ  ก็จะอธิบายได้คร่าวๆดังนี้ครับ

 

การที่ลูกค้านำลายเซ็นต์ไปแกะบล็อกเป็นตรายางแล้ว แล้วมาประทับในช่อง “ลายมือชื่อ”  โดยหลักทั่วไปแล้ว ไม่ถือว่าเป็นลายมือชื่อ นะครับ หรือพูดง่ายๆก็คล้ายกับว่า ยังไม่มีการเซ็นต์ชื่อนั่นแหระครับ ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำให้เร็วที่สุดก็คือให้ลูกค้าผู้มีอำนาจมา เซ็นต์สด ต่อหน้าเพื่อรับรองการทำรายการที่อนุมัติรายการไปแล้วจะเป็นการดี  ไม่ง้านนอนไม่หลับอีกนานเรยนะครับ

 

             นับวันเทคโนโลยีก็ยิ่งก้าวไกล ลายเซ็นต์ที่แกะเป็นตรายางแล้วปั๊ม ก็ทำจากวัสดุอย่างดี ขนาดทีม Fraud มีประสบการณ์ด้านนี้มาก็ไม่น้อย มองผ่านๆยังคิดว่าเป็นลายเซ็นต์ด้วยมือเลยครับ แต่ยังไงก็ด้วยประสบการณ์ครับ หนีไม่พ้นสายตาผู้มีประสบการณ์ไปได้หรอกครับ เพราะนอกจากจะไปตรวจในเรื่องนี้ กลับพบว่ามีของที่อื่นอีก คราวนี้ก็สนุกสนานกันไปหลายสาขาเลยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ  You never walk alone เด๊วไปร่วมสนุกกับทางรายการให้ค๊าบบบบ

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

ต๊าย ตาย จดหมายผิดซอง

“พี่แสนดีใจ ได้รับจดหมายจากไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงพี่ สอดซองสีนี้ไม่ใช่ใคร แต่พอเปิดข้างใน ต๊ายย ตาย จดหมาย ผิดซอง” Credit by มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เปิดกี่ครั้ง ก็ฮาทุกครั้งคับ ไม่รู้ว่าน้องๆตอนเด็กๆเคยได้ยินม่างอ๊ะป่าว มันเป็นเรื่องของการรอคอยจดหมายจากคนรัก แต่ปรากฎว่าคนรักดันมีกิ๊ก แล้วก็เอาจดหมายที่ต้องการจะส่งให้กิ๊กไปใส่ซองของแฟน เอาจดหมายที่ตอบแฟนไปใส่ซองกิ๊ก ก็เลยเป็นเรื่อง ยิ่งดูมิวสิควีดีโอ ก็ยิ่งฮา 5555

จริงๆแล้วเรื่องการรับส่งจดหมายของสาขา นั้น ถ้าจะว่ากันตามระเบียบงานสารบรรณแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็ต้องมีสมุดทะเบียนคุมรับเอกสาร และเมื่อจะส่งต่อไปให้ใครก็มีสมุดทะเบียนคุมส่งเอกสาร ก็จะทำให้รู้ที่มาและที่ไปของเอกสารที่มาถึงสาขา ดูแล้วก็ไม่น่ามีอะไรยากเลย ใช่ ม๊า

เรื่องที่กล่าวถึงนี้ มานมิใช่จดหมายธรรมดา คับพี่น้อง!!! เรื่องก็มีอยู่ว่า ลูกค้าประจำรายหนึ่งของสาขา ติ๊ต่างว่า แกชื่อ มนต์สิทธิ แกทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศมาจำหน่ายให้กับตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ ทุกสัปดาห์แกก็จะเดินทางไปยังต่างประเทศ เพื่อไปช็อปสินค้า แต่เนื่องจากเป็นสินค้าขนาดใหญ่และมีปริมาณมาก แกก็ไม่สามารถจะถือกลับมาประเทศไทยได้โดยการหิ้วเหมือน แอร์หิ้วมาให้เจ๊เล้ง แกก็เลยต้องใช้วิธี สั่งซื้อสินค้า แล้วให้ส่งทางเรือมาให้แกที่เมืองไทย แน่นอนค๊าบ!!! ผู้ขายก็ต้องให้อีตามนต์สิทธิแกจ่ายค่าสินค้าก่อนแน่นอน ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ว่า ถ้าอีตามนต์สิทธิ์ จ่ายค่าสินค้าแล้วไปรอรับสินค้าที่เมืองไทย แต่ผู้ขายเกิดไม่ยอมส่งสินค้าให้ล่ะ จะทำงัย มนต์สิทธิต้องเสียตังค์ฟรีแน่นอน ช่องปัญหาแค่นี้ก็สามารถเกิด Product ใหม่ให้กับสถาบันการเงินได้แล้วครับ พี่น้อง

ในเมื่อผู้ขายและผู้ซื้อไม่มั่นใจกัน ก็ต้องหาคนกลางครับ คือ ธนาคารประเทศของผู้ขาย กับธนาคารของประเทศผู้ซื้อ มาเป็นตัวกลางประสานการชำระค่าสินค้า และการันตีการส่งสินค้า ให้กับ ผู้ซื้อผู้ขาย เพียงเท่านี้ก็ทำให้อีตามนต์สิทธิ์ แกสบายใจว่าได้รับสินค้าชัวร์ และผู้ขายก็มั่นใจว่าหากส่งสินค้าไปให้อีตามนต์สิทธิ์ที่เมืองไทยแล้ว จะได้รับเงิน ชัวร์!!!!

ว่าแล้ว อีตามนต์สิทธิ์ ก็แจ้งให้ผู้ขายส่งใบเรียกเก็บเงินและใบขอรับสินค้ามาที่เมืองไทย โดยผ่าน บริการของธนาคารครับ แต่แทนที่แกจะให้ดำเนินการผ่านศูนย์ต่างประเทศของธนาคาร แกดันไปเลือกเอาสาขาใกล้บ้านท่านครับ แล้วแกก็โทรมาถามที่สาขาทุกวันว่ามีจดหมายมาถึงแกมั๊ย งานก็เลยมาเข้าน้องๆสาขาครับ เพราะมันคือ จดหมายอารายหว่า จ่าหน้าซองถึงลูกค้า งง สิ คับ งง น้องๆสาขาได้รับจดหมายแปลกๆ มาจากธนาคารต่างชาติ ดันทะลึ่งจ่าหน้าซองถึงลูกค้าอีกต่างหาก ก็ตามระเบียบครับ เมื่อบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาให้ ยาม เอ๊ย !! รปภ. ก้อเซ็นต์รับตามระเบียบ (รู้สึกหน้าที่พี่แกนี่เยอะจิงเน๊อะ ทำทุกอย่าง ) ไม่ต้องถามเรยก็ทราบกันดีว่า พี่ยามแกไม่รู้หรอกคับว่าจดหมายอะไร เซ็นต์รับเสร็จก็เอาไปวางในกล่องรวมจดหมายอื่น ไม่มีการลงทะเบียนคุมรับหรอกคับ

ส่วนน้องๆสาขาสิครับ หลังจากอีตามนต์สิทธิ์มาถามหาจดหมายแกอยู่สามสี่วัน ก็มีจดหมายมาจริงๆ แม่จ้าว เด๊วนี้สาขามีบริการรับจดหมายแทนการส่งที่อยู่ตามบ้านลูกค้าได้ด้วย พอดีต่อม เอ๊ะ!! ของน้องแกอาจจะ Error นิสนุง เนื่องจากกำลังมึนกับเป้าใหญ่ของปีนี้ (อันนี้ไม่ยืนยันนะครับ อิอิอิ) แกเห็นว่าเป็นจดหมายจากธนาคารต่างประเทศส่งถึงลูกค้า ประกอบกับลูกค้ามาถามหาหลายวันแล้ว เมื่อมีจดหมายมา ก็เลยให้ลูกค้าไป โดยมิได้เปิดดูข้างในว่า เค้าให้เก็บตังค์ค่าสินค้าจากอีตามนต์สิทธิ์ ก่อนที่จะให้ใบรับสินค้าในซองจดหมายไป งานนี้อีตามนต์สิทธิ์ ก็ตีมึนคับ ในเมื่อพนักงานธนาคารไม่เรียกเก็บค่าสินค้า แถมให้จดหมายมาเลย แกก็เลยมึนไม่ยอมจ่ายตังค์ค่าสินค้า ครับ แล้วเอาใบรับสินค้าไปขอรับสินค้าจากคลังท่าเรือที่ผู้ขายนำส่งมาให้

และแล้วงานก็เข้าครับ เมื่อธนาคารต่างชาติทวงถามเงินค่าสินค้ามาที่ศูนย์ต่างประเทศ ก็เลยถึงบางอ้อ กัน ว่าแล้ว นึกว่าจดหมายอาร๊ายยยย 555 ก็ระบบสาขาไม่มีให้ทำรายการเรื่องเรียกเก็บค่าสินค้าคับพี่น้อง น้องสาขาก็เลยไม่รู้จักว่า เอ๊ะ!! นี่มานคือ จดหมาย อาราย ส่วนตัวกระพ๊ม ก็เลยได้ลงมาร่วมสนุกกับทางรายการ ในเกมส์ตามล่าหาจดหมายผิดซอง เพื่อเรียกเก็บค่าสินค้า คับ งานนี้สนุกคับ เพราะธนาคารต่างประเทศเค้าคิดค่าธรรมเนียมล่าช้าเป็นรายวัน กดดันยังไงก็ม่ายรู้ 5555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจ จดหมายแปลกๆที่ส่งมาที่สาขา อย่าประมาทคับ ถ้าม่ายรู้จัก ก็ให้ถามสามตองสอง คับ กูรูของแบงก์เราน่านเอง ถามได้ทุ๊กกกกเรื่อง ยกเว้น เรื่องคนที่บ้าน ค๊าบบ พี่น้องงงง

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ให้ใช้ซิกเนเจอร์ แต่เธอใช้ ซิกเนจำ กรรมเรยยย

จำได้ว่าเรื่องการตรวจสอบลายเซ็นต์เจ้าของบัญชี เคยได้เล่าไว้หลายครั้งหลายตอน แต่รูปแบบที่เจอในช่วงนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องเก่า แต่ลีลาการเกิดเหตุแตกต่างไปอีกครับประมาณว่า เหล้าเก่าในขวดใหม่ อย่างงาย อย่างง้าน

สำหรับเรื่องนี้ เดิมทีก็หาต้นตอของเหตุ จะเรียกให้หรูหน่อย ก็ประมาณ รากเหง้าแห่งปัญหา แหมะ!! ฟังดูเหมือนศัพท์วิชาการยังไงก็ไม่รู้ เอาเป็นว่า ภาษาปะกิดเค้าเรียกว่า Root Cause ละกันนะคับ ซึ่งจากการสอบถามน้องๆ ก็มักจะได้รับการยืนยัน นอนยัน นั่งยืน จากน้องๆว่า หนูเรียกดูตัวอย่างลายเซ็นต์จากระบบ ซิกเนเจอร์ จริงๆ ค่ะ ก็ตรวจดูตอนนั้นมานเหมือน ก้อเลยอนุมัติรายการให้ ค่า!!!! แร้วทำมายตอนเน้เพ่ ให้ดู จะ จะ อีกที ถึงเห็นว่าม่ายคล้ายละน้องงงงง

แต่จะว่าไปแล้ว น้องๆบางคนก้อยังกระต่ายขาเดียวว่า หนูดูตอนน้าน กับดูตอนนี้ ก็ยังว่าคล้ายเหมือนเดิม ค่า!! อืม!! ถ้าง้านพรุ่งนี้มีเช็คลายเซ็นต์คล้ายแบบนี้มาทำรายการอีกที จะอนุมัติรายการม๊ายยย คำตอบ คือ ม่ายยยย แร้วค่ะ เข็ดแร้วค่ะ 555 สรุปก็คือ ดูตอนนี้มานม่ายคล้ายแล้วล่ะ แต่ที่ต้องยืนยันว่าเรียกดูจากระบบ เพราะกัวถูกตำหนิทางวินัย เท่านั้นเอง

ต้องทำความเข้าใจกันอยู่พักนึงครับว่า นักสืบทีม Fraud เราไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ครับ จะได้ช่วยนำข้อเท็จจริงไปนำเรียนผู้มีอำนาจให้ออกระเบียบแก้ไข เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด แต่เรื่องนี้ก็จำได้ว่า เป็นระเบียบแบบปฏิบัติกันอยู่แล้ว ให้เรียกลายเซ็นต์จากระบบมาตรวจเปรียบเทียบทุกครั้ง แต่ในที่สุดก็สามารถค้นหาความจริงได้ และน้องๆก็มักจะให้ข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ เห็นหน้าคนถือเช็คมาเข้า ก็รู้แล้วว่าลายเซ็นต์เป็นยังไง

น้องๆครับ แม้ว่าคนถือเช็คมาจะเป็นพนักงานของลูกค้าเรา มาทำรายการบ่อยๆเกือบทุกวัน แถมลูกค้าก็เป็นระดับ HIV เอ๊ย!! VIPก็ประมาทไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสรู้ว่า พนักงานของลูกค้าเราจะทุจริต ลักเช็คมาปลอมลายเซ็นต์ แล้วมาเข้าช่องเราเมื่อไหร่ เพื่อความไม่ประมาทอย่าดูที่หน้าคนถือเช็คมาครับ เรียกจากระบบเท่านั้น ขอบอก แล้วจะรู้ว่า ของเค้าดีจริง อิอิอิ

ขนาดผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเซ็นต์เอง ยังเพี้ยนเลยครับ คือ ตอนมาเปิดบัญชี พี่แก ฟิตจัด มาเต็มเรย ลายเซ็นต์ Full option พอเริ่มเซ็นต์บ่อยๆเข้าก็เริ่มลดสเปค ตัดหาง ตัดกลาง เหลือแต่หัวกับท้าย แต่น้องๆ เห็นพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงลายเซ็นต์วันละนิดวันละหน่อย ทำให้ชินตาครับ ถ้าไม่เรียกจากระบบมาเปรียบเทียบ รับรอง จะชินตาไปเรื่อยๆจนดูไม่ออก แล้ววันนึงเมื่อตรวจดูกับวันแรกที่เปิดบัญชี ก็จะร้อง อ้อ!! มันเพี้ยน

เรื่องนี้เทียบง่ายๆครับ ถ้านึกไม่ออกว่าพัฒนาของการเปลี่ยนแปลงเป็นยังไง ให้หันไปดูตาอ้วนแฟนเรานั่นแหระ สมัยจีบกันใหม่ๆ หุ่นประมาณ น้าเด็ด เอ๊ย!! ณเดช คุคิมิยะ(ไม่รู้ใช่ป่าวนะ 555) ตอนแรกก็เรียกชื่อเล่นกัน อยู่ไปอยู่มาประมาณสามสี่ปี เรียก อ้วน ทุกตัวคน แต่เราก็เห็นทุกวัน เลยไม่รู้ว่าแฟนเรามานอ้วนตอนไหน พอไปดูรูปสมัยแต่งงาน ถึงจะรู้คับ ว่าผิดจากเดิมมาเยอะ 5555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตรวจลายเซ็นต์ให้เรียกจากระบบ ซิกเนเจอร์ ไม่ใช่ ซิกเนจำ ของเค้าดีจริงๆนะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เด็ดขาด ส่วนที่พลาดไป
แล้วก็ ทำบุญเยอะๆ ภาวนาให้ทีม Fraud จับตัวนำเงินมาคืนให้ได้ค๊าบบ จาด้ายม่ายเดือดร้อน กานนนน เหอ เหอ เหอ

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เหตุครั้งนี้ เพราะ บีบี หรือ F3 กันแน่

ช่วงนี้ถ้าใครอยู่ในวงการSocial Network ก็คงจะเห็นไม่มีข่าวคราวเรื่องใดดังเท่า ซิมชิมิ ชิมิ อ้อ!! ไม่ใช่ของ
บลูเบอรี่ น๊า อย่าเพิ่งเข้าใจผิด แต่เป็นระบบการโต้ตอบคำถามระหว่างเครื่องโทรศัพท์ กับ มนุษย์ แปลกจังเน๊อะ คนรอบตัวก็มี ไม่คุย ทำยางก๊ะเพื่อนรอบข้างม่ายมี มาคุยกับเครื่องโทรศัพท์แถมยังทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราวกับโทรศัพท์ได้อีก จนบางครั้งชัก
ไม่แน่ใจว่าคุยกับเครื่องโทรศัพท์หรืออริเก่ากันแน่ 555

เรื่องที่กล่าวให้ทราบกันนี้ จริงๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมแล้ว เดิมทีก็คิดว่าคงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ปรากฎว่า
มีมาเรื่อยๆ เนื่องจากไอ้เจ้าซิมชิมิ นี่แหระ เป็นตัวกลางเร่งให้เกิดความผิดพลาด อ้อ!! นอกจากซิมชิมิ ก็ยังมีพวก Whatapps BB อะไรทำนองอีกมากมายหลายอย่าง ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยถึง พวกเกมส์ปลูกผัก เลี้ยงหมู และเลี้ยงกิ๊ก เอ๊ย!! เลี้ยงเด็กทารก อีกหน่อยคงไม่มีอะไรของจริงกันแล้วม๊างงง เนี่ย

พล่ามไปเยอะแระ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ลูกค้านาย A มาทำรายการฝากเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ แต่เนื่องจากนาย A เป็นลูกค้าประจำ มาทำรายการแทบทุกวัน ก็เลยทำตัวเป็นลูกค้า VIP คือ ถือมาเฉพาะเงินสดกับนามบัตรระบุเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชี แต่ไม่ยอมเขียนสลิปใบฝากเงิน เนื่องจากอาจทำให้เสียความเป็น VIP ได้ พนักงานก็ต้องบริการเขียนสลิปให้โดยมิอาจแสดงอารมณ์ตอบโต้ความเป็น VIP ได้ (ทั้งๆที่เจ้าของบัญชีไม่ได้มาเองนะเนี่ย แต่ฝากแมส มาทำรายการ มานเรยทำตัวเป็น VIP ซะ) และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียฟอร์ม ก็เลยต้องทำรายการให้ไป นับเงินเสร็จเรียบร้อย ครบถ้วน เก็บเงินเข้าลิ้นชักคีย์รายการฝากเรียบร้อย พอถึงตอนพิมพ์สลิปสิครับ นึกขึ้นได้ว่า ลืมเขียนสลิปให้ลูกค้า VIP ก็เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ก็สลิปป่าวไปก่อนก็ได้เพราะไหนๆ ก็ฉีกแต่สำเนาให้อยู่แล้ว พอลูกค้าไปแล้วเจ้าหล่อนก็ กด F3 เรียกรายละเอียดบัญชีขึ้นมาดู เพื่อกรอก ข้อมูลลูกค้าในสลิป ทันใดนั้นเอง เสียง บีบี ก็ดังขึ้น เธอจึงรีบกรอกข้อมูลในสลิปให้เสร็จแล้วก้อ หยิบบีบี ขึ้นมาตอบ

ระหว่างน้านก็ยังไม่มีลูกค้ามา เธอก็เลยรอเวลาด้วยซิมชิมิ โต้ตอบกันอยู่พักนึง มีลูกค้านาย B มาทำรายการต่อ คับ เอาเงินมาฝากก้อนใหญ่อันนี้ VIP ตัวจริงมาเอง แต่เขียนสลิปมาให้เรียบร้อยเรย ทำให้เธอต้องไปหมกมุ่นอยู่กับการนับเงินก้อนใหญ่ก่อน เมื่อนับเงินครบเรียบร้อยแล้ว กะลังจะคีย์รายการ ก็เห็นมีข้อมูลโชว์อยู่แล้ว ก็ เลยใส่เฉพาะจำนวนเงิน โดยหารู้ไม่ว่า เป็นข้อมูลเดิมที่เรียก F3 ไว้ของลูกค้ารายก่อนหน้า เจ้าหล่อนก็เลยหยิบสลิปใบฝากใส่เครื่องปริ้นท์ เรียบร้อย แล้วฉีกสำเนาให้ลูกค้านาย B ไป ลูกค้าก็แสนจะเร่งรีบเลยไม่ได้ดูว่า ระบบพิมพ์ข้อมูลในสำเนาสลิปซึ่งไม่ใช่ของบัญชีตัวเอง ดูแต่ยอดเงินว่าเท่ากับเงินที่เอามา แมะ!! อะไรจะบังเอิญขนาด

โชคดีนะครับ ที่ยังสามารถติดต่อลูกค้ารายการก่อน ทำให้สามารถติดตามเงินคืนมาได้ แม้ว่าจะขลุกขลักช่วงน้ำท่วมไปบ้าง แต่หลังจากน้ำลดก็สามารถคืนเงินได้ทั้งหมด ก็นับว่าน้องเค้ายังทำบุญมาเยอะ 555

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บีบี ซิมชิมิ วอทแอพ และไลน์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพการทำงานของ AT ห้ามเล่นเกินวันสองเวลา(ก่อน ทำงานและหลังเลิกงาน)โปรดสังเกตคำเตือน ก่อนเล่น อิอิอิ

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนดันทำเราได้

ห่างหายไปนานนะครับ ตั้งแต่น้องน้ำมาเยือน ไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยงานแม่รัชโยของเราก็โดนน้องน้ำมาเยือนกันขนาดเอาเรือแคนูมาพายเล่นกันได้ทีเดียว หน่วยงานที่รัชโย ก็ได้มาเยือนทีม Fraud และยืมใช้สถานที่ ก็เลยต้องเสียสละเก้าอี้ชั่วคราวเพื่อให้ธุรกิจหลักของเราเดินไปได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเมืองไปเล็กน้อย อิอิอิ

และแล้วน้องน้ำก็ได้พัดผ่านไป แต่สิ่งที่ตามมาคือ คลื่นสึนามิ ของ Incident Report ยิงตรงมาถึงทีม Fraud อย่างไม่ขาดสาย ระลอกแล้ว ระลอกเล่า อันเป็นตัวบ่งบอกถึง งานเข้า ค๊าบบ พี่น้อง นักสืบท้างหลายถึงกับต้องบินเดี่ยวกันเป็นบางงานเลยทีเดียว ไม่ง้าน ไม่ทันจริงๆ ถึงขนาดเกือบ ไม่ไหวจะเคลียร์ กันเชียว

แต่เรื่องนึงที่เป็นข่าวครึกโครม ที่มิอาจจะข้ามไปได้ และเป็นที่คาใจของบรรดานักสืบท้างหลาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตำรวจ หรือ ทีม Fraud ก็ตาม เพราะเราเห็นตรงกันว่า งานนี้ น่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้ายบุกเดี่ยวจี้ Booth Exchange นี่ล่ะค๊าบ

เรื่องก็มีอยู่ว่า Booth Exchange ที่ Stand Alone อยู่เดี่ยวๆนอกตัวอาคารของสาขา เราได้่าจะมีคนในมีเอี่ยว ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ก็เรื่อง คนร้่อเนื่องนะครับ ก็ทำให้ต้องเว้นว่างทางการเ ; ถ้าจะว่าไปแล้วก็เหมือนได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่พอสมควร ห่างไกลการกดดันยอดขาย งานก็ง่ายแลกเปลี่ยนตามอัตราที่ธนาคารกำหนด แต่มานยากตรงที่ต้องตรวจแบงก์ปลอมแบงก์จริงนี่ล่ะครับ ต้องชำนาญพอสมควร ฉะนั้น เมื่อแยกตัวปฏิบัติงานเป็นเอกเทศ การควบคุมก็เริ่มห่างไกล สิ่งที่จะควบคุมได้ดีก็คงหนีไม่พ้น กล้อง CCTV หรือกล้องวงจรปิด นี่ล่ะครับ ซึ่งแต่ละ Booth ก็จะมีกล้องคอยสอดส่องการทำงาน อีกนัยหนึ่งก็เป็นไปตามทฤษฎีการป้องกันอาชญากรรม คือ แสดงให้เห็นว่ามีกล้องคอยสอดส่องผู้ร้ายที่จะกระทำผิด เมื่อเห็นกล้องก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะถ้าอาจหาญกระทำการใด จะมีกล้องCCTV จับภาพไว้ แน่นอนครับ ตำรวจตามตัวได้ชัวร์ (ขนาดไม่มีกล้อง บางทียังตามได้เรย เก๊ง เก่ง เน๊อะตำรวจไทย)

พล่ามมาจนถึงขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องได้ใช่มั๊ยครับ ปัญหาก็คือ แล้วทำไมโจรมานกล้าบุกเข้ามาจี้ ล่ะ!!! สงสัยจนคิ้วผูกกันได้ ก็กล้องมันเสียงัยคับ!!! แบบว่าเสียมาหลายวันแล้วด้วย บอดสนิทเรย (นี่ยิ่งทำให้นึกถึงหนังเรื่อง ATM เออรักเออเร่อ เรย ในเรื่องมีกล้องนะ แต่นกมาทำรัง บังซะมิดเรย 555) อ่ะมาต่อกันเรื่องBooth กล้องเสีย แล้วมีโจรมาจี้ คำถามคือ ทำไมมันกล้าวะ อย่างน้อยมันก็ต้องเห็นว่ามีกล้อง ส่วนจะเสียไม่เสีย ไม่น่าจะรู้ แต่ถ้ากล้ามา นั่นแสดงว่า มันน่าจะรู้ว่ากล้องเสีย แล้วมันรู้ได้งัย ก็ต้องมีคนในบอก ชัวร์ ฟันธง !!!

รายละเอียดของเหตุการณ์ขณะเข้ามาจี้ ไม่ขอกล่าวละกันนะค๊าบ เซ็นเซอร์ ไม่ใช่เพราะภาพมันนู๊ด นะ แต่มานหวาดเสียว สรุปได้แค่ว่า พนักงานหญิงถูกจับมัดแขน ขา ปาก ตา ด้วยสก๊อตเทป ส่วนพนักงานชาย ถูกบังคับให้ไปเปิดตู้เซฟ เอาเงินไปเกลี้ยงเรย ท้างๆที่ภายใน Booth มีกล้องอีกตัวจับภาพ ซึ่งไม่เสีย แต่ไม่น่าเชื่อครับท่านผู้ชม นักแสดงนำฝ่ายโจร และฝ่ายพนักงานชาย สามารถหลบมุมกล้องได้อย่าง ดาราผู้เก๋าในแวดวงบันเทิง ไม่สามารถจับภาพปฏิบัติการได้ครั้งนี้ได้เลย ไม่ต้องเป็นนักสืบ ก็สงสัยกันเหมือนกันหมดแหระค๊าบ งานนี้คนในแน่ๆ แต่ก็น่านแหระค๊าบ พยานหลักฐานยังสาวไม่ถึง ก็ยังไม่สามารถจับกุมให้ได้แบบคาหนังคาเขา และแร้ว เจ้าโจรใจบาป ก็ได้เงินใส่กระเป๋าไปเรียบร้อย เปิดประตู Booth ออกไปได้อย่างสบาย (จิงๆแล้วประตู Booth เปิดยากมาก แต่มานบิดกริ๊กเดียว เปิดออกไป เดินลอยนวล หายไปเฉย)

เดชะบุญ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนใจบาป ถึงตัวโจรมานจะหนีไปได้ แต่ญาติมานคับ ดันทะลึ่งเอาหลักฐานบางอย่างมาสอบถามกับทางสาขา (555 ไม่อยากจะขำเร้ยยยยย ทามมาย มันถึงได้โลภอย่างนี้) โชคดีที่น้องสาขา เกิด เอ๊ะ!!! ใช่ของ Booth ที่โดนโจรจี้ ป่าวเนี่ย !!! เท่านั้นแหระคับ (ขอชมจากใจจิงๆ น้องคนนี้เยี่ยมจริงๆ ) ท้างเจ้าโจร และเจ้าพนักงานชาย ก็ได้ ไปตั๋วคู่ไป Hong Krong (ห้องกรง) ด้วยกาน แบบที่นั่ง “Window side” เลยทีเดียว แต่คนที่ต๊กกะจายมากที่สุด เห็นจาเป็น พนักงานหญิง ที่ถูกจับมัด เพราะไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะคิดร้ายทำเราได้ขนาดนี้ ท้างๆที่กิน เที่ยว อยู่ด้วยกัน เห็นหน้ากันทุ๊กกกกวันเรยนะเนี่ย นี่ล่ะน๊า เค้าเรียกว่า เพื่อนกินเพื่อนกันเพื่อนดันทำเพื่อนซะได้

อย่างที่กล่าวนะครับ ว่า CCTV นี่มีความสำคัญมาก แม้จะเสียแต่ก็ยังทำให้โจรหวั่นใจได้ ฉะนั้น ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอนะครับ เสียรีบแจ้ง เพื่อลดช่องโอกาสการก่อทุจริต ถ้าแจ้งแล้วไม่มีครายมา ก็ทำ Incident Report เลยน๊า อิอิอิ รับรอง ช่างมาอย่างไว


ปล. ตู้เซฟอ่ะ มานตั้งเวลาปิดเปิดได้นะค๊าบ ใครไม่รู้ก็รีบสอบถามผู้รู้ด่วน ใครรู้ก็รีบสอนผู้มีเกี่ยวข้องด้วยนะค๊าบ เพราะถ้าตั้งเวลาไว้ รับรอง ต่อให้มีคนในมีเอี่ยวด้วย ก็เปิดไม่ได้ค๊าบ ทางที่ดี เก็บไว้ที่เซฟสาขาจะดีมั่กๆ จบข่าว!!