ช่วงนี้งานเข้าเยอะจิงๆคับพี่น้อง แทบไม่มีเวลามาเขียนเรื่องเล่าบอกข่าวกันเลยทีเดียว แต่ก็ต้องหาเวลามาเขียนจนได้ เพราะรู้สึกน้องๆสาขาจะเริ่มย่ามใจกันเยอะจะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไม่น่าจะใช่เพราะสื่อความกันทุกวัน นึกแล้วเหนื่อยใจจริง เฉพาะสัปดาห์นี้ ต้องริบบัตรพนักงานของน้องๆไปหลายคน พอขยายผลก็ต้องริบบัตรเพื่อนๆน้องเพิ่มอีกอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยนะครับ
น้องๆระมัดระวังเรื่องการชำระบัตรเครดิตของตัวเองหน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าเมื่อชำระด้วยเงินสดไปแล้ว สามารถกดเงินมาคืนได้ก็ตาม เน้นย้ำว่า อย่าแตะเงินในระบบเด็ดขาด ไม่ใช่แค่หมดสภาพพนักงานนะครับ ได้ไปเที่ยว Hong Krong กับทีมFEAUD แน่นอน อย่าคิดว่าไม่ได้ทำให้เสียหายนะครับ
เงินในลิ้นชักที่น้องๆ till buy มาจากแคชเชียร์นั้น ไม่ได้ให้ครอบครองนะครับ เพราะน้องบางคนมีเพื่อนสนิทเป็นนักกฎหมายแล้วเข้าใจผิดๆว่า ธนาคารให้ครอบครองเงินแล้วนำส่งในจำนวนที่ถูกต้องเมื่อสิ้นวัน ต้องทำความเข้าใจใหม่นะครับ นอกจากจะไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายแล้ว มีเพียงแค่หน้าที่รับจ่ายนำเข้าลิ้นชักเท่านั้นเอง ถ้าออกนอกลิ้นชักแล้วไม่ใช่เพื่อธุรกรรมของธนาคาร ก็ คุก คุก คุก (เป็นอาการไออย่างรุนแรงค๊าบ ต้อง Fraud เท่านั้นถึงจะระงับอาการนี้ได้ )
พอกล่าวถึงเงินในลิ้นชัก ก็มีการโต้แย้งอีกว่า แล้วเงินที่รับจากลูกค้าแต่ยังไม่นำเข้าลิ้นชักล่ะ เอาไปหมุนก่อนได้ป่าว ก็ คุก คุก คุก!!! อีกเช่นกันครับ เพราะลูกค้ายื่นให้น้องๆก็เพราะน้องๆเป็นตัวแทนในนามธนาคารครับ มีหน้าที่รับแล้วเข้าลิ้นชัก ถ้าไม่เข้าลิ้นชัก ก็นับว่าลักทรัพย์ทันทีครับ เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการให้น้องๆถือไว้ ต้องการให้นำเข้าธนาคารเลยทันทีครับ
อ้อ!!! ไหนๆก็อธิบายเรื่องนี้กันมาแล้ว ก็ขอแจ้งข่าวเพิ่มเติมด้วยเรยนะครับ ขณะนี้ทีมสืบสวนภายในองค์กร ได้นำนวตกรรมการสืบสวนเชิงรุกมาเริ่มปฏิบัติการแล้ว คือ ระบบ Detector จะสามารถตรวจสอบพบรายการผิดปกติแล้วเข้าไปหาน้องๆที่สาขาได้ทันทีโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า (เอ๊ะ คล้ายๆวันมาฆะ ยังงัยก็ไม่รู้) ก็อย่าประมาทนะครับ เด๊วนี้กรรมติดจรวดครับ ไวมั่กๆ ขอบอก