รู้สึกตกใจและค่อนข้างประหลาดใจอยู่ไม่น้อยว่าในยุคโลกอินเตอร์เน็ต ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือสื่อสารกันอย่างทันท่วงที ณ ปัจจุบันนี้ จะยังคงมีโจรมาปล้นแบงก์อีก จริงๆถ้าจะเรียกให้ถูก ต้องเรียกว่าโจรมาชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ เพราะมาคนเดียว ปล้นนี่ต้องสามคนขึ้นไป
เป็นที่น่าคิดนะครับ ขนาดโจรยังต้องลดขนาดการก่ออาชญากรรม จากสามคนเหลือคนเดียวบุกเดี่ยว ซึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากพิษเศรษฐกิจนั่นแหระคับ ทำให้กลุ่มโจรต้อง Downsizing ทีมงานลง 555 แต่ที่น่าแปลก ก็คือ ตามข่าวนะครับ เจ้าโจร Alone นี้ เค้าใช้คำพูดคำจาได้เหมาะกับสถานที่มาก พูดจามีหางเสียง มีครับทุกคำ “นี่คือการปล้นครับ” “เอาเงินใส่ถุงนะครับ” “ห้ามใช้โทรศัพท์นะครับ” ก็แสดงว่าน่าจะเป็นคนมีการศึกษาอยู่พอสมควร
ถ้าจะวิเคราะห์กันดีๆถึงความคุ้มค่าในการลงทุนแล้ว จริงๆการปล้นแบงก์ในยุคนี้ นับว่าผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเลยครับ ถ้าเทียบกับการปล้นร้านทอง ลองคิดดูนะครับ เคาท์เตอร์นึงมีเงินไม่กี่หมื่น อย่างเก่งก็แสนกว่า เทียบกับทองคำเส้นห้าบาทสิบบาทได้ แค่เส้นสองเส้นเอง ไม่รู้คิดได้งัยมาปล้นแบงก์ เจอตัวเมื่อไหร่ต้องสอนเรื่อง High Risk High Return ซะแร้ว เอ้า!!พล่ามยาวอีกแระ ว่าจะพูดถึงเรื่องการเตรียมตัวรับมือสถานการณ์เมื่อเกิดการโจรกรรม ซะหน่อย เกือบลืมไปเรย ค๊าบบบบ
สำหรับสาขาที่ผมได้มีโอกาสไปเยือนก็ได้แนะนำกันไปบ้างแล้ว รวมถึงสาขาที่เคยมีทีม Fraud ไป Surprise shock เอ๊ย Surprise check ก็คงได้รับคำแนะนำกันไปแล้วนะครับ ถึงแม้ว่าในรอบปี จะมีการปล้นแบงก์ไม่กี่ครั้ง แต่ก็นับว่าประมาทไม่ได้ เพราะโจรมีอาวุธอาจจะไม่ใช่แค่เสียหายด้านทรัพย์สินเท่านั้น เพดานความเสียหายยังประเมินไม่ได้ อาจจะถึงชีวิตร่างกายก็เป็นได้ หากจะละเลยเสียก็ยิ่งจะดูประมาทไปหน่อย โดยเฉพาะถ้าความเสียหายไปเกิดกับลูกค้าด้วยแล้ว ก็ยิ่งเสียภาพลักษณ์กันไปใหญ่
ถ้าเราจะวิเคราะห์ถึงพฤติการณ์คนร้าย แน่นอนครับ ไม่มีคนร้ายที่ไหนฟลุ้คเข้ามาสาขาวันแรกแล้วปล้นหรอกครับ มันต้องมาดูลาดเลาก่อนเสมอ ม่ายง้านอาจเกิดการซื่อบื้อไปเข้าเคาท์เตอร์รับเปิดบัญชีใหม่ จะหน้าแตกซะป่าวๆ ก่อนปฏิบัติการ ต้องมาสำรวจว่า เคาท์เตอร์ไหนน่าจะมีเงินสด แน่นอนครับ เพื่อใช้เวลาในการปล้นให้น้อยที่สุด
ฉะนั้นกล้อง CCTV ย้อนหลังย่อมมีความสำคัญ ผู้บริหารสาขาไม่ควรละเลยการบันทึกภาพนะครับ ถ้ามีปัญหาการบันทึกภาพรีบทำ Incident เลยนะครับ เผื่อเกิดอะไรในภายหน้า จะได้ทราบว่า ผู้บริหารได้แจ้งไปแล้ว ไม่ได้ละเลยเพิกเฉย และการทำ Incident จะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาด้วยความรวดเร็วคับ
พนักงาน รปภ. ไม่ใช่ผู้ที่ทำหน้าที่ เป็นผู้ช่วยเหลือพนักงานสาขาทำงานเอกสารนะครับ หรืองานหลักอีกอย่างที่มักพบเห็นก็คือ ช่วยถ่ายเอกสาร บางที่มีช่วยเขียนสลิป เป็น Service Planner อีกต่างหาก เฮ้อ!!! บางทีไปซื้อก๋วยเตี๋ยวให้พนักงานก็มี สุดยอดดดด!! เค้าให้มารักษาความปลอดภัยค๊าบพี่น้อง กรณีเกิดเหตุปล้นแบงก์ครั้งนี้ รปภ.เราก็ไม่รู้ไปทำอะไรอยู่หลังแบงก์คับ พี่น้อง ไม่อยากจะคิดว่า หลีกทางให้โจรเร้ย ควรอยู่ตรงประตูทางเข้า เพื่อสังเกตลูกค้าที่จะเข้ามาทำรายการครับว่า ผิดปกติมั๊ย ถ้าไม่แน่ใจล็อคประตูเลยคับ อีกอย่าง สติ๊กเกอร์โลโก้แบงก์ที่ติดเป็นแนวตรงประตูกระจกจะสามารถใช้เป็นตัวเทียบความสูงของคนร้ายได้ครับ รปภ.ควรจะรู้ความสูงจากพื้นถึงแนวระดับสติกเกอร์ เพื่อสามารถแจ้งความสูงโดยประมาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ทันที เพราะถ้าเกิดเหตุแล้วมาวัดความสูงกันทีหลังรับรองหาสายวัดไม่เจอหรอกคับ ประมาณว่า อารามตกใจอยู่ หาอารายก็ไม่เจอ แม้กระทั่งปุ่มกดสัญญาณแจ้งตำรวจนั่นล่ะคับ
น้องๆ AT ที่โชคดี แจ๊กพ๊อต โจรมันดิ่งเข้ามาหาเคาท์เตอร์แล้วส่งถุงให้เอาเงินใส่ ก็มือสั่นๆทำเงินล่วงลงพื้นบ้างก็ได้นะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็หยิบเฉพาะถุงเหรียญให้มันบ้างคับ ถ้าเป็นแบงก์ก็พยายามหยิบปึ้งแบงก์ยี่สิบนะค๊าบ อันนี้คงต้องมีการซ้อมรับสถานการณ์กัน อารามตกใจไม่รู้ทำไมหยิบแบงก์พันกันแม่นจัง ที่สำคัญพยายามนึกถึงเสียงที่มันออกคำสั่งให้แม่นๆนะคับ จะเป็นประโยชน์ในการติดตามจับกุมมากเรยคับ อ้อ!! อย่าเผลอไปขายประกันให้มันล่ะ เข้าใจนะว่าโดนกดดันยอดขาย 555
หลังเกิดเหตุการณ์ เมื่อรวบรวมสติได้ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ เทียบเงินสดทุกลิ้นชักครับ เพราะอาจมีบุคคลที่อาศัยสถานการณ์การปล้นแบงก์ ทำโจรกรรมซ้ำซ้อน ด้วยการหยิบเงินสดออกไป แล้วแจ้งเป็นยอดการถูกปล้น เพราะเกิดเหตุการณ์แล้ว ทุกคนจะต้องชุนลมุนกับเหตุการณ์โดยไม่ได้สนใจลิ้นชักตัวเองแน่นอนครับ
ปล.เหตุการณ์เช่นนี้ ถึงจะเกิดไม่บ่อย แต่ก็วางใจไม่ได้ว่าจะไม่เกิด สิ่งสำคัญก็คือ ถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงๆ ก็ควรให้มีความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด และการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะความสูง กับเสียง และชุดที่ใส่มาปล้น จะช่วยให้ติดตามคนร้ายได้เร็วนะคับ