ในช่วงเข้าพรรษาของทุกปี เชื่อว่าเราชาวพุทธส่วนใหญ่ก็จะงดเหล้าเข้าพรรษา โดยเฉพาะคอสุราที่ร่ำกันหนักในช่วงนอกพรรษา ผมก็คนนึงครับที่เข้าพรรษาทุกปี ด้วยเหตุขัดใจเพื่อนคอเหล้าไม่ค่อยเป็น ฉะนั้นต้องอาศัยช่วงจังหวะนี้อ้างเหตุเข้าพรรษาเป็นเวลาพักตับไปในตัว ซึ่งช่วงเวลานี้ก็ยอมรับว่า มารผจญมายั่วกิเลสซะเหลือเกิน มาทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้กระทั่งเคสที่ต้องทำในช่วงเข้าพรรษา มักจะเป็นเคสหินๆ หรือต้องทุ่มเทเกินกำลังมากกว่าปกติ ถึงจะสำเร็จลงได้ ประมาณว่า มารไม่มี บารมีไม่เกิด
แน่นอนครับ การปฏิบัติตนอยู่ในช่วงละเว้น ก็ย่อมเป็นที่ลองของของบรรดาเหล่าสิงห์ร่วมก๊วนอยู่แร้ว ไม่ว่าจะสรรหาสุราชั้นดี สถานที่เร้าใจมายั่วน้ำลายให้ออกพรรษาก่อนกำหนด ช่างทำใจยากจริ๊ง!! แต่ก็นั่นแหระ ใจต้องแข็งเข้าไว้ เด๊วมันก็ผ่านไป
เคสนี้ก็ได้ไปพบปะกับผู้ทรงศีล เอ๊ย!! ไม่ใช่ ผู้เลื่อมใสในธรรมะ ปฏิบัติธรรมถือศีล 5 เชื่อได้ว่า กิเลสคงกระทบใจท่านได้ยาก สถานที่พบปะท่านก็มักจะเป็นแหล่งธรรม งานบุญต่างๆ โดยเฉพาะงานอีเว้นท์ประเภท ปิดทอง ฝังลูกนิมิต ยกช่อฟ้าใบระกา มุงหลังคาโบสถ์อารายประมาณเนี้ยะ แมะ!! ช่างแตกต่างกับสถานที่ของเราจริ๊งงงง แต่ก็อย่างว่า คนละกิเลส เปรียบเสมือนแม่เหล็กขั้วบวกฉันใด เหล่ามารผู้หลงใหลในกิเลสก็เป็นดั่งแม่เหล็กขั้วลบ ฉันนั้น ขั้วบวกไม่ต้องไปทำอะไร อยู่นิ่งๆเฉยๆ ขั้วลบ ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ก็เป็นพวกอิเล็กตรอน ก็วิ่งแถเข้ามาหาเองนั่นล่ะคับ ดั่งน้ำตาลอยู่ไหน มดวิ่งหาจนเจอน่านแหระค๊าบ
และแล้ว การพบปะของแม่เหล็กสองขั้วก็เกิดขึ้นจนเป็นที่มาของเรื่องนี้จนได้ครับ เป็นเหตุให้ผมได้มาร่วมสนุกกับทางรายการนี้ คับ เป็นเรื่องของคุณยายคนเก่าคนแก่ของพื้นที่ มีที่ดินทรัพย์สินมากมาย การจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นไปแค่พอเพียงแก่ร่างกาย ไม่ได้ฟุ้งเฟ้ออะไร เอาค่าเช่าที่ดินมาค่าอยู่ค่ากินไปวันๆ เหลือกินเหลือใช้ก็เอาไปทำบุญ ทำทาน สร้างโบสถ์ วิหาร ทอดกฐิน ผ้าป่า ฝังลูกนิมิต มีความสุขกับการได้ทำบุญปฏิบัติธรรม ก็แน่นอนครับ ลูกหลานที่มีแนวคิดใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้ออีกขั้วนึง ย่อมอยู่ด้วยไม่ได้แน่นอน แพ้ทางกันเห็นๆ ต้องแยกตัวไป ส่วนที่อยู่ด้วยกันได้ก็ต้องเป็นทางเดียวกันเท่านั้น แกจึงเหลือแค่หลานสะใภ้คอยดูแลปรนนิบัติ ส่วนหลานแท้ๆแพ้ทางไปอยู่เมืองหลวงซะง้าน เรื่องการไปมาหาสู่ เชื่อขนมกินได้ ต้องเป็นไฟท์บังคับเท่านั้นถึงจะได้มาพบปะ แมทช์อื่นที่ไม่สำคัญ ม่ายมีทางเห็นหัวรวมถึงการดูแลปรนนิบัติย่อมไม่มีทาง คงมีแต่หลานสะใภ้เท่านั้นแหระ
เรื่องมันมาเกิดตอนคุณยายท่านนี้เกิดป่วยขึ้นชนิดล้มหมอนนอนเสื่อ ถูกหามเข้าห้อง ฉันเห็นเธอ หรือ ไอ ซี ยู นี่ล่ะ กระดิกกระเดี้ยวตัวแทบไม่ได้ ด้วยจรรยาบรรณสถานพยาบาลครับ ขอดูหลักทรัพย์ก่อนทำการรักษาแน่นอน (คุ้นๆแฮะ เหมือนตอนยื่นกู้ยังงัยม่ายรู้) กรรมของคนมีตังค์เงินสดที่อยู่ในบัญชี มีแกเท่านั้นผู้มีอำนาจถอน แล้วแกแน่นิ่งโคม่าไปซะขนาดนี้ ครายจามาถอนตังค์ค่ารักษาฟะเนี่ย อย่ากระนั้นเรย แม่พยามาร เอ๊ย พยาบาลก็แนะนำให้หลานสะใภ้มาถอนตังค์บัญชีคุณยายมาไว้บัญชีตัวเองซะ จะได้มั่นใจว่ามีค่ารักษาชัวร์ แล้วขั้นตอนการรักษาก็จะเกิดทันที แถมมีข้อห่วงใยให้ตัดสินใจไวอีกนิด ว่า ถ้าช้ากว่านี้ปลุกคุณยายไม่ฟื้นแน่ แม๊ะ!!! ข้อเสนอได้ใจจริงๆ เพียงแค่ได้ยินข้อเสนอ หลานสะใภ้ก็วิ่งโร่มาที่แบงก์แร้ว
งานก็เลยเข้าผู้การสาขาสิครับ เพราะงานนี้ต้องตัดสินใจแบบรวดเร็วหักดิบ เอาชีวิตยายเป็นเดิมพันแน่นอนครับ ประกอบกับหลานสะใภ้มาร้องไห้กดดันอยู่กลางสาขา ย่อมอยู่ในสายตาของลูกค้ามากมาย แล้วก็ด้วยเหตุที่เป็นผู้ทรงศีลด้วยกัน เคยร่วมอีเว้นท์กับคุณยายมาหลายแมทช์ ท้างฝังลูกนิมิต ปิดทองพระ ยกช่อฟ้ามุงหลังคาโบสถ์ ผู้การแกไม่เคยพลาด ไปทุกแมทช์ที่คุณยาย Recrute ด้วยความที่ Trend เดียวกัน
เดาไม่ยากเลยครับ ผู้การแกรู้ดีว่า งานนี้ต้องเลือกระหว่าง ชีวิตยาย กับ ระเบียบธนาคารแน่นอน คับ ในฐานะผู้ทรงศีล แกเลือกชีวิตยายแน่นอน ชั่วโมงน้าน !!! เงินสดในบัญชียายก็เลยเคลื่อนเข้าไปหาบัญชีหลานสะใภ้ แต่ด้วยความเก๋า แกใส่ มาสสาจสิบแปด ไว้ ให้ถอนได้เฉพาะค่ารักษาตามที่โรงบาลแจ้งบิลมา วรยุทธยังเก๋าพอนะคับเนี่ย
เรื่องราวมันก็น่าจะจบลงด้วยดี เพราะเป็นเรื่องระหว่างผู้ทรงศีลด้วยกานท้างน้าน คงไม่มีครายละเมิดกิเลสจะเอาเงินคุณยายไปเป็นของตัวเองแน่ ถ้า!!! หลานสายตรง ดั๊น โผล่ ขึ้นมาถามถึงเงินคุณยายที่เคลือนมาหาหลานสะใภ้ ซะง้าน รู้ซื้งเรย กว่าจะบรรลุโสดาบัน ทีมานยากเย็นขนาดหนายยยยย เหอ เหอ เหอ จบเอาดื้อๆแค่นี้ดีก่า เอาคอนเซปละครน้ำเน่า ให้ผู้ชมทายตอนจบกันดีกว่า
ปล. จริงๆเรื่องนี้มีแนวทางปฏิบัติตามระเบียบธนาคารอยู่แล้วนะครับ แต่จะรบกวนให้ผู้เกี่ยวข้องมาช่วยแถลงไขดีกว่านะค๊าบ