วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วิวัฒนาการแกงค์ Call Center
กลุ่มอาชญากรรม แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์
โดยทั่วไปอาชญากรรมในลักษณะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ นั้น สำหรับในประเทศพัฒนาแล้ว มักจะเกิดในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรืออยู่ในช่วงภาวะเงินฝืด ซึ่งหากเทียบกับประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศที่มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์แล้ว ประเทศพัฒนาแล้วจะมีอัตราการเกิดอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์ในจำนวนน้อยกว่า พฤติการณ์ในการกระทำผิดก็เป็นการอาชญากรรมเชิงเดี่ยว กระทำผิดโดยลำพังหรือไม่ก็ร่วมกันกระทำผิดกับพวกในกลุ่มเล็กๆ ไม่มีความซับซ้อนในวิธีการกระทำผิด อีกทั้งไม่มีลักษณะเป็นกลุ่มแกงค์ที่ถาวรแต่อย่างใด
แต่ในปัจจุบันผลจากการนวตกรรมในด้านต่างๆซึ่งพัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ระบบโทรคมนาคม โดยเฉพาะนวตกรรมด้านเครือข่ายข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ยังผลทำให้การก่ออาชญากรรมมีลักษณะที่เปลี่ยนไป โดยมิได้กระทำผิดเพียงเชิงเดี่ยว หากแต่เป็นการกระทำความผิดในรูปแบบซ้ำๆ อาศัยช่องทางการสื่อสารที่การกระทำผิดไม่จำเป็นที่ผู้กระทำผิดจะต้องอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ ก็สามารถก่ออาชญากรรมได้ โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ ระบบการสื่อสารและอินเตอร์เน็ต ประกอบกับนวตกรรมการในการอำนวยความสะดวกในธุรกรรมทางการเงินจากระบบสถาบันการเงินต่างๆ ยิ่งทำให้การสืบสวนปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้ยากยิ่งขึ้น มิจฉาชีพเหล่านี้จึงได้พัฒนาวิธีการจากลักษณะก่ออาชญากรรมเชิงเดี่ยว เป็นการหาแนวร่วม ก่ออาชญากรรมในลักษณะถาวร มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจนระหว่าง ผู้บริหารการก่ออาชญากรรม กับฝ่ายปฏิบัติการ จนวิวัฒนาการเป็นองค์กรอาชญากรรม หรือ Gangster
ในยุคก่อน องค์กรอาชญากรรม หรือ Gangster มักจะเป็นกลุ่มนักเลง มีรูปแบบอาชญากรรมในลักษณะเรียกค่าคุ้มครอง และต้องแสดงตัวให้ปรากฎในพื้นที่ที่กลุ่มตนเองควบคุมเพื่อให้ผู้อื่นเกรงกลัว และกลุ่มอื่นไม่สามารถมาแย่งชิงพื้นที่ผลประโยชน์ได้ อีกทั้งยังเป็นการแสดงอิทธิพลในพื้นที่ เพื่อให้ง่ายต่อการบังคับบัญชาสมาชิกขององค์กร และมีบทลงโทษสมาชิกให้ปรากฎต่อสังคมเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการแข็งข้อ หรือคิดต่อต้านกลุ่มองค์กรอาชญากรรมนี้ ทำให้การสืบสวนติดตามจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถกระทำได้โดยง่าย อีกทั้งหากยังไม่สามารถหาพยานหลักฐานมาจับกุมดำเนินคดี เจ้าหน้าที่รัฐก็ยังสามารถเก็บไว้ในฐานข้อมูลผู้กระทำผิดเพื่อใช้ในการสืบสวนเมื่อเกิดเหตุได้ ทำให้องค์กรอาชญากรรมมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมในการออกปฏิบัติการได้ กลุ่มองค์กรอาชญากรรมจึงได้มีวิวัฒนาการรูปแบบโดยปฏิบัติการในเชิงองค์กรอาชญากรรมเช่นเดิม หากแต่ไม่เน้นการปรากฎตัวต่อหน้าสังคมเช่นเดิม โดยจะปรับเปลี่ยนวิธีการในการปฏิบัติการอยู่คนละพื้นที่กับพื้นที่ที่เหยื่อพักอาศัย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ โดยอาศัยเทคโนโลยีในด้านการสื่อสารเป็นเครื่องมือปฏิบัติการ รูปแบบก็เปลี่ยนไป
จากลักษณะการใช้อำนาจอิทธิพลให้เกิดความยำเกรง ก็เปลี่ยนเป็นลักษณะการหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้หลอกลวงหรือสร้างรูปแบบการในการหลอกลวง โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ เหยื่อต้องเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จากสถาบันการเงิน อาทิ มีบัตร ATM Credit Card หรือ ธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต (Internet Banking) จึงทำให้สถาบันการเงินต้องเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง จึงจะทำให้กลุ่มองค์กรอาชญากรรมนี้กระทำการได้สำเร็จ ยังผลเสียมาถึงสถาบันการเงิน เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องอาศัยความมั่นคงทางสถาบันการเงินเป็นตัวขับเคลื่อน เมื่อกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิด จึงเป็นการทำลายความน่าเชื่อของสถาบันการเงิน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการธนาคาร ผู้ให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆทางการเงิน โดยรูปแบบที่องค์กรอาชญากรรมในยุคปัจจุบันนี้ จะเป็นรูปแบบ มีศูนย์กลางบังคับบัญชาอยู่ที่หนึ่ง และมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่อีกที่หนึ่ง อีกทั้งวิธีการที่ใช้ปฏิบัติการกระจายเข้าทำกับเหยื่อเป็นรายบุคคล โดยเลียนแบบองค์กรธนาคารที่ใช้รูปแบบศูนย์กลางข้อมูลเพื่อดูแลลูกค้า ภายใต้แนวคิด One stop Service คือ เป็นศูนย์ Call Center ติดต่อที่เบอร์เดียว
ในการปฏิบัติของกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบ Call Center มีลักษณะองค์ประกอบหลัก คือ
1.มีศูนย์ปฏิบัติการ
2.ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อเป็นหลัก หรือติดต่อโดยทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งจะไม่มีการพบหน้ากันระหว่างมิจฉาชีพกับเหยื่อ
3.เหยื่อต้องมีบัญชีกับธนาคาร และสามารถทำธุรกรรมโอนเงินให้บุคคลอื่นได้
4.เหยื่อจะต้องเป็นผู้ทำรายการโอนเงินด้วยตนเอง
5.มีการสร้างเรื่องเท็จในการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ
6.นวตกรรมใหม่ของอาชญากรรมลักษณะ Call Center Ex. สร้างตัวแทนกำมะลอมารับเคราะห์
จากองค์ประกอบการกระทำผิดของกลุ่มมิจฉาชีพ สามารถอธิบายได้ดังนี้
1.มีศูนย์ปฏิบัติการ
จากปฏิบัติตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพ Call Center จะมีที่ตั้งอยู่คนละพื้นที่กลุ่มเหยื่อ โดยกลุ่มเหยื่อเป็นประชาชนในประเทศไทย แต่กลุ่มมิจฉาชีพมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในประเทศจีน ซึ่งในการตรวจค้นจับกุม ไม่สามารถกระทำได้โดยเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเพียงลำพัง จะต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐของจีนให้เข้ามาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นจับกุม นั้น เป็นบ้านเดี่ยวซึ่งกลุ่มมิจฉาเช่าเป็นรายเดือน เนื่องจากจะต้องย้ายศูนย์ปฏิบัติการบ่อยๆ และที่จับกุมตัวได้ก็มักจะเป็นมิจฉาชีพในระดับปฏิบัติการ ซึ่งจะมีศูนย์บริหารอีกที่หนึ่ง ทำให้ไม่สามารถสาวไปถึงตัวมิจฉาชีพระดับบริหารได้ เมื่อสมาชิกระดับปฏิบัติการถูกจับกุมได้ กลุ่มบริหารก็จะหาสมาชิกระดับปฏิบัติการกลุ่มใหม่มาทำหน้าที่แทน โดยจะเปลี่ยนสถานที่ในการตั้งศูนย์ปฏิบัติการไปเรื่อยๆ
2.ใช้โทรศัพท์ในการติดต่อเป็นหลัก
จะเห็นได้ว่า กลุ่มมิจฉาชีพ มีศูนย์ปฏิบัติการคนละพื้นที่กับเหยื่อ วัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการพบหน้า
กัน ฉะนั้นในการปฏิบัติการจึงต้องอาศัยช่องทางความสะดวกในการสื่อสาร โดยการแปลงระบบอินเตอร์เน็ตให้สามารถโทรเข้าเครื่องโทรศัพท์มือถือของเหยื่อได้ อีกทั้งยังต้องใช้ระบบบล็อกหมายเลข โดยจะไม่แสดงเลขหมายโทรเข้าให้เหยื่อเห็น จึงทำให้ไม่สามารถติดต่อกลับได้
3.เหยื่อต้องมีบัญชีกับธนาคาร และสามารถทำธุรกรรมโอนเงินให้บุคคลอื่นได้
เนื่องจากกลุ่มแกงค์ Call center จะไม่มีการเข้ามาพบเหยื่อ ฉะนั้น การที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ คือ หลอกเอาเงินมาให้ได้ จะต้องอาศัยธนาคารเป็นตัวกลางในการโอนถ่ายเงินสดจากเหยื่อมายังแกงค์ Call Center ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีบัญชีธนาคาร ส่วนวิธีการโอนอาจทำได้หลายวิธี คือ
3.1 ทางบัตร ATM
3.2 ทาง Internet Banking
3.3 ใช้บริการที่เคาท์เตอร์ธนาคาร โดยมีพนักงานสาขาทำรายการโอนเงิน
4.เหยื่อจะต้องเป็นผู้ทำรายการโอนเงินด้วยตนเอง
ปัจจุบันช่องทางการทำรายการของลูกค้ามีให้เลือก 3 ช่องทางดังกล่าวข้างต้น ซึ่งธนาคารจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อีกทั้งในการทำรายการต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อจับภาพการทำรายการลูกค้า ซึ่งแกงค์ Call Center ก็ทราบดีว่า มีกล้อง CCTV จับภาพอยู่ จึงต้องหาวิธีต่างๆให้เหยื่อมาทำรายการด้วยตนเอง เพื่อหวังผลให้ภาพที่ปรากฎผู้ทำรายการเป็นภาพของเหยื่อ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้แกงค์ Call Center ใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดีทางกฎหมาย
5.มีการสร้างเรื่องเท็จในการหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ
โดยปกติการสร้างเนื้อเรื่องเท็จเพื่อหลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อแล้วสามารถปฏิบัติตามที่แกงค์ Call
Center บอกเป็นขั้นตอน จนนำไปสู่ขั้นตอนการโอนเงินจากบัญชีเหยื่อไปยังบัญชีแกงค์ Call Center จะมีหลายเรื่อง แต่พอจะสรุปเป็นรูปแบบใหญ่ได้เป็น 3 กลุ่ม โดยพิจารณาเฉพาะที่เรื่องที่เป็นลักษณะปฏิบัติการของแกงค์ Call Center เท่านั้น ไม่รวมไปถึงการสร้างเรื่องเท็จของอาชญากรบุคคล
รูปแบบในการหลอกลวง โดยในปัจจุบันนี้ พอจะจำแนก ออกได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
5.1รูปแบบการสร้างเรื่องเท็จ เกี่ยวกับระบบข้อมูลการเงินของเหยื่อ แล้วโทรศัพท์มาหลอก ให้โอนเงิน
5.2 รูปแบบการติดต่อหาคู่ของหญิงสาว แล้วหลอกให้โอนเงิน
5.3 รูปแบบ Phishing
ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบมีรายละเอียดดังนี้
5.1รูปแบบการสร้างเรื่องเท็จ เกี่ยวกับระบบข้อมูลการเงินของเหยื่อ แล้วโทรศัพท์มาหลอก ให้โอนเงิน
ขั้นตอนการหลอกลวงของแกงค์ Call Center จะใช้วิธี Randome หมายเลขโทรศัพท์มือถือ แล้วโทรเข้าไปหาเหยื่อ โดยจะหลอกว่า โทรมากรมสรรพากร หรือ DSI แจ้งเหยื่อว่า ตรวจสอบพบว่าเหยื่อมีการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อและไม่อยากมีปัญหาทางภาษี ก็จะแนะนำให้เหยื่อเดินมาที่ตู้ ATM แล้วทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการโอนเงินเข้าบัญชีของแกงค์ Call Center ซึ่งโดยปกติเหยื่อจะไม่ชำนาญในการทำรายการเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะกดปุ่มที่ตู้ตามขั้นตอนที่แกงค์ Call Center แนะนำ จนถึงรายการโอนเงินไปเข้าบัญชีปลายทาง ซึ่งกว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็ได้ทำรายการโอนเงินจากบัญชีตัวเองไปหมดแล้ว
5.2รูปแบบการติดต่อหาคู่ของหญิงสาว แล้วหลอกให้โอนเงิน
รูปแบบนี้ จะมีขั้นตอนก่อนหน้าที่จะมีวิธีการหลอกโอนเงิน คือ จะต้องมีการติดต่อกับเหยื่อผ่านทาง Internet มาก่อน โดยอาจจะผ่านเว็บยอดนิยมเกี่ยวกับการหาคู่ หรือแนะนำตัว ซึ่งปัจจุบันเว็บที่ได้รับความนิยมในการติดต่อหากัน คือ Face Book ซึ่งปัจจุบันสามารถ Chat online กันได้แบบสดๆ
เมื่อเหยื่อเริ่มให้ความสนใจและคุ้นเคยกันในลักษณะเหมือนหนุ่มจีบสาว แล้ว แกงค์ Call Center จะดำเนินการต่อไปคือ ขั้นตอนการนัดพบเพื่อจะเข้ามาแต่งงานด้วย โดยจะมีการนัดหมายวันเวลาตามเวลาตารางการบินที่แกงค์ได้หลอกไว้ว่าจะเดินทางมาจากประเทศใด โดยไม่ได้นัดหมายให้เหยื่อมารับที่สนามบิน ครั้นเมื่อถึงกำหนดเวลาเดินทางมาถึง ก็จะโทรศัพท์มาหลอกเหยื่อว่า ถูกฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง หรือ ศุลกากร จับตัวไว้ที่สนามบินเนื่องจากเอกสารไม่ครบ ไม่มีเงินบาทไทยจ่ายค่าดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ แล้วก็จะหลอกให้เหยื่อหาวิธีโอนเงินมาให้ยืมก่อน เพื่อจะได้จ่ายให้เจ้าหน้าที่ ครั้นเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาให้ ก็จะเงียบหายไป
5.3รูปแบบ Phishing
รูปแบบนี้ จะดำเนินทาง Internet โดยจะอาศัยความน่าเชื่อถือของธนาคารที่ให้บริการทางออนไลน์ โดยแกงค์นี้ จะทำเว็บเพจเลียนแบบเว็บของธนาคารออนไลน์ เพื่อหลอกให้ผู้มีบัญชีกับธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นเว็บของธนาคาร โดยความมุ่งหวังของแกงค์นี้ จะมุ่งให้ได้มาซี่ง User และ Password ของเหยื่อที่มีบัญชีออนไลน์กับธนาคาร โดยเมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นเว็บของธนาคารก็จะทำการ Log on เพื่อจะเข้าไปทำรายการธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร ซึ่งในการLog on จะต้องกรอก Username กับ Password ในช่องที่กำหนด ครั้นเมื่อกรอกไปแล้ว แกงค์นี้ก็จะนำ Username กับ Password ไปกรอกเข้าเว็บจริงของธนาคารแล้วทำการโอนเงินจากบัญชีในธนาคารของเหยื่อไปจนหมด
6.นวตกรรมใหม่ของอาชญากรรมลักษณะ Call Center
จากการปราบปรามแกงค์ Call Center อย่างจริงจังของฝ่ายตำรวจ ทำให้แกงค์ Call Center มีวิวัฒนาการในการลบเลี่ยงในการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ โดยจะทำการสร้างนอมินี ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อเป็นบังเกอร์หรือ แพะรับบาป แทนตัวเอง โดยวิธีการ หลอกผู้ที่จะเป็นนอมินี ให้มาเป็นตัวแทนในการรับโอนเงินแทน เพื่อส่งต่อให้แกงค์ Call Center อีกทอดหนึ่ง ซึ่งนอมินี จะไม่ทราบว่าตัวเองถูกหลอก เพราะคิดว่าตนเองได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนในการรับชำระหนี้คล้ายๆกับ PayPoint ประเภทเคาท์เตอร์เซอร์วิส โดยแกงค์ Call Center จะเป็นผู้ดำเนินการหลอกลวงเหยื่อด้วยฝ่ายปฏิบัติการของตน แล้วให้เหยื่อโอนเงินเข้าไปในบัญชีของ นอมินี จากนั้นก็จะแจ้งนอมินีว่า มีลูกค้าโอนเงินมาชำระหนี้ ให้โอนต่อมายังบัญชีของแกงค์ Call Center โดยให้นอมินีหักเปอร์เซ็นต์นายหน้าตามที่ตกลงกันไว้ ครั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมก็จะจับกุมนอมินีมาดำเนินคดีในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งแท้จริงแล้ว ตัวนอมินีเองก็ถือเป็นผู้เสียหายที่โดนแกงค์ Call Center หลอกเช่นเดียวกัน
แนวทางการแก้ไข
จากการศึกษาพฤติกรรมของแกงค์ Call Center ทำให้ทราบว่า แกงค์ Call Center จะอาศัยรูปแบบการใช้
ชีวิตประจำของเหยื่อ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเตอร์เน็ต โดยแกงค์ จะหาวิธีการหรือเนื้อเรื่องเท็จที่อยู่ในความสนใจของเหยื่อ มากระตุ้นให้เหยื่อเกิดความกลัว เช่น การหลบเลี่ยงภาษี การเป็นหนี้บัตรเครดิต หรืออาจจะใช้ความโลภของตัวเหยื่อเองมาหลอก เช่น หลอกว่าจะโอนเงินมาเข้าบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีโดยจะให้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ซึ่งแม้ว่าเหยื่อจะหลงเชื่อในเนื้อเรื่องที่แกงค์ Call Center สร้างขึ้นมาก็ตาม แต่หากเหยื่อรู้จักระมัดระวังก็จะสามารถป้องกันตัวเองให้โอนเงินได้ โดยสามารถป้องกันตัวเองได้ดังนี้
1.ให้ความสนใจเกี่ยวกับข่าวสารธนาคารที่ได้แจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับระบบต่างๆของธนาคาร
2.รู้จักตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องกับหน่วยงานราชการก่อนที่จะดำเนินการทางการเงิน โดยหาข้อมูลติดต่อกับหน่วยงานราชการเอง ซึ่งปกติแล้วหน่วยงานราชการจะไม่ติดต่อมายังประชาชนทางโทรศัพท์ ส่วนใหญ่จะติดต่อทางจดหมายราชการ
3.หากใช้บริการทางออนไลน์ของทางธนาคาร ก็ควรจะตรวจสอบเว็บลิงค์ของธนาคารหรือไม่ก็โทรศัพท์เข้าไปติดต่อที่ศูนย์บริการของธนาคารโดยตรง ไม่ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่มีผู้ติดต่อเข้ามาโดยไม่ได้ตรวจสอบกับธนาคารก่อน
ปัจจุบันทางธนาคารได้มีหน่วยงานในการติดตามป้องกันภัยจากกลุ่มมิจฉาชีพ โดยจะทำหน้าที่เฝ้าระวังการทำรายการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรเครดิต การใช้บัญชีออนไลน์ โดยในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด(มหาชน) มีสายบริหารการป้องกันการทุจริต ทำหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามการทำรายการของลูกค้า โดยมีชุดปฏิบัติการให้บริการลูกค้า ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากมีรายการที่ทีมเฝ้าระวังโดยตรวจสอบทางมอนิเตอร์ ซึ่งหากมีรายการที่น่าสงสัยก็จะโทรศัพท์ติดต่อไปยังลูกค้าเพื่อสอบถามยืนยันว่าเป็นผู้ทำรายการหรือไม่ ซึ่งสามารถป้องกันความเสียหายให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้หากมีการตรวจสอบพบบัญชีต้องสงสัยว่าจะอยู่ในส่วนของกลุ่มแกงค์มิจฉาชีพ ก็จะทำการเฝ้าระวัง โดยหากมีการทำรายการเพื่อโอนเข้าบัญชีดังกล่าว ก็จะติดต่อและแจ้งเตือนไปยังลูกค้าผู้ทำรายการ ซึ่งเคยมีเหตุเกิดขึ้นขณะที่ลูกค้ากำลังถูกแกงค์ Call Center หลอกให้ทำรายการโอนเงินทาง ATM ทีมป้องกันทุจริตทางบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของสายบริหารการป้องกันการทุจริต SCB ก็ได้ติดต่อไปยังลูกค้า ทำให้สามารถระงับการโอนได้ทัน
สรุป แม้ว่าจะมีการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในรูปแบบของ Call Center อย่างจริงจังและสามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้อย่างต่อเนื่อง หากแต่ในปัจจุบันแกงค์ Call Center ก็มีระดับการบริหารในลักษณะองค์กรอาชญากรรม คือ มีทั้งฝ่ายปฏิบัติการ กับ ฝ่ายบริหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถจับกุมได้เพียงในระดับฝ่ายปฏิบัติการ ฉะนั้นฝ่ายบริหารแกงค์ Call Center ก็สามารถย้ายฐานปฏิบัติการแล้วหาฝ่ายปฏิบัติการมาดำเนินการทุจริตได้ต่อเนื่อง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบให้จับกุมได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นการที่จะไม่ทำให้ตัวให้ตกเป็นเหยื่อของแกงค์ Call Center ก็จะต้องมีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้เท่าทันถึงรูปแบบวิวัฒนาการของแกงค์ Call Center ที่เปลี่ยนไปด้วย จึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อและไม่นำมาซึ่งความสูญเสียทางการเงินและทรัพย์สิน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
อ่านไม่จบ พี่เว้นช่องไฟหน่อยครับ ตาลาย ขอบคุณกับบทความประสบการณดีๆ ผมวส่าจะปรึกษาอะไรหน่อย ถ้าสะดวกติดต่อเมล์ผมมาหน่อยนะครับ ขอบคุณคับ
ตอบลบ